ทดสอบ-รีวิว All-New Honda CBR500R 2019

หลังเปิดตัวให้แฟนชาวไทยได้สัมผัสตัวเป็นๆในงาน Thailand International Motor Expo 2018 ทำยอดจองสูงลิ่วไม่แพ้พี่ๆตระกูล 650 เอ.พี.ฮอนด้า ได้เปิดโอกาสให้ทดสอบขับขี่บนแทรคระดับโลก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ แบบ “จัดเต็ม” กับ All-New CBR500R โมเดลใหม่ล่าสุด

บอกได้เลยว่า มีหลายอย่างถูกปรับเปลี่ยนไปจากเดิม และสิ่งที่ Honda ใส่เพิ่มเข้ามาในโมเดลนี้ “สุด” กว่าเดิมเยอะ!

ดีไซน์เฉียบคม สปอร์ตกว่า….

สัมผัสแรกกับการขึ้นไปขี่ ผมรับรู้ได้ทันทีว่า All-New CBR500R สปอร์ต เพรียว กระชับกว่าตัวเก่าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะแฟริ่งหน้าที่ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงมาจากพี่ใหญ่ CBR1000RR มีช่องให้ลมลอดผ่านเพิ่ม Aero-Dynamics บริเวณใต้ไฟหน้าและใต้เบาะคนซ้อน แบบเดียวกับรถในคลาสซูเปอร์สปอร์ต แถมติดปีกเล็กๆให้วิ่งในทางตรงได้ดียิ่งขึ้นตรงช่วงล่างของแฟริ่งด้านข้าง จุดสำคัญคือแฮนด์จับโช้คจากโรงงานทำให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสท่านั่งขับขี่สปอร์ต เต็มความรู้สึกมาก

เทคโนโลยี Assist/Slipper Clutch นี่แหละทีเด็ด!!

แม้จะใช้เครื่องยนต์ขนาดเท่าเดิม 471 ซีซี. 2 สูบเรียง แต่เครื่องยนต์บล็อคนี้ถูกปรับปรุงรายละเอียดมาในส่วนสำคัญๆหลายจุด เช่น องศาการเปิด-ปิดคอลูกเบี้ยว(ภายในเครื่องยนต์) ระบบกรองอากาศ กล่อง ECU และหัวเทียนใหม่ ซึ่งส่งผลให้ All-New CBR500R สามารถ “บิด” เปิดคันเร่งได้ด้วยแรงบิดที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเก่าอย่างสังเกตได้

จากการลองขี่ในสนาม ถือว่าอัตราเร่งทำได้ดีสมศักดิ์ศรีสปอร์ต 500 ซีซี. แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องบอกว่าเป็นคาแร็กเตอร์ที่ฮอนด้าไม่เคยทิ้งไปสำหรับรถในคลาสนี้คือ ความ “เข้าถึงง่าย” แม้จะมีความแรงทะยานแตะ 175 กม./ชม. ได้อย่างไม่ยากเย็น แต่แรงบิดและรอบเครื่องที่นุ่มนวล(รอบตัด 9,000 Rpm) ดูเหมือนจะทำมาให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ง่าย จึงอาจขาดความ “ดุดัน” สำหรับคนที่ต้องการความดิบของรถสไตล์ 2 สูบมีขัดใจบ้างเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามความโดดเด่นของเทคโนโลยี Assist/Slipper Clutch ที่ใส่มาในเครื่องยนต์ทำงานได้ดี(มาก) ใช้งานระบบเกียร์ได้นุ่มนวลมากขึ้น เราลองเชนเกียร์ลง 2-3 เกียร์ต่อเนื่องอย่างหนักเพื่อเค้าโค้งยากๆ ก็ไม่มีอาการใดๆให้ได้สัมผัส กลายเป็นว่าผู้ขับขี่เหวอเองเพราะเตรียมใจว่ารถต้องมีอาการแน่ๆ

ปลอดภัย มั่นใจกว่าเก่า

นอกจากระบบไฟส่องสว่าง LED ทั้งคัน พ่วงหน้าปัดเรือนไมล์ LCD เรียบหรู แสดงเอกลักษณ์ความสปอร์ตออกมาได้เป็นอย่างดี บอกข้อมูลต่างๆอย่างครบถ้วนและมองเห็นได้ชัดเจนกลางแสงแดดของสนามช้าง ยังมีฟีเจอร์สำคัญอย่าง “Emergency Stop Signal” ที่จะเปิดไฟฉุกเฉินเมื่อเกิดการลดความเร็วแบบกระทันหัน เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนได้อย่างมากต่อชาวสองล้อ บ่อยครั้งที่เรามักพบอุบัติเหตุจากการลดความเร็วกระทันหัน ระบบนี้จะช่วยเตือนรถคันหลังให้เพิ่มความระมัดระวังและความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี รวมถึงเบรค ABS หน้า-หลัง ก็ทำงานได้ “ฉลาด” มากกว่าเดิม ไม่ “ฟุ่มเฟือย” มีอาการให้เห็นเมื่อเบรคหนักๆ คาดว่าเมื่อใช้งานตามสถานการณ์ฉุกเฉินบนถนนจริงๆ จะสามารถตอบโจทย์พฤติกรรมการเบรคกระทันหันได้อย่างดีเลยครับ

การขับขี่ในสนาม?

การขี่ทดสอบครั้งนี้เป็นรถเดิมๆจากโรงงาน มีเพียงการปรับระยะยุบที่โช้คอัพหน้าเท่านั้นให้เหมาะกับการขี่ในสนาม(เพื่อรองรับการเบรคหนักๆ) ได้คำตอบว่า All-New CBR500R นั้น มีคาแร็กเตอร์นุ่มนวล “รอบไม่จัด” แม้จะเร่งความเร็วไปที่ 9,000 รอบ ของเกียร์ 6 ที่ความเร็ว 170+ กม./ชม. และความเร็วที่ทำได้อย่างไม่เหนื่อยอยู่ประมาณ 140 กม./ชม.

เรื่องระบบช่วงล่างที่นำมาวิ่งแบบสปอร์ตจัดเต็มในสนามนั้น ก็อาจจะมีสะเทือนให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ด้วยโช้คอัพหน้าเทเลสโคปิค 41 มม. ปรับพรีโหลดได้ และโช้คอัพหลังเดี่ยว โปรลิงค์ปรับพรีโหลด 5 ระดับ จึงอาจจะไม่เหมาะมากกับการขี่ที่โหดหิน แต่หากนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันแล้วล่ะก็ “เหลือเฟือ” ครับ

ขี่สะดวกพอดีมือ

แน่นอนว่าเมื่อเป็นรถที่ควบคุมง่าย แถมความสูงเบาะเพียง 789 มม. สาวๆตัวเล็กสามารถขี่ได้สบายๆ การควบคุมรถ ไม่ว่าจะตอนออกตัว พลิกโค้ง ทำความเร็วนั้นสะดวกง่ายดายไปหมด ไม่รู้สึกถึงความดุดันของเครื่องยนต์ใดๆ แม้จะเร่งจนเครื่องถึงรอบเรดไลน์ก็ไม่มีอาการสะท้านมือ ส่วนใครที่หวังแรงบิดออกตัวแบบ​ “ดึงหน้าหงาย” นั้น ไม่มีให้สัมผัสในรถรุ่นนี้นะ แต่คนที่กำลังคิดหารถเริ่มต้น เป็นรถที่จะเปิดประสบการณ์โลก 2 ล้อ เรียนรู้ที่จะทำความเร็ว เข้าโค้ง หรือเล่นท่ายากแล้วล่ะก็ ผมจัดให้ All-New CBR500R เป็น “ตัวเลือกอันดับ 1” เลย ด้วยสมรรถนะพอดีมือ ไม่หวือหวา มิติรถที่ใครๆก็ขี่ได้ พร้อมเส้นสายการดีไซน์ที่ถือว่าโฉบเฉี่ยวและปรับสีสันใหม่มาใน 3 คู่สี ดำ-แดง, แดง-ดำ , ขาว-เขียว และราคาเริ่มต้นเพียง 217,000 บาทเท่านั้นเอง

ข้อมูลทางเทคนิค

เครื่องยนต์ PC62E / Liquid-cooled Parallel Twin DOHC

ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี.) 471

อัตราส่วนแรงอัด 10.7 : 1

ระบบคลัทช์ คลัทช์เปียกหลายแผ่นซ้อนกัน พร้อม Assist/Slipper Clutch

ระบบส่งกำลัง เกียร์ธรรมดา 6-Speed

ระบบการติดเครื่องยนต์ สตาร์ทไฟฟ้า

มิติรถ กว้าง X ยาว X สูง (มม.) 758 x 2,081 x 1,145

ความสูงของเบาะ (มม.) 789

น้ำหนักสุทธิ (กก.) 195

ระบบกันสะเทือนหน้า เทเลสโคปิค41 มม. ปรับพรีโหลดได้

ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คอัพหลังเดี่ยว โปรลิงค์ปรับพรีโหลด 5 ระดับ

ระบบเบรค ABS หน้า-หลัง จาก Nissin

ขนาดยางหน้า 120/70ZR17M/C (58W)

ขนาดยางหลัง 160/60ZR17M/C (69W)