รีวิว Yamaha R7 2026 สเปค อัปเกรดใหม่ ราคา 3.45 แสนบาท
2026 Yamaha R7 สปอร์ตไซส์กลางที่วางจำหน่ายทั่วโลกคันนี้ได้รับการอัปเกรดสเปกมาแบบเต็มพิกัด ทั้งด้านความแรงและความปลอดภัย จะว่าไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็น Major Change เลยก็ว่าได้ เพราะมีเพียงเครื่องยนต์เท่านั้นที่ยังคงเดิม นอกนั้นเปลี่ยนใหม่เกือบทั้งคัน และในครั้งนี้ SuperBank ตัวแทนจาก MTC ได้มาทดสอบ รีวิว Yamaha R7 2026 สเปค กันถึงที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งไทยยามาฮ่าเป็นผู้เปิดโอกาสให้ได้รีดสมรรถนะกันแบบเต็มพิกัด ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยว่า R Series รุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง
รูปลักษณ์ สปอร์ตไบค์ที่แท้จริง
ก็เป็นสปอร์ตไบค์ฟูลแฟริ่งแท้ ๆ นั่นแหละ แต่ในเจเนอเรชันนี้มีการปรับดีไซน์ใหม่ให้มีความสปอร์ตมากขึ้น ไฟหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟเลี้ยวย้ายไปอยู่กับกระจกมองหลัง ดูคมและโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม พร้อมแฟริ่งใหม่ที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยให้มุดลมได้ดีขึ้น และยังเพิ่มความสวยงามไปในตัว
หน้าจอได้รับการอัปเกรดเป็นจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว ดูทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนตำแหน่งเบาะ พักเท้า และแฮนด์ ก็ปรับใหม่ทั้งหมด ให้ตอบโจทย์ด้านการยศาสตร์มากขึ้น เพราะยุคนี้รถสปอร์ตต้องใช้งานได้ทุกวัน ขี่สนุก และขี่สบาย ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้นกว่าเดิม
เครื่องยนต์ CP2 “Crossplane 2 สูบ”
เครื่องยนต์ตัวนี้ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมาได้ไกลขนาดนี้ ไกลในที่นี้คือ “ได้รับการยืนยันว่าจะถูกนำไปใช้เป็นเครื่องยนต์มาตรฐานในการแข่งขัน Moto3” ถือว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของยามาฮ่าเลยทีเดียว Yamaha R7 2026 ใช้เครื่องยนต์ CP2 DOHC ขนาด 689 ซีซี แบบ 2 สูบเรียง (บล็อกเดียวกับ MT-07, XSR700 และ Ténéré 700) ให้กำลังสูงสุด 73.4 แรงม้า ที่ 8,750 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 68 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที
มาพร้อมหัวฉีด ลิ้นปีกผีเสื้อคู่ คันเร่งไฟฟ้า (YCC-T) ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีมาจาก YZF-R1 ระบายความร้อนด้วยน้ำ คลัตช์มือ เกียร์ 6 สปีด พร้อม Quickshifter รุ่นใหม่ที่เปลี่ยนเกียร์ได้แม่นยำกว่าเดิม
ถังน้ำมันปรับทรงมาใหม่ มีความจุ 14 ลิตร ส่วนภายในเครื่องยนต์ ทั้งลูกสูบ ก้านสูบ และข้อเหวี่ยง ยังคงเหมือนรุ่นก่อน มีเพียงการปรับทางเดินอากาศใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งแค่นี้ก็แรงเกินพอแล้ว
ช่วงล่างอัปเกรดใหม่
Yamaha R7 2026 เปลี่ยนช่วงล่างใหม่ พร้อมแชสซีแบบ Diamond Frame ที่แข็งแรงกว่าเดิม รองรับแรงบิดและแรงกระทำได้ดีขึ้น รวมถึงสวิงอาร์มใหม่ที่เพิ่มความแข็งแรงเช่นกัน
![]() |
![]() |
โช้คอัพหน้าเป็น KYB แบบ Upside Down ขนาดแกน 41 มิลลิเมตร อัปเกรดมาใหม่ให้ปรับได้ครบทั้งพรีโหลด รีบาวด์ และคอมเพรสชัน ส่วนด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยว พร้อมปรับได้ทั้งพรีโหลดและรีบาวด์
![]() |
![]() |
ระบบเบรกหน้าเป็นคาลิเปอร์เรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ปั๊มบนจาก Brembo พร้อมจานเบรกขนาด 298 มม. ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยว ขนาด 245 มม. กับคาลิเปอร์เบรก Nissin
ล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว แบบ SpinForged น้ำหนักเบา และเปลี่ยนเกมด้วยยาง Bridgestone Battlax Hypersport S23 หน้า 120/70 ZR17 หลัง 180/55 ZR17 ทั้งหมดนี้ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักรวมเพียง 189 กิโลกรัม
เทคโนโลยีที่ให้มาติดรถ
ตัวรถมี Riding Mode มาให้ 3 โหมด พร้อมระบบ IMU 6 แกน ช่วยประมวลผลการทำงานของระบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น PWR (พละกำลัง 3 ระดับ), TCS (แทรคชันคอนโทรล 3 ระดับ), SCS (สไลด์คอนโทรล 3 ระดับ), LIF (ลิฟต์คอนโทรล 3 ระดับ), EBM (เอ็นจิ้นเบรกแมเนจเมนต์ 2 ระดับ) และ BC (เบรกคอนโทรล) ซึ่งในแต่ละโหมดก็จะมีระดับการทำงานของระบบต่าง ๆ แตกต่างกันออกไป
โหมดการขับขี่ก็จะมี Sport, Street, Rain, Custom และ Track ซึ่งก็จะมีระดับการทำงานของระบบต่าง ๆ ดั่งในตาราง
| โหมด | PWR | TCS | SCS | LIF | QS⬆ | QS⬇ | BC | EBM | LCS | |
| Normal | Sport | PWR 1 | TCS 1 | SCS 1 | LIF 1 | QS⬆ 2 | QS⬇ 2 | BC ON | EBM 1 | LCS OFF |
| Street | PWR 2 | TCS 2 | SCS 2 | LIF 2 | ||||||
| Rain | PWR 3 | TCS 3 | SCS 3 | LIF 3 | ||||||
| Custom1,2 | PWR 2 | TCS 1 | SCS 1 | LIF 1 | ||||||
| Track | Track 1 | PWR 1 | TCS 1 | SCS 1 | LIF 1 | QS⬆ 1 | QS⬇ 1 | BC OFF | EBM 1 | LCS OFF |
| Track 2 | PWR 1 | TCS 2 | SCS 2 | LIF 2 | QS⬆ 1 | QS⬇ 1 | BC OFF | EBM 2 | LCS OFF | |
| Track 3 | PWR 2 | TCS 3 | SCS 2 | LIF 2 | QS⬆ 1 | QS⬇ 1 | BC OFF | EBM 1 | LCS OFF | |
| Track 4 | PWR 2 | TCS 3 | SCS 3 | LIF 3 | QS⬆ 1 | QS⬇ 1 | BC OFF | EBM 2 | LCS OFF |
ยังมีระบบช่วยอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ดังนี้

– Launch Control ระบบช่วยออกตัว 2 ระดับ ปิดเปิดได้
– Pit Lane Speed Limiter ระบบจำกัดความเร็วในพิทเลน
– Lap Record ระบบบันทึกเวลาต่อรอบในสนามแข่ง
– Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
ฟีลลิ่ง ท่านั่ง การหมอบในสนามแข่ง
ท่านั่งใหม่ดูเฟรนลี่ขึ้นนะแต่เฟรนลี่ไปทางถนนมากขึ้นกว่าเดิม แต่ในสนามก็ยังคงสามารถทำได้ดี แฮนด์มีตำแหน่งที่สูงจากเดิมเล็กน้อย แต่ก็ไม่มาก สถานการณ์ทำให้เราต้องหมอบจึงไม่ได้รู้สึกก้มเยอะขึ้น
ตำแหน่งเบาะกำลังดี มุมถังน้ำมันเข้ากับหน้าขาได้เวลาที่จะต้องเข้าโค้งอันนี้เห็นผลเลย ดีไซน์ถังทำให้การท่านั่งขับขี่มีความกระชับมากขึ้น แต่ถ้าใช้บนถนน หรือชีวิตประจำวันทั่ว ๆ ไป มุมนี้ดีขึ้นแน่นอน ซึ่งยามาฮ่าออกแบบมาให้คนที่ขี่ถนนด้วย ระยะมันดีขึ้นจริง แค่ใส่กางเกงยีนส์ ถุงมือการ์ดอ่อน รองเท้าผ้าใบก็ออกไปมันได้แล้ว เพราะคันนี้ปรับมาให้คุณขี่มันได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
ฟีลลิ่ง เครื่องยนต์ ความสมู้ท เปลี่ยนเกียร์ คันเร่งไฟฟ้า
คาแร็คเตอร์พื้นฐานเครื่อง CP2 ก็ดิบอยู่นะ ซึ่งเจ็น 3 นี้ไม่ได้เปลี่ยนภายในอะไร มีแต่ส่วนควบที่เปลี่ยน เป็นคันเร่งไฟฟ้ามี Riding Mode มี IMU 6 แกนมา สำหรับผมคิดว่าเครื่องตัวนี้เป็นมิตรกับผู้ขับขี่มากขึ้น ขี่ในสนามเครื่องตัวนี้วิ่งทะลุ 200 KM/H ได้สบาย ๆ ในทางตรงของสนามช้าง
ตัวควิกชิฟเตอร์ใหม่เองก็มีความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์มากขึ้น สามารถเดินคันเร่งในโค้งเยอะขึ้น อาจเพราะมีระบบ IMU 6 แกนมาช่วยหรือผมคิดไปเอง ไม่สิ มันช่วยจริง ทั้งเร่ง ทั้งเบรก รู้สึกปลอดภัยขึ้น
แต่ถ้าใครมาจากสาย 4 สูบเรียงก็จะไม่ค่อยชอบเท่าไร ทั้งเสียงท่อ หรือความเร็วปลาย ที่มาแบบหนืด ๆ หน่อย แต่อยากให้รู้ไว้ เครื่องตัวนี้มันแค่ 689 ซีซี เองนะ.. แต่ที่แน่ ๆ คุณจะคุมสมรรถนะเครื่องตัวนี้ได้ง่ายขึ้นจากเทคโนโลยีที่เขาใส่มาในเจนเนอร์เรชั่นนี้
ฟีลลิ่งช่วงล่าง KYB ซิ่งสนามแข่งได้ ถนนก็ดี
ในพาร์ทสนามแข่งบุรีรัมย์โค้งไฮสปีดความเร็วสูง เข้าด้วยความเร็วเกิน 150 กม./ชม อย่างโค้ง 4 แล้วยังมีโค้งต่อเนื่องอย่างโค้ง 6-7 และโค้ง 10-11 ในสนามช้างที่เน้นการพลิกรถต่อเนื่อง ส่วนนี้ต้องยกเครดิตให้เฟรม+สวิงอาร์มใหม่ได้เลย มีความมั่นคงมากขึ้นในการเข้าโค้ง จริง ๆ ก็มีโช้ค KYB กับยาง S23 นะ แต่พาร์ทนี้ต้องให้เฟรมกับสวิงอาร์มใหม่จริงๆ ฟีลลิ่งที่กล้าพลิกรถทำให้เรารู้ว่ารถยังสามารถไปได้อีก
ถ้าพูดในพาร์ทขี่ถนนทุกอย่างเซทติ้งพื้นฐานมาดีอยู่แล้วปรับนิดแต่งหน่อยให้เข้ากับสไตล์การขี่ เอาไปลองเล่นโค้งบนเขาค้อ หรือขี่เล่นโค้งเบา ๆ บนเขาใหญ่ คงเป็นรถที่ขี่สนุกไม่แพ้ใครเลยละ..
สนนราคาค่าตัว
![]() |
![]() |
![]() |
| สีดำ Midnight Black ราคา 345,000 บาท | สีน้ำเงิน Icon Blue ราคา 345,000 บาท | สีพิเศษ สีขาว-แดง Anniversary White ราคา 348,000 บาท |
สรุป
สุดท้ายนี้จากการได้ทดสอบ รีวิว Yamaha R7 2026 ในสนามระดับโลก ถือว่าเป็นสปอร์ตไบค์ตัวใหม่ ที่มีการปรับสเปคมาให้มีความแมสมากขึ้น ยามาฮ่าทำการตลาดมาให้กว้างขึ้น เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ งบจำกัดที่ชื่นชอบความเร็ว ชอบดีไซน์ในแบบสไตล์ของยามาฮ่า เพรียว บาง ล้ำสมัย ไม่ว่าคุณจะอยากขี่กินลมสบาย ๆ ออกทริป หรืออยากจะหมอบซิ่ง R7 คันนี้ก็สามารถทำได้ไม่แพ้ใคร ลองดูแล้วคุณจะชอบสปอร์ตไบค์คันนี้..!!
Special Thank
– ขอบคุณชุด Racing Suit สุดหล่อจาก Dainese Bangkok
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่





























