2025 Tricity 300 สามล้อซิ่ง ไว้วิ่งในตัวเมืองจาก Yamaha
ยังคงได้ไปต่อนะครับสำหรับโมเดลสามล้อซิ่งอย่าง 2025 Tricity 300 จากทาง Yamaha ซึ่งบ้านเราเองก็เคยมีจำหน่ายอยู่เหมือนกันแต่เป็นพิกัดเล็ก แต่อย่างไรก็ดีดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก แต่ที่ยุโรปนั้นรถสามล้อแบบนี้เป็นสไตล์ที่ได้รับความนิยมอยู่พอตัวเลยล่ะครับ มีกันหลากหลายพิกัดเลยทีเดียว ส่วนเจ้าไตรซิตี้คันนี้มีอะไรยังไงบ้าง อ่านรายละเอียดด้านล่างกันได้เลยครับ
สำหรับคันนี้จะเป็นมอเตอร์ไซค์แบบ 3 ล้อ ที่มีล้อด้านหน้าแบบ 2 ล้อนะครับ ซึ่งก็จะมีข้อดีที่น้ำหนักค่อนข้างเบา และให้ความคล่องตัวสูงจากช่วงล่างที่ทางยามาฮ่าออกแบบมาเป็นอย่างดี
ดีไซน์ตัวรถออกแบบมาในสไตล์สปอร์ตโมเดิร์น มีความโฉบเฉี่ยว โดดเด่นไม่มีใครเหมือน เส้นสายออกไปในทางโค้งมน ดูสมูทนุ่มนวล ไม่ได้ดูดุดัน แต่ก็ดูลงตัวเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเมือง
เครื่องยนต์ของเจ้าสามล้อคันนี้เป็นเครื่องบลูคอร์ สูบเดียว 292 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ที่ผ่านมาตรฐาน Euro5+ แล้ว เคลมกำลังมาที่ 27.62 แรงม้าที่ 7,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 28.9 นิวตันเมตรที่ 5,750 รอบต่อนาที ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติและส่งกำลังสู่ล้อหลังด้วยระบบสายพานวีเบลต์ มีถังน้ำมันขนาด 13 ลิตร
ช่วงล่างของโมเดลนี้พิเศษด้วยระบบโช้คหน้าแบบดับเบิ้ลเทเลสโคปิก (โช้คหน้า 4 ต้น) ด้านหลังจะเป็นโช้คหลังสปริงคู่ ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ (ล้อละหนึ่ง) ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนยางก็มีขนาด 120/70 – 14 และ 140/70 – 14 หน้าหลังตามลำดับ
ส่วนเรื่องของเทคโนโลยีก็มีมาให้พอหอมปากหอมคออย่างระบบเบรก ABS และระบบกระจายแรงเบรก แทรคชันคอนโทรล ยังมีระบบ Standing Assist System ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวก โดยระบบนี้จะทำให้รถทรงตัวได้โดยไม่ต้องเอาขาลงจากรถ เวลาจะจอดรถติดไฟแดง หรือจอดรถรอคนข้ามถนน นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกอย่างช่องระบบปาร์กกิ้งเบรกป้องกันรถไหลเวลาจอดบนทางลาด มีช่องเก็บของขนาดใหญ่ใต้เบาะใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ 2 ใบ ช่องจ่ายไฟแบบ DC ที่ด้านหน้า ส่วนหน้าจอน่าเสียดายนิดหน่อยตรงที่ยังเป็นจอดิจิทัล LCD ธรรมดา ไม่ได้เป็นหน้าจอสีเหมือนรุ่นใหม่ ๆ รุ่นอื่น
เรื่องของการขายนั้น โมเดลนี้มีสนนราคาเริ่มต้นที่ยุโรปนั้นจำหน่ายที่ 8,679 ยูโรหรือคิดเป็นเงินไทยคร่าว ๆ ก็ 330,000 บาท ซึ่งคิด ๆ ดูแล้ว นี่อาจจะเป็นเหตุผลนึงที่ทางยามาฮ่าประเทศไทยไม่ได้นำมาขายในบ้านเรา เพราะค่าตัวถือว่าค่อนข้างแพง หากเทียบกับขนาดของเครื่องยนต์ ซึ่งผู้ใช้บ้านเราส่วนมากก็จะมองเรื่องขนาดเครื่องยนต์และฟีเจอร์ที่ให้มาเป็นส่วนมาก และบ้านเราก็รถติดมาก ๆ ด้วย การที่มีสองล้อด้านหน้าทำให้มีมิติใหญ่ขึ้นมาก อาจจะทำให้ไม่สะดวกในการซอกแซกบ้านเรา เลยไม่ได้รับความนิยมนั่นเอง
แต่ถ้าใช้ตามต่างจังหวัดก็บอกเลยว่าคุณจะดูโดดเด่นมาก ๆ เลยล่ะครับ
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่










