2026 Ducati Monster Sport เปิดสีสันใหม่สไตล์สปอร์ต
ค่ายแดงส่งอสูรร้ายสีสันใหม่แล้วกับ 2026 Ducati Monster Sport ที่ให้ความดุดันสไตล์สปอร์ตมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคย โดยมาพร้อมสีสันโทนดำแดง ดุดันสุด ๆ
ไฮไลท์ 2026 Ducati Monster Sport
- เพิ่มสีสันพิเศษ Sport หล่อเท่ได้อารมณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น
- เครื่องยนต์ใหม่ เบากว่า แต่ยังคงแรงไม่ตก
- น้ำหนักเบาลง 4 กก.
🏍️2026 Ducati Monster Sport มีดีไซน์อย่างไร
ยังคงสืบทอด DNA ความเป็นสัตว์ร้ายมาได้เป็นอย่างดี แค่เห็นก็รับรู้ได้ว่านี่คือ Monster แต่เอกลักษณ์เรื่องเฟรมถักนั้นก็หายไปตั้งแต่เจ็นก่อนหน้านี้แล้ว ทว่าไฟหน้าและถังน้ำมันอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยังคงอยู่ ซึ่งเจ้าตัวสปอร์ตนี้ก็จะมีสีสันเพิ่มเข้ามาเป็นโทนสีดำแดง
แต่ในดีเทลรายละเอียดแล้วตัวรถมีความปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น ให้ความสปอร์ตมากขึ้นจากการปรับเปลี่ยนตำแหน่งแฮนด์บาร์ให้เยื้องไปด้านหน้าและสูงขึ้นอีกเล็กน้อย ยังมีเรื่องของการปรับแฟริ่งบริเวณขาให้แคบลงและต่ำลง ทำให้ตัวเบาะนั่งของรถสูงเพียง 815 มม. ช่วยให้ขาถึงพื้นได้ง่ายขึ้นอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังเติมลูกเล่นให้ผิวสัมผัสมีความสากช่วยเพิ่มกริปเวลาหนีบตัวรถ ช่วยคอนโทรลรถได้ดียิ่งขึ้น
⚙️แล้ว 2026 Ducati Monster ใช้เครื่องยนต์อะไร แรงม้า แรงบิดเท่าไหร่?
เครื่องยนต์ของโมเดล 2026 จะใช้เครื่อง V2 เจ็นใหม่ที่มีขนาดความจุลดลง เครื่องเล็กลงและน้ำหนักเบาลงกว่าเดิม พร้อมระบบวาล์วไอดีแบบแปรผัน ทำให้ตัวรถกะทัดรัดปราดเปรียว โดยที่แรงไม่ตก ขณะเดียวกันก็ยังประหยัดน้ำมันและผ่านมาตรฐาน Euro5+ อีกด้วย
- เครื่องวีทวิน (V2) สองสูบวี 890 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ
- เคลมแรงม้าสูงสุด 111 แรงม้า ที่ 9,000 รอบต่อนาที
- เคลมแรงบิดสูงสุด 91.1 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบต่อนาที
🛠️ช่วงล่าง เป็นอย่างไรบ้าง?
ส่วนช่วงล่างของโมเดลนี้โดดเด่นที่เฟรมน้ำหนักเบาและสมรรถนะดีทั้งโช้ค เบรกลงไปจนถึงยางกันเลยทีเดียว
- เฟรมโมโนค็อกอลูมิเนียมและซับเฟรมท้ายแบบเหล็กกล้าผสมกับโพลีเมอร์เสริมความแข็งแรงด้วยไฟเบอร์กลาส
- ถังน้ำมันขนาด 14 ลิตร
- น้ำหนักรถไม่รวมของน้ำมันเชื้อเพลิง 175 กก.
- โช้คหน้าหัวกลับจาก Showa
- โช้คหลังเดี่ยว Showa ปรับพรีโหลดได้ร่วมกับสวิงอาร์มคู่
- ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ขนาด 230 มม. คาลิเปอร์เบรก Brembo เรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบกับปั๊มบนเรเดียล
- ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว ขนาด 245 มม. คาลิเปอร์เบรกลูกสูบคู่
- ล้ออลูมิเนียมอัลลอย
- มากับยางขนาด 120/70 – ZR17” และ 180/55 – ZR17”
🛡️เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่น
- ระบบ IMU
- คันเร่งไฟฟ้า
- โหมดการขับขี่
- โหมดควบคุมกำลังเครื่องยนต์
- ระบบเบรก Cornering ABS
- แทรคชันคอนโทรล
- ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ
- ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก
- ระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกะทันหัน
- ระบบควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง
- หน้าจอสี TFT
- ระบบหน่วงไฟส่องสว่างค้างหลังจากดับรถแล้ว หรือ Coming Home
- ระบบยกเลิกไฟเลี้ยวอัตโนมัติ
- ระบบจับเวลาแล็ป
- ระบบคาลิเบรตระบบอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติหลังจากเปลี่ยนยางหรือเมื่อยางสึกหรอมาก
⛰️ คันนี้เหมาะกับใคร
สำหรับเจ้าดูคาติมอนสเตอร์นี้เป็นเน็กเก็ดไบค์สไตล์สปอร์ต ก็จะเหมาะกับการขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวัน เดินทางไกลได้ แต่ไม่สบายเท่าทัวริ่งแน่นอน จะไปขี่สนามก็ได้ แต่ก็จะไม่ซิ่งเท่าสปอร์ตหรือซูเปอร์สปอร์ตอย่างแน่นอน เพราะงั้นเจ้าของที่เน้นใช้งานขี่ถนนทั่วไป ใช้ในชีวิตประจำวันดูจะตรงจุดมากที่สุด
💰 ราคาเท่าไหร่ ขายเมื่อไหร่
เรื่องของการจำหน่ายนั้น โมเดลใหม่นี้จะเริ่มต้นที่ 12,890 ยูโร หรือราว ๆ 476,500 บาท โดยตัวเก่าที่ขายในไทยนั้นจะเริ่มต้นที่ 479,000 บาท ความเป็นไปได้คือน่าจะขยับราคาขึ้นไปอีกเล็กน้อย
ทั้งนี้จะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อยคือรุ่น Monster และ Monster+ (เพิ่มฟลายสกรีนด้านหน้าและครอบเบาะท้ายหรือตูดมด)
คู่แข่งที่ใกล้เคียง
สำหรับคู่แข่งที่ใกล้เคียงคันนี้ก็จะมีหลายคันด้วยกัน
- BMW F900R
- Honda CB650R
- Kawasaki Z900
- KTM 990 Duke
- MV Agusta Brutale 800
- Triumph Street Triple RS
- Yamaha MT-09 SP
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่









