2026 Ducati Monster สปอร์ตเน็กเก็ด ขายไทยเริ่ม 499K
เปิดตัวรถจักรยานยนต์สปอร์ตเน็กเก็ตที่หลาย ๆ คนเฝ้ารอคอยอย่าง 2026 Ducati Monster สปอร์ตเน็กเก็ด และ Monster + ซึ่งมาพร้อมการยกระดับสมรรถนะและดีไซน์ที่โดดเด่น อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของคลาส เริ่มต้นเพียง 515,000 บาทเท่านั้น
จุดเด่น 2026 Ducati Monster
- สปอร์ตเน็กเก็ดจากตระกูลรถยอดนิยมของทางค่าย
- เครื่องยนต์ใหม่ขนาดเล็กลงแต่สมรรถนะไม่ด้อยลง
- มาพร้อมระบบวาล์วแปรผัน Intake Variable Timing (IVT)
- น้ำหนักเบายิ่งกว่ามอนสเตอร์รุ่นก่อน ๆ
- ท่านั่งขับขี่ที่สบายมากยิ่งขึ้น
- เทคโนโลยีอัปเกรดใหม่เพิ่มเติม
โมเดลนี้มีดีไซน์อย่างไร
ดีไซน์ใหม่หลายจุดโดยยังคงมี DNA ของมอนสเตอร์จากในอดีตถ่ายทอดมาบ้าง แต่เอกลักษณ์ที่หลาย ๆ คนชอบอย่างเฟรมถักนั้นจริง ๆ แล้วไม่ได้ตามมาตั้งแต่ปี 2021 แต่ข้อดีคือน้ำหนักที่เบามาก ๆ ในขณะที่สมรรถนะก็ดีขึ้นเช่นกัน โดยเบากว่าเจ็นก่อน 4 กก.เลยทีเดียว
แต่จุดที่ยังถ่ายทอดและปรับปรุงออกมาได้ดีเป็นส่วนของไฟหน้าและถังน้ำมัน ซึ่งยังคงได้ทรงแบบดั้งเดิมแม้ดีเทลจะถูกปรับปรุงให้ทันสมัยและตอบโจทย์แนวทางการออกแบบสมัยใหม่มากขึ้น
ยังมีเรื่องของการปรับให้นั่งได้สบายมากขึ้นรองรับสรีระที่หลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องของการออกแบบให้ตัวถังช่วงขาให้แคบลง ทำให้ขาถึงพื้นได้ง่ายขึ้น
เครื่องยนต์อะไร มีแรงม้า แรงบิดเท่าไหร่
เครื่องยนต์เป็นเครื่อง 2 สูบเรียงที่ตอนนี้ดาวน์ไซส์ลงมาเล็กน้อยจากเดิมที่ทะลุ 900 ซีซีซีไปแล้ว มาเป็นเครื่อง V2 ขนาด 890 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ แต่สมรรถนะดีขึ้นด้วยระบบ IVT หรือวาล์วไอดีแปรผัน ไม่ได้ใช้ระบบวาล์วแบบเดสโมดรอมิกแล้ว
| รายการ | รายละเอียด |
| ประเภทเครื่องยนต์ | V2 90 องศา แบบ 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำพร้อมระบบวาล์วแปรผัน |
| ความจุ | 890 ซีซี |
| กำลังสูงสุด | เคลม 111 แรงม้า ที่ 9,000 รอบต่อนาที |
| แรงบิดสูงสุด | เคลม 91.1 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบต่อนาที |
| ระบบส่งกำลัง | ส่งกำลังด้วยเกียร์ 6 สปีด และควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง |
| ระบบขับเคลื่อน | ขับเคลื่อนด้วยโซ่ |
อัตราการสิ้นเปลือง
- 23 กิโลเมตรต่อลิตร
ช่วงล่าง มีอะไร ยังไงบ้าง
ในส่วนช่วงล่าง โมเดลนี้โดดเด่นที่เฟรมอลูมิเนียมโมโนค็อกน้ำหนักเบา รวมไปถึงระบบเบรกต่ก Brembo
- เฟรมอลูมิเนียมโมโนค็อก
- ถังน้ำมันขนาด 14 ลิตร
- น้ำหนัก 175 กก. (ไม่รวมของเหลว)
- ระบบกันสะเทือนหน้า โช้คหัวกลับ Showa 43 มม.
- ระบบกันสะเทือนหลัง โช้คหลังเดี่ยว Showa กับสวิงอาร์มคู่ ปรับพรีโหลดได้
- ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่แบบกึ่งลอยตัว 320 มม. คาลิเปอร์เบรก Brembo M4 โมโนบล็อกเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ปั๊มบนเรเดียล Brembo ระบบเบรก Cornering ABS
- ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว 245 มม. คาลิเปอร์เบรก Brembo 2 ลูกสูบ ระบบเบรก Cornering ABS
- ล้ออลูมิเนียม 17 นิ้ว
- ยางหน้า Pirelli Diablo Rosso IV ขนาด 120/70 –ZR17” และหลังขนาด 180/55 – ZR17”
เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่น
- คันเร่งไฟฟ้า
- ระบบ IMU
- โหมดการขับขี่
- พาวเวอร์โหมด
- แทรคชันคอนโทรล
- ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ
- ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก
- ระบบเบรก Cornering ABS
- ระบบแจ้งเตือนเมื่อเบรกกะทันหัน
- ระบบควิกชิฟเตอร์ 2 ทาง
- ระบบยกเลิกไฟเลี้ยวอัตโนมัติ
- ระบบจับเวลาแล็ป
- หน้าจอสี TFT เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน
คันนี้เหมาะกับใคร
สำหรับคำถามว่าคันนี้เหมาะกับใคร ก็สำหรับคนที่ต้องการรถสไตล์เน็กเก็ตไว้ใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือจะออกทริปไปต่างจังหวัดก็ทำได้ แค่อาจจะต้องทะเลาะกับกระแสลมมากซักหน่อย และแนะนำว่าควรจะมีประสบการณ์ขับขี่บิ๊กไบค์มาก่อน
ราคาเท่าไหร่ ขายเมื่อไหร่
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| รุ่นสแตนดาร์ด 499,000 บาท | รุ่นพลัส สี Ducati Red 515,000 บาท | รุ่นพลัส สี Iceberg White 525,000 บาท | รุ่นพลัส สี Sport Livery 569,000 บาท |
สำหรับคันนี้รุ่นสแตนดาร์ดเริ่มต้น 499,000 บาท และรุ่นพลัสเริ่มต้นที่ 515,000 บาท โดยรุ่นพลัสจะมาพร้อมกับฟลายสกรีนด้านหน้าและครอบเบาะท้ายเพิ่มความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่













