2026 Hornet500 ปรับสีใหม่ ใส่ E-Clutch

2026 Hornet500 ปรับสีใหม่ ใส่ E-Clutch

2026 Hornet500

เปิดตัวไปแล้วนะครับกับ CB500 Hornet ที่ยุโรป แต่บ้านเรามันก็คือ 2026 Hornet500 เป็นอีก 1 รุ่นที่ได้รับการเพิ่มเติมระบบ E-Clutch ไปกับเขาด้วย เนื่องจากอยู่ในซี่รี่ส์ 500 ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้นำเสนอ NX500 ไปแล้ว ครั้งนี้เป็นคิวของเจ้าเน็กเก็ดบ้าง แน่นอนว่าไม่ได้ปรับอะไรนอกจากสีสันใหม่กับการเพิ่มรุ่นย่อยที่ช่วยในเรื่องความสะดวกสบายและช่วยให้มือใหม่เริ่มต้นกับรถคลัตช์คันแรกได้ง่ายขึ้น

2026 Hornet500 หน้าตาเป็นอย่างไร?

2026 Hornet5002026 Hornet500

ดีไซน์ไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติม นอกจากลวดลายกราฟิกและสีสันใหม่ที่น่าจะถูกใจสายสตรีทมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็มีมาให้เลือกด้วยกันสามเฉดสีนั่นเอง

สีดำ Graphite Black with Mat Gunpowder Black Metallic สีแดงดำ Grand Prix Red with Graphite Black Metallic สีขาวเหลือง Pearl Horizon White with Lemon Ice Yellow

Hornet500 ใช้เครื่องยนต์อะไร แรงม้า แรงบิดเท่าไหร่?

สำหรับโมเดลรหัส 500 ของทางฮอนด้าก็จะใช้เครื่องยนต์ 2 สูบ 471 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ เคลมกำลังมาที่ 47 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาทีกับแรงบิด 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที พร้อมระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ มีถังน้ำมันขนาด 17.1 ลิตร โดยมีอัตราสิ้นเปลือง 28.57 กม./ลิตร คิดคร่าว ๆ ก็จะได้ราว ๆ 470 กม.ต่อน้ำมันหนึ่งถังเลยทีเดียว

เครื่องยนต์ 2 สูบ 471 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ
กำลัง 47 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที
แรงบิด 43 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบต่อนาที
ท็อปสปีด (เคลม) 176 กม./ชม.
ความจุถังน้ำมัน 17.1 ลิตร
อัตราการสิ้นเปลือง (เคลม) 28.6 กม./ลิตร

ช่วงล่างเป็นอย่างไรบ้าง?

ช่วงล่างคันนี้ยังคงเดิม แต่ช่วงล่างถือว่าดีเพียงพอกับรถในพิกัดนี้ ตัวรถใช้เฟรมไดมอนด์จากเหล็กกล้าที่ปรับจูนมาให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงสภาพพื้นผิวเส้นทางได้ชัดเจน ขณะเดียวก็มีความแข็งแรง และซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี

โช้คหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับจาก Showa SFF-BP 43 มม. ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกหน้าคู่ 296 มม.คาลิเปอร์เบรก Nissin แบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ กับดิสก์หลังเดี่ยว 240 มม. คาลิเปอร์เบรก 1 ลูกสูบ ปิดท้ายด้วยล้ออลูมิเนียมน้ำหนักเบารัดด้วยยางขนาด 120/70 – ZR17” และ 160/60 – ZR17”หน้าหลังตามลำดับ

เฟรม เฟรมแบบไดมอนจากเหล็กกล้า
ขนาดกว้าง x ยาว x สูง 800 X 2,080 X 1,060 มม.
ระยะฐานล้อ 1,410 มม.
ระยะจากตัวรถถึงพื้น 145 มม.
ความสูงเบาะ 785 มม.
น้ำหนักพร้อมขี่ 188 กก. (E-Clutch 191 กก.)
ระบบกันสะเทือน – ด้านหน้าโช้คหัวกลับ Showa SFF-BP 43 มม.
– ด้านหลังสวิงอาร์มคู่และโช้คเดี่ยว ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ
ระบบเบรก – ดิสก์เบรกหน้าคู่ 296 มม.คาลิเปอร์เบรก Nissin เรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ
– ดิสก์หลังเดี่ยว 240 มม. คาลิเปอร์เบรก 1 ลูกสูบ
ล้อ ล้ออลูมิเนียม
ขนาดล้อและยาง – หน้า 120/70 – ZR17”
– หลัง 160/60 – ZR17”

 

เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่น

เทคโนโลยี CB500 Hornet

2026 Hornet500

– ระบบแทรคชันคอนโทรล HSTC เปิดปิดได้
– ระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล
– ระบบ ESS ไฟเตือนเมื่อเบรกกะทันหัน
– ระบบ E-Clutch (เฉพาะรุ่น)
– หน้าจอเรือนสี TFT 5 นิ้ว

คันนี้เหมาะกับใคร

สำหรับเจ้าแตนไซส์กลางคันนี้ก็เหมาะกับการใช้งานทั้งในชีวิตประจำวัน ในเมืองหรือนอกเมือง แต่หากเดินทางไกลก็อาจจะเสียเปรียบรถในสไตล์ทัวริ่งอยู่บ้างเนื่องจากเรื่องแอโรไดนามิก แต่มีข้อดีเรื่องความคล่องตัว ส่วนในรุ่น E-Clutch ก็จะช่วยให้มือใหม่ขับขี่ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น หรือเพิ่มความสบายเวลาขับขี่ในเมือง

Hornet500 ราคาเท่าไหร่ ขายเมื่อไหร่

เรื่องของราคานั้นรุ่นเดิมอยู่ที่ 217,700 บาท โมเดลใหม่นี้มาอาจจะคงราคาเดิมหรืออาจจะปรับขึ้นเล็กน้อยก็เป็นได้ และสำหรับรุ่น E-Clutch ก็น่าจะบวกเพิ่มไปอีก 20,000 บาท คาดว่าปีหน้า 2026 ก็น่าจะมีจำหน่าย

คู่แข่งที่ใกล้เคียง Hornet500

สำหรับเรื่องคู่แข่งที่ใกล้เคียงกับเน็กเก็ดไม่เกิน 500 ซีซีแบบนี้ก็จะมี

– Aprilia Tuono  457
– CFMoto 450NK
– Kawasaki Z500
แต่ในบ้านเราจริง ๆ ตอนนี้ก็มี Z500 เท่านั้นเลยจริง ๆ ส่วนโมเดลอื่น ๆ ยังไม่มีจำหน่ายในบ้านเรา

อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่

ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่