2026 Tiger Sport 660 อัปเกรดใหญ่รอบคัน ที่สำคัญคือแรงยิ่งขึ้น
โดนใจแฟน ๆ แน่นอนหลังจาก Triumph ทำการปรับปรุงโมเดลเดิมที่ขายอยู่ก่อนแล้วให้แจ่มแจ๋วยิ่งขึ้นรับปีใหม่ ล่าสุดเป็นคิวของ 2026 Tiger Sport 660 ที่ครั้งนี้อัปเกรดใหม่ขนานใหญ่แบบเมเจอร์เชนจ์ทั้งภายนอก ภายใน ช่วยให้รถนั้นขี่ดีขึ้นและแรงขึ้น ซึ่งขอบอกเลยว่าถูกใจชาวไทยแน่นอน
2026 Tiger Sport 660 มีอะไรใหม่บ้าง
- แฟริ่งและลวดลายกราฟิกใหม่
- เครื่องยนต์ 3 สูบเรียง 660 ซีซี ที่แรงขึ้น เคลมตัวเลขมาที่ 95 แรงม้า 68 นิวตันเมตร
- ถังน้ำมันใหญ่ขึ้น
- ปรับปรุงแชสซีใหม่ให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น
Tiger Sport 660 ดีไซน์ใหม่อย่างไร
เจ้าเสือสายซิ่ง ไทเกอร์สปอร์ตไซส์กลางคันนี้มีการปรับโฉมประมาณนึง โดยมีการปรับให้ตัวแฟริ่งมีความสปอร์ตมากขึ้น มีครอบแผงหม้อน้ำใหม่และแฟริ่งด้านหน้าที่ช่วยกันลมได้ดียิ่งขึ้น
ยังมีถังน้ำมันที่ใหญ่ขึ้นเป็นขนาด 18.6 ลิตรตอบโจทย์ทางไกลมากยิ่งขึ้น ยังมีชิลด์ที่ปรับระดับได้ด้วยมือเดียว
และแน่นอนว่ารายละเอียดต่าง ๆ ตามตัวรถยังคงเนี้ยบตามสไตล์ไทรอัมพ์เช่นเดิม
🏍️มีสีอะไรบ้าง
ไทเกอร์สปอร์ต 660 จะมีจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 3 เฉดสีด้วยกัน ได้แก่
![]() |
![]() |
![]() |
|
สีขาว Pure White |
สีฟ้าและเทา Interstellar Blue & Mineral Grey (สีพิเศษ) |
สีเงินและส้ม Silver Ice & Intense Orange (สีพิเศษ) |
⚙️ทำไมเครื่องยนต์แรงขึ้น?
มาถึงเรื่องของเครื่องยนต์อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นว่าแรงขึ้น ซึ่งก็เป็นเพราะทางไทรอัมพ์เองได้ทำการปรับปรุงกลไกภายในต่าง ๆ รวมไปถึงการปรับจูนเพิ่มเติม ทำให้เครื่องยนต์ 3 สูบเรียง 660 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ แรงมากยิ่งขึ้น
- เครื่องยนต์ 3 สูบเรียง 660 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ
- กำลังแรงม้า 95 แรงม้า ที่ 11,250 รอบต่อนาที
- แรงบิด 68 นิวตันเมตร ที่ 8,250 รอบต่อนาที
- เรดไลน์มากขึ้นอีก 20% เป็น 12,650 รอบต่อนาที
- อัตราการสิ้นเปลือง 4 กม./ลิตร
โดยส่วนสำคัญของความแรงครั้งนี้มาจากการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนภายใน อย่างแรกคือ การเพิ่มเรือนปีกผีเสื้อแบบเดิมที่เป็นชุดเดียวรวมกันมาเป็น 3 ตัวแยก ที่มีขนาด 44 มม. (1 ชุดตัวต่อ 1 สูบ) ซึ่งทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้นตั้งแต่รอบต่ำ ๆ ไปจนถึงรอบสูง
ต่อมาเป็นการติดตั้งแอร์บ็อกซ์ด้านหน้าตัวรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนอากาศเข้าสู่ระบบเผาไหม้ได้ดีขึ้น ยังมีฝาสูบที่ออกแบบใหม่ ติดตั้งวาล์วไอเสียที่ใหญ่ขึ้นร่วมกับการปรับโปรไฟล์ของแคมให้ยกวาล์วสูงขึ้น เพื่อปรับการเผาไหม้ให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ได้พละกำลังที่ดีขึ้น และเพื่อตอบรับความร้อนที่เพิ่มมากขึ้นตามความแรง ทางค่ายก็จัดระบบระบายความร้อนให้ดีขึ้นด้วยเปลี่ยนตำแหน่งแผงหม้อน้ำและพัดลมและเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นให้สอดรับกัน
ต่อมาคือการจูนเครื่องยนต์ให้ทุกอย่างทำงานสอดประสานกันได้อย่างลงตัว โดยมีการตอบสนองของคันเร่งที่เนียนละเอียดแต่ฉับไว ช่วยให้ขับขี่ใช้งานได้ดีและมั่นใจมากขึ้น ยังมีเรื่องของระบบไอเสียที่ตอนนี้ใช้คอแบบ 3 รวมเป็น 1 พร้อมปรับปรุงตัวคาตาไลซ์และใช้ท่อแบบวางใต้ตัวรถ ทำให้ได้สมรรถนะที่ดีและเสียงสามสูบโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น เท่านั้นไม่พอ ทางไทรอัมพ์เองก็มีการปรับอัตราทดเกียร์เสียใหม่ทั้งระบบบวกกับปรับจูนระบบ Triumph Shift Assist หรือควิกชิฟเตอร์ให้ทำงานได้นุ่มนวลและแม่นยำกับเครื่องยนต์ที่ปรับปรุงมาใหม่ และยังใช้ระบบสลิปและแอสซิสต์คลัตช์ใหม่ให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวันและในการเดินทางไกล
🛠️ ช่วงล่างเปลี่ยนไปอย่างไร
เรื่องของช่วงล่างที่เปลี่ยนแปลงไปก็จะมีเรื่องของเฟรมที่ต้องปรับให้รองรับเครื่องที่ปรับเปลี่ยนมาใหม่ โดยมีระบบกันสะเทือนจาก Showa ขณะที่ระบบเบรก ล้อและยางยังคงเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง
- เฟรมแบบเพอริมิเตอร์
- ถังน้ำมันขนาด 18.6 ลิตร
- โช้คหน้า Showa SFF-BP
- โช้คหลังเดี่ยว Showa RSU พร้อมซับแทงค์ปรับพรีโหลดและรีบาวด์ได้
- ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่กับคาลิเปอร์เบรกแบบ 2 ลูกสูบ
- ระบบเบรกหลัง ดิสก์เดี่ยวกับคาลิเปอร์เบรกลูกสูบเดี่ยว
- ล้ออลูมิเนียม 5 ก้าน
- ยาง Michelin Road 5 ขนาด 120/70 – R17 และ 180/55 R17
🛡️เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่น
- คันเร่งไฟฟ้า
- โหมดการขับขี่ 3 โหมด
- ระบบ IMU 6 แกน
- ระบบอ็อปติไมซ์คอร์เนอริงแทรคชันคอนโทรล (Optimised Cornering Traction Control)
- ระบบอ็อปติไมซ์คอร์เนอริง ABS (Optimised Cornering ABS)
- ระบบควิกชิฟเตอร์
- ระบบครูซคอนโทรล
- หน้าจอ LCD ผสมกับจอแสดงผลสี TFT
- ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน MyTriumph Connectivity
⛰️ คันนี้เหมาะกับใคร
Tiger Sport 660 คันนี้เหมาะกับนักบิดที่ชอบการเดินทางไกลบนทางดำเป็นหลัก แต่จริง ๆ ก็สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ถ้ามีความคุ้นเคย
2026 Tiger Sport 660 ราคาเท่าไหร่ ขายเมื่อไหร่
สำหรับราคา ปัจจุบันประเทศไทยขายโมเดลเก่าเริ่มต้นที่ 359,000 บาท ส่วนตัวคิดว่าโมเดลใหม่นี้ถ้าเข้าไทยก็อาจจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยคาดว่าจะเข้าไทยเร็วสุดภายในปลายปีนี้ หรือช่วง Motor Expo นั่นเอง
คู่แข่งที่ใกล้เคียง
สำหรับเรื่องคู่แข่งที่ใกล้เคียงกับสปอร์ตทัวริ่งไซส์กลางคันนี้ก็จะมี
– Honda NC750X
– Kawasaki Versys 650
– Suzuki V-Strom 650
– Yamaha Tracer 7 (บ้านเราไม่มีจำหน่าย)
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่











