2500 ซีซี.ยักษ์ปักหลั่น All-new Triumph Rocket 3

คอนเฟิร์มเป็นที่แน่นอนกับการคืนชีพ “Triumph Rocket lll” จากการประกาศไลน์ผลิต “Triumph Factory Customs” อย่างเป็นทางการ (ควบคู่กับอีกหนึ่งโมเดล “Thruxton TFC” )ที่สุดแห่งรถมอเตอร์ไซค์ตระกูล Bonneville พร้อมวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ และวัสดุพรีเมี่ยมจัดเต็ม สำหรับไลน์ผลิต Triumph Factory Custom นั้น จะเป็นผลิตภัณฑ์แบบ “ลิมิเต็ดอิดิชั่น” ผลิตเพียงแค่ 750 คันเท่านั้น

Rocket TFC
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2004 ที่มีการเปิดตัวมอเตอร์ไซค์ขนาดเครื่องยนต์ใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยมีมา “Rocket lll” ขนาดความจุ 2,294 ซีซี. 3 ลูกสูบ และถูกระงับการผลิตไปก่อนตามเงื่อนไขการปล่อยมลพิษ Euro4 นั่นเอง แน่นอนว่าในส่วนของสเปคกับข้อมูลในหน้ากระดาษยังไม่มีการเปิดเผย แต่ลักษณะของเครื่องยนต์ก็ดูจะแตกต่างไปจาก Rocket lll ตัวเดิม ทั้งบล็อคเครื่องยนต์ หัวลูกสูบ และแคร้งค์เคสก็เป็นของใหม่ และเป็นไปได้ยากมากที่ส่วนประกอบภายในจะคงเอกลัษณ์เดิมไว้ แต่รูปลักษณ์และมิติภายนอกยังดูใกล้เคียงกับโมเดลเดิม ที่สำคัญขนาดเครื่องยนต์ 6 สูบบล็อกใหม่ จะอัพขนาดใหญ่ขึ้นไปเป็น 2.5 ลิตร หรือ 2,500 ซีซี.ทีเดียว

บอกตามตรงเมื่อ “เหตุ” เกิดขึ้นด้วยความดุดันทรงพลังแบบนี้ คู่แข่งสไตล์ muscle-cruiser อย่าง Ducati Diavel ก็คงจะพ่ายแพ้อย่างราบคาบให้ Tiumph Rocket lll ใหม่นี้ ทั้งขนาดเครื่องยนต์ที่ใหญ่ว่าลิบลับ ว่าแรงบิดก็ฉีกหนีอย่างมหาศาล และหากให้เดาแล้วก็คงจะเรียกแรงม้าไม่ต่ำกว่า 180 แรงม้า เพียงสะบัดข้อมือเบาๆ

งานออกแบบยุคใหม่ๆชี้ชัดแล้วว่า รถมอเตอร์ไซค์สไตล์นี้ไม่จำเป็นต้อง “หนัก” เสมอไป ทำให้ Triumph เห็นความสำคัญในจุดนี้ เจ้า Rocket lll จึงมีเฟรมที่ประกอบจากโลหะผสม (อัลลอย) แทนที่เหล็กในแบบเก่า แถมการออกแบบยังมีลักษณะ “สปอร์ต” มากกว่าโมเดลเดิมที่เน้นไปทางครูซเซอร์มากกว่า โช้คอัพหน้าหัวกลับขนาดใหญ่(มาก) ปั๊มเบรคจาก Bremboกันสะเทือนหลังรูปแบบโมโนช็อค (ไม่ใช่สวิงอาร์มโช้คคู่แล้ว)

เป็นที่น่าสังเกตว่า Triumph ทุ่มทุนพัฒนาเจ้า Rocket lll อย่างหนักหนาเพียงเพื่อผลิตขาย 750 คันทั่วโลกเท่านั้น? หรืออาจจะมีเวอร์ชั่นอื่นตามมา ตัดชิ้นส่วนคาร์บอนออกไป ลดสเปคลง เพื่อการผลิตขายตลาดใหญ่ พร้อมสัญลักษณ์ Rocket 3 แทนที่ Rocket lll ในแบบเก่า และมีความเป็นไปได้อยู่สูงทีเดียวที่ Triumph จะผลิต Rocket lll ใหม่นี้ในหลายเวอร์ชั่น เช่นเดียวกับที่เคยทำมาแล้วในตระกูล Bonneville สู่หลากหลายโมเดลตามการใช้งานแบบที่เราเห็นในปัจจุบัน!!


งามอย่างมีคุณค่า Thruxton TFC revealed
หากมองเพียง Rocket lll TFC แล้วรู้สึกไกลตัวไป ก็หันมาดูที่ Thruxton TFC ก่อนดีกว่า เพราะว่าพร้อมขายแล้วที่ราคา £17,500 ใครเร่งอยู่ต้องรีบตัดสินใจด้วยนะ เพราะลิมิเต็ด 750 คันเช่นกัน พื้นฐานจากเวอร์ชั่น “Track Racer” ของ Thruxton R แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ “เปลือก” เท่านั้นที่พัฒนา แต่ภายในยังมีเปลี่ยนแปลง สมกับความพรีเมี่ยมลิมิเต็ดอิดิชั่น

วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ถูกใช้ในทุกจุดที่ใส่ได้ในส่วนของแฟริ่ง ด้านข้าง และครอบเบาะท้าย ตัดน้ำหนักไม่จำเป็นไปได้ถึง 5 กิโลกรัม ในขณะที่เครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 1,200 ซีซี. นั้นมีแรงม้าเพิ่มขึ้นมาอีก 10 ตัว จากท่อไอเสียไทเทเนียม Vance and Hines การแมพเครื่องยนต์ใหม่สำหรับโหมด Rain, Road และ Sport อีกทั้งเมื่อเจาะลึกเข้าไปภายในตัวเครื่องแล้วจะพบกับ crankshaft และ balancer shafts ใหม่ที่มีน้ำหนักเบาลงกว่าเดิม ลูกสูบและห้องจุดระเบิดแรงดันสูง แคมแมกนิเซียม และฝาครอบที่บางลงช่วยลดน้ำหนักนั่นเอง

ระบบกันสะเทือนหน้าได้ Ohlins NIX30 มาแทนที่ Showa ในโมเดลพื้นฐาน ทำงานคู่กันกับโช้คอัพหลัง Ohlins เช่นกัน รวมถึงระบบเบรคแบบเต็มระบบจาก Brembo ด้วย
ส่วนอื่นที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงจากโมเดล Thruxton R พื้นฐานก็เป็น แผงคอบนใหม่ ล้อซี่ลวดสีดำ เบาะหนัง กระจกนิกเกิลขัดเงา ส่วนประกอบตกแต่งเล็กๆน้อยๆ วัสดุอัลลอยจาก “Monza”
และแต่ละคันของรุ่น “ลิมิเต็ดอิดิชั่น” นี้มีหมายเลขเฉพาะตัวกำกับอยู่ รับรองประกอบลายเซ็นต์ของ Triumph CEO “Nick Bloor”
ทั้ง Thruxton TFC และ New Rocket TFC ที่เปิดออกมาใหม่ เป็นโมเดล Thruxton TFC ที่ทำการวางจำหน่ายก่อน จากนั้นก็ถึงคิวของ New Rocket TFC…งามแบบนี้ อย่าปล่อยให้ลอยนวล!!

