2026 CFMoto 150SC-F ซิตี้สกู๊ตเตอร์ออปชันแน่นคันใหม่จากจีน
ค่ายมังกรฟ้าเปิดตัวสกู๊ตเตอร์อีก 1 โมเดลใหม่ในงานโชว์ที่เมืองกวางตุ้งประเทศจีน ซึ่งก็คือ 2026 CFMoto 150SC-F ซิตี้สกู๊ตเตอร์ที่เด่นเรื่องออปชันแน่นพร้อมกับถังน้ำมันขนาดใหญ่ ที่เคลมมาว่า 1 ถึงวิ่งได้ไกลถึง 350 กิโลเมตรกันเลยทีเดียว ว่าแต่จะมีอะไรยังไงบ้างนั้นไปดูกันเลย
ไฮไลท์ CFMoto 150SC-F
- ดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว
- 15.82 แรงม้าที่ 9,000 รอบ ต่อนาที
- 14.3 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบ ต่อนาที
- ถังน้ำมันใหญ่ถึง 10.1 ลิตร เคลมว่าวิ่งได้ไกลถึง 350 กม.
- ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ ใส่หมวกเต็มใบได้ 1 ใบกับหมวกครึ่งใบได้อีก 1 ใบ
- หน้าจอสี 6.2 นิ้วขนาดใหญ่ รองรับการนำทางบนหน้าจอแบบเต็มรูปแบบ
มีดีไซน์อย่างไร
แม้ว่าชื่อจะละม้ายกับอีกโมเดลของทางค่ายก็เถอะ แต่คันนี้ก็มีดีไซน์ที่แตกต่างออกไป โดยจะมีการออกแบบให้มีความคล่องตัวเหมาะกับการใช้งานในเมืองและชานเมืองได้ดี
จุดเด่นหลัก ๆ เลยคือฟุตบอร์ดแบบราบ ไม่มีอะไรกั้นกลาง ทำให้ผู้หญิงเองก็ขึ้นลงสะดวกและยังสามารถใช้วางสัมภาระเพิ่มเติมได้อีกด้วยในกรณีที่จำเป็น
ในเรื่องของความสวยงามก็ถือว่าทำได้ดี โดยมีแรงบันดาลใจมาจากเรือรบ ตัวรถมีไฟหน้าแบบคู่พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ทรงตัววีขนาดใหญ่เตะตา ไฟเลี้ยวบิลต์อินในแฟริ่งทำออกมาได้สวยลงตัว ถือว่าออกแบบมาได้ค่อนข้างดีเลย
ใช้เครื่องยนต์อะไร แรงม้า แรงบิดเท่าไหร่?
เรื่องของขุมพลังทางค่ายใช้เครื่องสูบเดียวที่ทางค่ายพัฒนาขึ้นเอง โดยมีขนาดความจุที่ 149.5 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบวาล์วแบบ 4 วาล์ว ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ CVT และสายพาน
- เคลมแรงม้าสูงสุด 15.82 แรงม้าที่ 9,000 รอบ ต่อนาที
- เคลมแรงบิดสูงสุด 14.3 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบ ต่อนาที
ช่วงล่าง เป็นอย่างไรบ้าง?
ส่วนเรื่องของช่วงล่างตัวรถจะมาพร้อมเฟรมที่ทางค่ายออกแบบเอง พร้อมระบบกันสะเทือนและระบบเบรกแบบทั่ว ๆ ไป ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก
- เฟรมที่เสริมความแข็งแรงด้วยท่อเหล็กด้านข้างทั้งสองฝั่ง
- ถังน้ำมัน 10.1 ลิตร
- น้ำหนัก 136 กก.
- โช้คหน้าเทเลสโคปิก
- โช้คหลังคู่
- ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 230 มม. คาลิเปอร์เบรก 2 ลูกสูบ
- ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว 230 มม. คาลิเปอร์เบรก 1 ลูกสูบ
- ล้ออลูมิเนียม
- ยางขนาด 110/70 – 14” และ 130/70 – 13” หน้าหลังตามลำดับ
เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่น
- ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล
- ระบบแทรคชันคอนโทรล
- ระบบไฟเตือนเมื่อเบรกกะทันหัน
- หน้าจอสีทัชสกรีน 6.2 นิ้ว รองรับระบบนำทางแบบเต็มรูปแบบ (เฉพาะรุ่น)
- ระบบสมาร์ทคีย์ รองรับ NFC, RF หรือผ่านแอพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน (เฉพาะรุ่น)
- ช่องจ่ายไฟแบบ USB-C
- ระบบตรวจจับแรงดันลมยาง โฟน (เฉพาะรุ่น)
- ระบบเชื่อมต่อและควบคุมแอ็กชันคาเมร่า
คันนี้เหมาะกับใคร
หากถามว่าคันนี้เหมาะกับใครก็เรียกว่าได้ทุกเพศทุกวัยเลย เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมาก ๆ และสำหรับคนที่อยากได้ไปออกทริปไม่ไกลมากก็มีรุ่นที่มาพร้อมกล่องท้ายจำหน่ายช่วยให้ขนสัมภาระจำเป็นได้สะดวกอีกด้วย
ราคาเท่าไหร่ ขายเมื่อไหร่
เรื่องของการจำหน่ายนั้นค่าตัวที่เมืองจีนนั้นเริ่มต้นที่ 11,580 หยวน สำหรับตัวมาตรฐานที่ออปชันน้อยหน่อย หรือราว ๆ 55,000 บาท และสำหรับรุ่นจอสีก็จะอยู่ที่ราว ๆ 60,000 บาท และสำหรับรุ่นเพิ่มกล่องท้ายก็จะอยู่ที่ราว ๆ 62,000 บาทเท่านั้น ถ้าเข้ามาจำหน่ายในไทยจริง ๆ ก็คงราคาถูกกว่าเจ้าตลาดบ้านเราอย่างแน่นอน ว่าแต่จะเปิดตัวแบรนด์ในไทยเมื่อไหร่กันน้า
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่













