รีวิว GPX DZ3 Plus 2026 อัปเกรดคุ้มจัด! คลาส 300 แต่ราคาไม่ข้ามแสน!!
เวอร์ชั่นก่อนก็โหดแล้ว แต่ GPX บอกว่าไม่พอ ขออัปเกรดไปสู่ปี 2026 เวอร์ชั่นใหม่ในชื่อ GPX DZ3 Plus จัดเต็มแบบ Full Option สรุปแล้วเปลี่ยนตรงไหนบ้าง? แล้วฟีลลิ่งขับขี่เป็นไง? ติดตามได้จาก รีวิว GPX DZ3 Plus 2026 สรุป 5 ประเด็นนี้
1.จุดเปลี่ยน-พาร์ทใหม่..ตามนี้
โมเดลใหม่ได้มีการปรับโฉมใหม่ให้ดูสปอร์ตพรีเมียมอีกสเต็ป เริ่มจาก “ชิลด์บังลมด้านหน้า” เปลี่ยนทรงชิ้นชิลด์หน้าเน้นการตัดลม พร้อมพาร์ทครอบชิลด์ที่ดู “เหมาะ” กับตัวรถมากขึ้น
ต่อมาเป็นเบาะนั่ง ถูกเปลี่ยนทรงใหม่เพื่อให้ฟีลลิ่งดีขึ้น หัวเบาะปาดให้เรียวแคบลง ลดองศาเอียง พร้อมกับเปลี่ยนวัสดุหุ้มเบาะเป็นแบบ “กันลื่น” แยกส่วนคนขี่-คนซ้อน และอีกจุดสำคัญที่มองเห็นได้ชัดเจนคือมีการทำสตอปเปอร์คั่นระหว่างคนขี่และคนซ้อน ใช้เป็นพนักพิงสะโพกคนซ้อนรองรับการใช้รถนาน ๆ หรือขับขี่ทางไกลที่จะสบายขึ้น
ถัดมาเป็นบังโคลนหลัง เปลี่ยนแปลงจากรุ่นเดิมที่เป็นแบบครอบล้อหลัง ขึ้นมาเป็นบังโคลนยาวปกติแบบมอเตอร์ไซค์ทั่ว ๆ ไป
![]() |
![]() |
ไฮไลท์หลักคือการเพิ่มกล้องบันทึกภาพ หน้า-หลัง แบบ DVR (DIGITAL VIDEO RECORDER) บันทึกไฟล์ลงการ์ด Micro SD Card 32 GB. (รองรับการ์ดความจุสูงสุด 128 GB) แต่การใช้งานจริงง่ายกว่านั้นเพราะเราแค่ลงแอป Road Cam ก็ดาวน์โหลดไฟล์ VDO ผ่านโทรศัพท์ได้ง่าย ๆ ขณะใช้งานก็สามารถเปิดดูกล้องแบบเรียลไทม์ผ่านหน้าจอของตัวรถได้เลย ข้อสังเกตคือกล้องชุดนี้บันทึกทั้งภาพและเสียง ดังนั้นพ่อบ้านสายหนีเที่ยว ก็ระวังสักนิดครับ ฮ่า
ยังมีหน้าจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว สีสันสวย เต็มตา รองรับการใช้งานแบบ มัลติฟังก์ชั่นรองรับภาษาไทย สามารถปรับความสว่างจอได้ / เชื่อมต่อ Bluetooth เพื่อกดรับสาย/ตัดสาย ผ่านสวิตช์ที่แฮนด์ / เชื่อมต่อ App “MotoFUN” เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชั่นนำทาง และมิเรอร์หน้าจอเพื่อใช้งาน Google Map หรือดู YT ได้ (แต่ไม่มีฟังก์ชั่นล็อคจอ) ซึ่งเมื่อลงแอปแล้ว การเชื่อมต่อโทรศัพท์กับตัวรถ ทำได้ง่าย ๆ เพียงเปิด QR Code ในฟังก์ชั่นเชื่อมต่อจากหน้าจอ แล้วสแกนการเชื่อมต่อผ่านแอปได้เลย
จอใหม่นี้มีฟังก์ชั่นต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ตรวจเช็คการทำงานว่าปกติ/ไม่ปกติของ ABS และ ECU เลือกแบ็คไลต์หน้าจอได้ 2 แบบตามสภาพแสง หรือจะตั้งให้เปลี่ยนอัตโนมัติก็ได้ สามารถเซ็ททริปได้ 2 ทริป และทำได้ทันที ไม่ต้องกดเข้า Mode โดยการควบคุม สั่งการหน้าจอ ใช้ปุ่ม Mode ที่แฮนด์ฝั่งซ้ายเพียงจุดเดียว ในลักษณะกดเลื่อนไปด้านหน้า + กดค้าง เพื่อ Enter และ Exit ปรับตัวนิดหน่อยใช้ง่ายใช้สบาย
เรายังสามารถเข้าไปดูกล้องบันทึกภาพวิดีโอ สามารถเปิดให้กล้องทำงานแบบเรียลไทม์ขณะขับขี่ได้ เลือกชมภาพในสัดส่วนเท่ากัน และจะให้กล้องหน้าเป็นภาพหลัก กล้องหลังเป็นภาพรอง รวมทั้งสลับกันได้ตามต้องการ
นอกจากนี้โมเดลใหม่นี้ยังเพิ่มฟังก์ชั่นสำคัญอย่าง ระบบตรวจวัดลมยาง (TPMS: Tire Pressure Monitoring System) ที่โชว์ค่าแรงดันและอุณหภูมิยางแบบเรียลไทม์ที่ด้านล่างของจอสีใหม่นี้อีกด้วย
![]() |
![]() |
|---|---|
![]() |
![]() |
และสุดท้ายการเปลี่ยนแปลงในเวอร์ชั่น Plus คือสีสันใหม่ พร้อมลายกราฟิกใหม่ 4 ตัวเลือก น้ำเงิน, เทา, แดง, ดำ โดยคันที่เราเทสท์เป็น เครยอน เกรย์ ที่สวยงามดูดีไม่ใช้แค่งานสี แต่บอดี้พาร์ททั้งคันเก็บงานได้ปราณีตชัดเจน
2.มิติ การควบคุม
การนำรถมารีวิวครั้งนี้ เหมือนการช่วยยืนยันอีกครั้งในคาแรคเตอร์ของ GPX DZ3 Plus ซึ่งมีความเป็น Comfort City Sport Scooter ที่แม้จะเครื่องใหญ่ แต่การขับขี่-ควบคุม เป็นมิตรต่อผู้ขี่ทุกไซส์ ด้วยความสูงเบาะเพียง 780 มม. รวมกับความกว้างแฮนด์ 733มม.ที่มีลักษณะยกเยื้องเข้าหาตัวผู้ขับขี่ ด้วยมิตินี้บนน้ำหนักรถ 161 กก. สามารถขับเคลื่อนได้อย่างคล่องแคล่วในสภาวะจราจรติด ๆ ที่เราตั้งใจเลือกใช้เป็นเส้นทางทดสอบ
สำหรับฟีลลิ่งของระบบช่วงล่าง จากคู่โช้คหน้าเทเลสโคปิก โช้คหลังสปริงคู่ เป็นช่วงล่างที่ไม่ได้มีช่วงยุบเยอะ แต่เซ็ทติ้งออกมาให้ “นุ่มนวล” ซึ่ง Cover ไปถึงย่านความเร็วสูงด้วย เอาง่าย ๆ คือรูดผ่านหลุม ขึ้นเนินบัมพ์สบาย ๆ ไม่มีอาการดิ้น ในส่วนโช้คหลังสามารถปรับค่าพรีโหลดได้ 5 ระดับอีกด้วย
3.ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล
หนึ่งในความคุ้มค่าของ New GPX DZ3 Plus ที่มอเตอร์ไซค์คลาสใกล้เคียงราคาไม่เกินแสนบางรุ่นไม่ได้ให้มา นั่นคือ ระบบเบรก ABS 2 ชาแนล จับดิสก์ไซส์ใหญ่ จานหน้าลายดอกไม้ 250 มม. ขณะที่จานดิสก์หลัง 220 มม. ทดสอบการไล่น้ำมันเบรกจากโรงงาน ได้ฟีลลิ่งนุ่มนวลตอบสนองการเบรกได้ดี ไม่มีอาการ “ลึก” ให้หวิว ส่วนการแอคทีฟของระบบ ABS ก็อยู่ในระดับมาตรฐานครับ
4.ฟังก์ชั่นรองรับความสะดวกสบาย
คุณสมบัติความฟูลออพชั่นของ DZ3 เวอร์ชั่น Plus ก็มีมาให้ใช้งานครบถ้วน
– คอนโซลฝั่งซ้ายมีช่องใส่ของ พร้อมพอร์ท USB TYPE-C ฟาสต์ชาร์จ (ส่วนด้านขวาเป็นช่องสำหรับเซอร์วิสน้ำยาหม้อน้ำ)
![]() |
![]() |
– ระบบไฟส่องสว่างรอบคันเป็น Full LED คอนเฟิร์มความสว่าง คมชัด
– UBOX ขนาดใหญ่ ใส่หมวกกันน็อคแบบครึ่งใบได้และยังมีสเปซให้ใส่สัมภาระอื่น ๆ ได้อีกพอสมควร เมื่อเปิดเบาะแล้ว มีกลไกค้างเบาะไว้ให้พร้อม
– ตัวกุญแจ Keyless (IP67) มีดอกกุญแจสำรอง Built-in ซึ่งจะถอดออกมาเสียบเบ้ากุญแจรีโมทที่ตัวรถเพื่อใช้งานแบบแมนวลได้ กุญแจตัวนี้ยังเป็นระบบ Immobilizer หากแบตเตอรี่ของกุญแจ Keyless หมด ยังสามารถนํากุญแจ Keyless มาแนบที่บริเวณภายในช่องเก็บฝั่งขวามือ เพื่อบิดสวิตช์สตาร์ทรถได้

– เบ้ากุญแจที่ตัวรถ เป็นกลไกสำหรับการ กด-บิดขวา เพื่อเปิดช่องปิดถังน้ำมัน ส่วนการบิดซ้าย (โดยไม่ต้องกดลงไป) ออกแบบมาให้เป็นกลไกเปิดเบาะ

– ถังน้ำมันความจุ 10.3 ลิตร ช่องเติมอยู่ตรงกลางคอนโซล พร้อมฝาบิดถังน้ำมันแบบล็อค 2 ชั้น การใช้งานจริงสำหรับคนที่ใส่ถุงมือ จากที่ลองต้องถอดถุงมือก่อนจึงจะเปิด-ปิดสะดวก
5.ขุมพลัง “ตรงโจทย์”
แรงคลาส 300 ไม่ใช่ราคาคุย แต่แรงจริงด้วยเครื่องยนต์ GPX HYPER-i ระบายความร้อนด้วยน้ำ ปริมาตร 278.2 cc ให้กำลังสูงสุด 24.1 แรงม้า ที่ 8,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 24.5 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบ/นาที ซึ่งจัดเป็น “จุดเด่น” ที่ต้องยอมรับว่าเหนือชั้นกว่าคลาส-ราคาเดียวกัน
คาแรคเตอร์ของเครื่องยนต์บล็อคนี้ ให้การตอบสนองที่ดีทุกย่านกำลังครับ ติดมือตั้งแต่รอบต้น แบบบิดปุ๊บคลัตช์จับปั๊ม ไม่หน่วง รอบกลางก็มีให้เร่งแซง รวมถึงรอบปลายที่ “ไหล” ได้ดีมาก ๆ โดยเราลองทดสอบ Top speed ในแบบ “วิ่งทางราบปกติ” ได้ประมาณ 156 กม./ชม. จากความรู้สึกถ้ามีโอกาสได้สลิปสตรีมหรือหมอบลงเนินทางยาว น่าจะทะลุ 160 กม./ชม. แน่นอน
เครื่องยนต์แรงขนาดนี้ แต่ตัวรถเบาแค่ 161 กก. ดังนั้นระบบความปลอดภัยอย่าง TCS (Traction Control System) ป้องกันอาการล้อหมุนไม่สัมพันธ์กันจึงเป็นสิ่งที่ให้มาคู่กัน ที่สำคัญ TCS สามารถเปิด/ปิด จากสวิตช์แฮนด์ด้านขวา โดยเรามีการทดสอบการทำงานของ TCS ใน DZ3 Plus พบการตอบสนองตัดการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ได้แม่นยำฉับไวไม่ดีเลย์
สรุป
ทิ้งท้ายกับราคาจำหน่าย New GPX DZ3 Plus เปิดมาที่ 99,800 บาท พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์ นาน 3 ปี หรือ 30,000 กม. บอกได้เลยว่าราคานี้จัดว่า “ดีมาก” กับรถที่ Full Option ขนาดนี้ ถือเป็น “จุดแข็ง” ของแบรนด์คนไทยอย่าง GPX ที่สร้างจุดยืนในตลาดได้น่าสนใจ หลังจากสามารถยืนหยัดวงการยานยนต์มายาวนาน ล่าสุดยอดจดทะเบียนสะสมในบ้านก็ทะลุไปกว่า 260,000 คันแล้ว และยังส่งออกไปกว่า 10 ประเทศทั่วโลก ในประเทศไทยเองปัจจุบันมีโชว์รูม 100 กว่าแห่ง ทั่วทุกภาค ดังนั้นก็ไม่น่าห่วงในเรื่องบริการหลังการขายสำหรับคนที่เลือกใช้แบรนด์ไทยเจ้านี้ครับ
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่

































