แปล/เรียบเรียง: GUN1000R
“Ana Carrasco” สู่เส้นทางแชมป์โลกผู้หญิงคนแรก 2018 Supersport 300..
สาวน้อยวัย 23 ปี ผู้ควบตำแหน่งนักศึกษาภาควิชากฏหมาย มหาวิทยาลัย Catholic University of Murcia(UCAM) ประเทศสเปน เข้ากับการเป็นนักแข่งรายการ “FIM Supersport 300 World Roadracing Championship” แม้จะพลาดท่าเสียแชมป์โลกปี 2019 ไปให้กับหนุ่ม Manuel González ไปก็ตาม แต่การรั้งอันดับ 3 เอาไว้ได้ก็เป็นข้อพิสูจน์หลายๆอย่างถึงการไม่ยอมแพ้ของผู้หญิงคนนี้จริงๆ..
ตั้งแต่ได้เริ่มขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยอายุเพียง 3 ขวบ ของขวัญจากคุณพ่อ ที่ให้เธอไว้ขับขี่เล่นที่บ้านกับพี่สาว สู่ปัจจุบันในการไล่ล่าทวงตำแหน่งแชมป์โลกกลับมาอีกครั้ง เธอได้ผ่านอุบัติเหตุ การแข่งแบบไร้สปอนเซอร์ และปัญหาช่องว่างทางเพศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ของกีฬาชนิดนี้มานักต่อนัก..

เคยสนใจเล่นกีฬาชนิดอื่นบ้างไหม? ก่อนที่จะมามุ่งมั่นในวงการมอเตอร์ไซค์
สนใจกีฬามาตลอดค่ะ เคยเล่นเทนนิส ฟุตบอล บาสเก็ตบอล ว่ายน้ำ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรสู้ความชอบในมอเตอร์ไซค์ได้เลย พอได้อายุ 12 ปีเลยหยุดทุกอย่าง แล้วมามุ่งมั่นเอาดีในวงการนี้แทนค่ะ

บริหารเวลาเรื่องเรียนกับการแข่งขันยังไงให้ลงตัว?
ทางครอบครัวมีเส้นตายให้ชัดเจนค่ะ “เรียนไม่รอด ก็ไม่ต้องแข่ง!” ดังนั้นเรื่องเรียนต้องมาก่อนเสมอ และเป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่สมัยประถมยันมหาวิทยาลัยค่ะ
ในการเรียนมหาวิทยาลัยไปด้วยแล้วก็เดินทางไปแข่งตามที่ต่างๆไปด้วยหรอ?
เอาจริงๆมันก็ยาก เพราะเราก็มีการแข่งขันในช่วงที่ตรงกับการเรียนการสอนพอดี.. ปกติถ้าไม่ได้แข่ง ก็จะเป็นภาคของการฝึก ดังนั้นการเรียนของเราจะไปอยู่ในช่วงพักฤดูร้อน และฤดูหนาวแทน โชคดีที่ทางมหาวิทยาลัยเข้าใจและเปิดโอกาสให้เราไปสอบเก็บคะแนนได้ในช่วงเวลาเหล่านั้น

เป็นนักแข่งมืออาชีพตั้งแต่อายุยังน้อยแบบนี้ น่าจะกระทบชีวิตส่วนตัวเราในหลายๆ ด้านนะ?
มองในอีกมุมหนึ่ง อายุที่ยังน้อยแบบนี้แต่มีโอกาสได้ทำสิ่งต่างๆขนาดนี้ เราขอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทุกๆอย่างที่ผ่านมาให้ได้มากที่สุดดีกว่า.. มันมีเวลาสำหรับสิ่งอื่นๆอยู่เสมอหลังจากที่เราเลิกแข่งขัน.. การต้องอยู่ห่างจากครอบครัว เดินทางบ่อย ไม่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่วัยรุ่นใช้ชีวิตกันไม่ใช่เรื่องใหญ่ของเรา เพราะเราได้ทำในสิ่งที่เรารักมาตลอด

ย้อนไปในปี 2013 เมื่อครั้งที่คุณทำคะแนนในศึก Moto3 ได้ครั้งแรก.. จากนั้นไม่นานก็ติดอันดับ Top 10 ที่ Valencia ทำให้คุณเริ่มได้รับความสนใจจากหลายๆด้าน.. สิ่งเหล่านั้นส่งผลกระทบกับเรามากแค่ไหน?
ปีนั้นเป็นปีที่สนุกมากเลยนะ มันยากมากๆในการไต่อันดับกว่าจะทำคะแนนได้ อีกทั้งการแข่งขันยังสูงมากๆ.. คู่แข่งที่แข่งด้วยกันในเวลานั้นตอนนี้ก็เป็นนักแข่งในรุ่น MotoGP กันหมดแล้ว ตอนนี้เรามี Maverick Vinales เป็นทีมเมทด้วยนะ!
พอเริ่มได้คะแนนมาอยู่ในมือ เราก็เริ่มรู้สึกกดดันน้อยลง ยิ่งมาได้อันดับ 8 ในสนาม Valencia ครั้งนั้นก็ทำให้สื่อต่างๆเข้ามาสนใจเรามากขึ้น และช่วยให้เราได้อยู่ในรายการแข่งขันต่อไปหลังจากนั้น…

คิดว่าตอนนี้คนอื่นจะเริ่มมองเราเป็นนักแข่งเต็มตัวหรือยัง.. หรือยังคิดว่าเราเป็น “ผู้หญิงที่อยู่ผิดที่ผิดทาง” อยู่?
ค่อนข้างมั่นใจว่าตอนนี้ทุกฝ่ายมองเราเป็นนักแข่งคนหนึ่งแล้วตั้งแต่เราก้าวขาเข้าสู่รายการ World Superbike ต่างจากเมื่อครั้งสนาม MotoGP ที่เรามักจะได้ยินคำพูด “ไหน ดูซิว่าผู้หญิงคนนี้ทำอะไรได้บ้าง” แม้จะได้ผลงานดีในฤดูกาลแรก แต่หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้โอกาสที่จะอยู่ในทีมที่มีความสามารถในการทำผลงานได้มากพอ.. แต่ครั้งที่ได้เข้าสู่รายการ World Superbike นั้นต่างไป ทุกคนมองเราเป็นนักแข่งที่มีประสบการณ์มามากพอจะคว้าชัยในคลาส WorldSSP 300 ได้ และตอนนี้ที่ได้แช้มป์มาก็น่าจะลบภาพสาวน้อยนักบิดไปได้แล้ว

ช่วงเวลาที่โหดหินที่สุด ตลอดอาชีพนักแข่ง?
น่าจะเป็นตอนที่ตัดสินใจเลิกแข่ง Moto3 ค่ะ เพราะด้วยทีมงานและรถ การสนับสนุนต่างๆที่เรามีในขณะนั้นไม่สามารถทำให้เราเก็บผลงานดีๆได้เลย ปีถัดมาก็มีอาการเจ็บไหล่ และกระดูกไหปลาร้าหักอีก.. ตอนนั้นก็มีถามตัวเองนะว่า “แล้วไงต่อ” เราค่อนข้างเคว้งนะ เพราะเราทุ่มเททุกอย่างให้ไปอยู่จุดนั้น จนวันหนึ่งเราต้องเสียทุกอย่างไป.. กว่าจะกลับมายืนอยู่ตรงนี้ได้มันก็ยาก ยังดีที่เราเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆเลยผ่านมาได้

หลังจากที่เลิกบิดให้ Moto3 คุณก็ไปแข่งในรายการ FIM CEV championship แต่ผลงานก็ไม่ได้ดีเท่าไร?
หลังจากที่โซเซมา 2 ปีก่อนหน้า เราเลือกตัดสินใจกลับเข้าไปแข่งอีกครั้ง รายการอะไรก็ได้ขอแค่ได้แข่ง จนไปลงที่รายการดังกล่าว เพราะเราไม่เหลือสปอนเซอร์อยู่อีกแล้ว ไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว.. แล้วก็เหมือนการซ้ำรอบประวัติศาสตร์เดิม ผลงานไม่ดีเท่าที่ควร.. แต่โชคดีที่เรามีโอกาสได้เข้ามาแข่งในรุ่น Supersport300 แล้วทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

ในปี 2019 คุณได้ก้าวเข้าสู่อ้อมกอดของทีมโรงงานอย่าง Kawasaki Provec WorldSSP300.. มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?
เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับโอกาสดีๆเหล่านี้ หลังจากประสบการณ์ร้ายๆที่ผ่านมา เราได้รับการสนับสนุนจากคาวาซากิจนสามารถคว้าแชมป์ได้ในปี 2018.. การได้อยู่ในทีม Provec อยู่กับคนที่พร้อมสนับสนุนเรา มันมีค่าเกินกว่าจะบรรยาย.. เราตัดสินใจที่จะทำทุกอย่างให้เต็มที่กับคนที่เห็นคุณค่าในตัวเรา และพร้อมทำทุกอย่างให้เราได้ชัยชนะมาเช่นกัน.. ตอนนี้มีความสุขมากๆกับรายการ WorldSuperbike นี้ค่ะ

หลังจากจบฤดูกาล 2018 เราก็ได้เห็นภาพ Jonathan Rea มาช่วยติวให้คุณ.. เป็นอย่างไรบ้าง?
การได้คำแนะนำจาก Rea นั้นช่วยพัฒนาตัวเราได้ “อย่างมาก” ค่ะ ตั้งแต่ยังไม่ได้อยู่ทีมเดียวกันเราก็มีโอกาสได้รับคำแนะนำจากเขา จนตอนนี้มาอยู่ทีมเดียวกัน ได้ขับขี่ด้วยกัน ได้รับคำแนะนำมาตลอดทำให้เราได้เห็นสิ่งต่างๆ และช่องทางการพัฒนาตัวเอง.. ชั้นคิดว่าเค้าคือหนึ่งในนักแข่งที่ดีที่สุดในโลกเลยแหละ

ในอนาคตอยากลองเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้างไหม?
อยากลองแข่งรถนะคะ ปี 2018 ได้มีโอกาสลองรถสูตร 4 แล้วรู้สึกชอบมากๆ เมื่อไรที่เลิกขี่มอเตอร์ไซค์ก็คิดว่าจะไปลองอะไรกับรถ 4 ล้อดูบ้าง
ถ้าย้อนกลับไปได้ อยากแนะนำอะไรกับตัวเองในวัย 15 ปีบ้าง?
คงจะบอกว่า “สนุกไปเถอะ! สนุกไปกับการขับขี่ตอนนั้นให้ได้มากที่สุด เมื่อมันยังไม่มีความกดดันของการแข่งขัน เธอสามารถมีความสุขได้อีกเยอะกับสิ่งเหล่านั้น เรื่องการบาดเจ็บหรือเทคนิคต่างๆค่อยไปว่ากันทีหลัง!!”
มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างสำหรับ Ana เวอร์ชั่นปี 2017 และ Ana ในตอนนี้?
ปีแรกคือปีของการ ปรับตัว เปลี่ยนแปลง เรียกความมั่นใจคืนมา และกลับมาสนุกอีกครั้งหลังปีแย่ๆที่ผ่านมา ตอนนี้เรากลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง เราเชื่อว่าเราสามารถเอาชนะได้ เป็นหนึ่งในนักบิดที่เร็วที่สุดในคลาส ดังนั้นการได้ลงไปแข่งในสนามคราวนี้ถูกเปลี่ยนเป็นความสุขที่สุดในโลกของเราไปแล้วค่ะ

