เรื่อง : Hey Joe
ภาพ : RastaSnap Motocross Magazine

…จะว่าไป ผมก็ห่างหายจากการได้มาขับขี่ทดสอบรถ Benelli ไปนานพอสมควร อาจจะด้วยเรื่องโอกาสและจังหวะเหมาะๆ ที่หมุนมาลงตัว คราวนี้จึงได้มา รีวิว “โมเดลใหม่” ที่เตรียมส่งรถถึงมือลูกค้าอย่าง Benelli IMPERIALE 400 หลังจากเปิดตัวและได้รับความสนใจจากชาวไทยไปมากมาย ในช่วงปลายปีก่อน
…ด้วยตัวตนในแบบเรทโทร ผมลองแล้วก็พบว่ารถรุ่นนี้มีคำตอบให้สำหรับ 6 ประเด็นที่อยากเล่าให้ฟังครับ

1.สัมผัสแรก มิติ…เก๋า…ต้องรู้เกม!!

ว่ากันด้วย “มิติ” ก่อน เพราะหากดูด้วยสายตา รถคันนี้ ก็เป็นแนวหล่อๆเรทโทรคลาสสิคทั่วไป (ออกแบบจากแรงบันดาลใจ Benelli ยุค 50) แต่ความจริงมันค่อนข้างเรียกร้องทักษะและความแข็งแรงจากผู้ขับขี่พอสมควรครับ มิติ ยาว 2,170 x กว้าง 820 x สูง 1,120 มม ก็ชัดเลยว่ามันไม่ได้คอมแพ็คนะ …ท่านั่ง มาด้วยสเปค ความสูงถึงเบาะ 780 มม. เบาะ 2 ตอน ตัวเบาะคนขี่เชพแบบอานม้า ดังนั้นเมื่อยื่นมือจับแฮนด์แบบคัสตอม แต่ใช้ตุ๊กตาแฮนด์ที่ไม่ยาวมาก ทำให้ท่าการคอนโทรลจะตึงมือเล็กน้อยสำหรับคนตัวเล็ก และด้วยฐานล้อค่อนข้างยาวที่ 1,440 มม. กับองศาคอที่ให้มา ผมว่า IMPERIALE 400 ให้ช่วงการเลี้ยวที่กว้างครับ เมื่อรวมกับน้ำหนักตัวที่แตะ 200 กก. ก็จะเชื่อมโยงกับสิ่งที่บอกในตอนต้นว่า รถรุ่นนี้เรียกร้องความแข็งแรงและทักษะจากคนขี่ในระดับหนึ่งนั่นเองครับ…

2.ออพชั่นลูกผสม


Benelli Imperiale 400 ให้คาแรคเตอร์ของรถเรทโทรอย่างชัดเจน ชุดโคมไฟหน้า(ใหญ่มาก)แบบไฟกลม ไฟเลี้ยวหน้าฝังมาข้างๆโคม ทั้งหมดใช้ “หลอดไส้” รวมถึงไฟท้ายด้วย บอดี้เน้นความโค้งมนที่ให้อารมณ์เก๋า ชุดบังโคลนหน้า-หลังตีโค้งมารับกับทรงถังน้ำมันแบบหยดน้ำ ความจุ 12 ลิตร ส่วนที่น่าสนใจอีกจุดที่ผมลองใช้งานแล้วชอบคือ หน้าปัดที่มาแบบคู่ ฝั่งซ้ายบอกความเร็ว ฝั่งขวาวัดรอบ แล้วเสริมด้วยมาตรวัดแบบดิจิทัลที่บอกข้อมูลสำคัญๆไว้ครบ โดยเฉพาะสเกลระดับน้ำมันเอาไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ส่วนกระจกมองข้างใช้แบบใบทรงรีชุบโครเมียม ตัวเดโมที่ติดมาผมว่าจุดหมุนปรับค่อนข้างหนืดไปเล็กน้อย แต่ไม่มีปัญหาเรื่องมุมมอง…
อ้อ IMPERIALE 400 มีแรคถาวรติดตั้งมาให้พร้อมสำหรับสายเดินทางที่จะเบิกกระเป๋าลงมาติดตั้งได้เลยด้วยครับ


3. ระบบเบรก ให้ ABS

สิ่งที่เหนือความคาดหมายไม่น้อย อยู่ที่การติดตั้งระบบเบรกดิสค์เบรกหน้า-หลัง จานดิสค์หน้า 300 มม. คาลิเปอร์ POT คู่ ดิสค์หลัง 240 มม. คาลิเปอร์ POT เดี่ยว ซึ่งเพิ่มความละเอียดในการเบรกด้วย ABS 2 ชาแนล ทำให้ผมขี่รถคันนี้ด้วยความมั่นใจขึ้นมากเลย เพราะรถมีน้ำหนักมาก เวลาเบรกต้องเผื่อแรงเฉื่อย ส่วนวงล้อ คงคาแรคเตอร์เรทโทรเช่นกัน ล้อหน้า 19 นิ้ว ล้อหลัง 18 นิ้ว กับชุดยางหน้า 100/90-19 ยางหลัง 130/90-18 (เป็นยางแบบมียางใน) ด้วยดอกยางที่ตรงสไตล์รถ สำหรับคนที่ชอบก็แค่ปรับตัวกับการใช้งานแบบนี้ อ้อ มือเบรกของ IMPERIALE ติดแบบก้านเหรียญมาให้ สะดวกดีครับในการปรับใช้งาน

4.ช่วงล่างนุ่ม…มาก

ขณะที่ระบบช่วงล่าง โช้คหลังคู่ติดซับแทงค์(โช้คน้ำมัน) โช้คหน้าเทเลฯ ให้ช่วงยุบที่ 100 มม. โช้คหลังยุบ 65 มม. (ตัวโช้คหลังปรับค่าได้ แต่ต้องให้ช่างศูนย์เป็นคนทำ) ฟีลลิ่งของช่วงล่างเดิมๆมานุ่มนวลครับ เก็บอาการรถได้ดีในการวิ่งปกติแทบทุกช่วงความเร็ว และไม่มีอาการหน้าเบาด้วยนะ ผมลองเอาไปขี่เข้าโค้งดูขำๆก็พอได้ แต่จริงๆความที่โช้คนุ่มมากๆเนี่ย ถ้ามีจุดบั๊มแล้วรถก็จะมีอาการ “โยน” มากไป ซึ่งคงจะเหมาะกับการใช้งานทั่วๆไปมากกว่า
5. เครื่องยนต์ เสื้อลม หัวฉีด 5 เกียร์

ถือว่าเป็นบล็อคเครื่องที่สวยงามไม่น้อย สูบเดี่ยวมีปริมาตร 380 ซีซี. แคมฯเดี่ยว พร้อมครีบระบายความร้อนและมีโลโก้ Benelli ติดมาหล่อๆตรงแครงค์ด้วย เรื่องขุมกำลัง Benelli ให้อัตราทดปล่อยม้าลงถนนมา 5 เกียร์ ลองแล้วรู้ชัดครับว่าแต่ละเกียร์ค่อนข้างกว้าง มีช่วงรอรอบอยู่พอให้รู้สึก …รอบเครื่องยนต์ที่ดีสุดอยู่ในช่วง 5,500-6,000 รอบ/นาที ซึ่งตอนที่เข็มรอบตีเข้าเรดไลน์ผมได้ความเร็วปลายอยู่ที่ 130 กม./ชม. (รอบตัดราวๆ 7,000 รอบ) สิ่งที่น่าพอใจมากอย่างหนึ่งคือ “อาการสะท้าน” ไม่มีมาถึงมือเลย
6. ข้อสังเกต..เล็กน้อย..

ตามปกติของการรีวิวจากเรา จะมี “ข้อสังเกต” มาฝาก (สิ่งนี้คือการสะท้อนมุมมองกลับไปยังผู้ผลิตที่อาจจะส่งผลดีต่อการนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยครับ) อย่างแรกคือ “น้ำหนัก” ซึ่งด้วยรถขนาด 400 ซีซี.แบบนี้กับมิติของรถที่ให้มา ถือว่า น้ำหนักระดับ 200 กก.ของ IMPERIALE 400 มากไปหน่อยครับ (ตรงนี้เป็นเพราะรถเต็มไปด้วยเหล็กทั้งคันนั่นเอง) ประการถัดมาก็เป็นเรื่องชิ้นงานส่วนเครื่องยนต์ที่ตัดและเจียรมายังไม่ค่อยปราณีต เช่นเดียวกับรอยเชื่อมจุดต่อเฟรม อีกจุดคือการเลือกใช้สเตอร์ขนาด 14-46 (โซ่ 525) ผมมองว่าถ้าเพิ่มฟันสเตอร์หลังให้มากกว่านี้จะทำให้ขับขี่ช่วงรอบต้นทำได้สนุกกว่าเดิมครับ…

สรุป…สุดท้ายแล้ว การเติมเต็มไลน์อัพของ Benelli Thailand ที่มีรถเป็น “ทางเลือก” ให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบ DNA ของอิตาเลียนไบค์ ด้วย IMPERIALE 400 ทำให้รุ่นนี้เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าจะ “ตรงใจ” สายเรทโทร …ราคา 1.39 แสนบาท…แพงหรือไม่…ถ้าใจชอบซะอย่าง ก็ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นครับ…

