
The Hulk น่าจะเป็นรถที่น่าจับตามองที่สุดเข้าวินมาในอันดับแรกของเรากับ Kawasaki KX450 ที่ถูกจับล้างบาง “ใหม่หมด” ทั้งตัว เครื่องยนต์สตาร์ทไฟฟ้า ระบบกันสะเทือนหน้า-หลังใหม่จาก Showa และเป็นรถจากค่ายญี่ปุ่นคันแรกที่มี “คลัทช์ไฮดรอลิก” ติดมาจากโรงงาน ดังนั้นเราจึงขออนุญาตนำเจ้า KX450 มายำให้เพื่อนๆชมก่อนเลยครับ!
เครื่องยนต์ – จากการทดสอบบนเครื่อง Dyno เจ้าเครื่องยนต์ให้ผลลัพธ์อยู่ที่ 51.96 แรงม้าที่รอบเครื่องยนต์ 9,310 รอบ และ 43.79 นิวตันเมตรที่ 6,900 รอบ ตัวเลขเหล่านี้ส่งผลให้ KX450 มีแรงม้า อยู่ในอันดับที่ 2 จาก 6 โมเดล และแรงบิดอยู่ที่อันดับ 5 ของเรา



ระยะระหว่างเกียร์มีความกว้างมากพอให้ได้เค้นแรงบิด ออกมาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะแรงบิดจากรอบต่ำ.. แม้ไม่ได้รุนแรงจนถึงขนาด “เป๋” แต่ก็มีมากพอให้ได้ขี่ส่งกำลังสู่เกียร์ที่สูงขึ้นได้อย่างดี ที่สำคัญ.. KX450 มีที่ว่างเหลือๆให้ “Over-Rev” ลากรอบก่อนเปลี่ยนเกียร์กันได้สักระยะ

สำหรับระบบคลัทช์ “ไฮดรอลิก” ที่ติดรถมาก็ทำงานดีเยี่ยม ให้ความรู้สึกการกำคลัทช์ที่ นุ่มนวล ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น การเปลี่ยนเกียร์ก็ลื่นไหล ส่วนท่อไอเสียนั้นโดนลากมาอยู่ส่วนท้ายรถค่อนข้างไกล แต่ก็ไม่แย่ซะทีเดียว เพราะมันทำให้เครื่องยนต์เงียบไปได้เยอะเลยล่ะ..
สำหรับชุดแมพปิ้งการจ่ายน้ำมันให้เหมาะกับสนามที่ขับขี่ มีติดมาให้แบบใช้งานง่าย “ถอด-เสียบ” ใน 3 สี สำหรับการแมพเครื่องยนต์ 3 แบบ
“สีเขียว” คือการปรับตั้งค่าแบบพื้นฐาน มีความสมดุลระหว่างการปรับความแรงของเครื่องยนต์และการยึดเกาะพื้นผิวที่กลางๆ
“สีดำ” คือการแมพสำหรับพื้นผิวที่ค่อนข้างแข็ง การส่งกำลังเครื่องยนต์เป็นไปอย่างนุ่มนวลไม่กระโชกโฮกฮาก เพื่อการควบคุมและยึดเกาะที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
“สีขาว” คือการแมพเครื่องยนต์ในการวิ่งบนพื้นผิวที่ค่อนข้างลื่นหรือมีแทรคชั่นน้อย ให้กำลังเครื่องยนต์ที่รุนแรงเพื่อการเร่งเครื่องออกตัวได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

ช่วงล่าง – ค่าที่ปรับตั้งมาจากโรงงานก็ถือว่าใช้ได้แล้วในระดับการใช้งานปกติ ปรับแต่งเพิ่มเติมก็แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นให้เข้ากับ ผู้ขับขี่แต่ละคนมากกว่า โช้คอัพให้คาแร็คเตอร์เน้นไปที่ “ความสบาย” จากการตั้งสปริงให้ค่อนข้างนุ่ม ผู้ทดสอบสายโหดหลายคนเกิดอาการ “กระแทก” จนสุดโช้คขึ้นในยามที่ต้องกระแทกกับหลุมใหญ่ๆบ้าง ซึ่งก็แก้ปัญหานี้ได้ง่ายๆด้วยการปรับให้สปริงแข็งมากขึ้น..
นอกเหนือจากการโดดกระแทกลงมาแรงๆแล้ว ระบบกันสะเทือนหน้าก็จัดการกับทุกสิ่งอย่างที่เจอะเจอบนพื้นผิวถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นุ่มนวล ควบคุมง่าย ถือเป็นระบบช่วงล่างติดรถที่ให้มาค่อนข้างสมดุลกับการใช้งานในหลากหลายสถานการณ์


โครงสร้าง/การควบคุม – เฟรมรถของเจ้า KX450 รุ่นล่าสุดนี้ ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะ “แคบลง” ตั้งแต่หัวจรดท้าย โดยเฉพาะพื้นที่ของหม้อน้ำทำให้พื้นที่การควบคุมรถมีมากขึ้น ให้ความรู้สึกว่าเป็นรถที่น่าจะเพรียวที่สุดในคลาสนี้
น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 111.6 กิโลกรัม เข้าวินมาในอันดับ 3 ควบตำแหน่งรถค่ายญี่ปุ่นที่เบาที่สุดด้วย โดยรวมแล้ว KX450 คือรถที่แสดงประสิทธิภาพในการหักเลี้ยวต่างๆได้อย่างโดดเด่น ถึงแม้ว่าแฮนเดิลบาร์ Renthal 971 จะสูงไปสักหน่อยในการใช้งาน
สรุป – KX450 มีการออกแบบที่รักษาความสมดุลในการใช้งานของรถในสถานการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี เครื่องยนต์ทรงพลัง ช่วงล่างดีเยี่ยม เฟรมรถที่แคบ ทำให้การควบคุมรถทำได้สะดวก ทั้งการควบคุมและเข้าโค้งก็ทำได้ดี แต่อาจจะตัดคะแนนในเรื่องของท่อไอเสียที่ยื่นไปข้างหลังมากไปสักหน่อย กับแฮนเดิลบาร์ที่สูงไปนิด!

