ท่ามกลางแสงแดดแข็งกร้าวราวกับต้องการห้ามเราไม่ให้ออกนอกบ้าน หากเป็นสถานการณ์ปกติแล้ว เหงื่อที่ไหลจากไรผมสู่ต้นคอของผมคงเป็นการบ่งบอกถึงการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี แต่คราวนี้กลับไม่ใช่.. นี่คือเหงื่อที่ไหลออกมาจากความตื่นเต้น ผสมความดีใจที่ผมกำลังจะได้ทดสอบเจ้า “2019 CBR150R” รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ต 150 ซีซี. ที่คนอายุ 20 กลางๆ อย่างผมคุ้นชื่อคุ้นเสียง เรียกได้ว่าเติบโตมาพร้อมกัน ซึ่งในวันนี้ผมกำลังได้สัมผัสการเกิดใหม่ของรถ ในตำนานรุ่นนี้ เป็นกลุ่มแรกของประเทศไทย.. พร้อมการถ่ายทอดดีเอ็นเอจากรถสปอร์ตเรพลิก้า ตัวแรง CBR1000RR..

กำเนิดใหม่เจ้าถนนคลาส 150 ซีซี.
คงไม่เป็นการกล่าวจน “เวอร์วัง” เกินไป หากผมจะเรียกเจ้า 2019 CBR150R ว่าเป็นการกำเนิดใหม่ การได้รับการออกแบบใหม่ชนิด “ยกเครื่อง” จนไม่เหลือเค้าเดิมครั้งนี้มีอะไรที่น่าสนใจ ตอบรับกับยุคสมัยและการใช้งานในปัจจุบันได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแบบเต็มเปี่ยม..

“เครื่องยนต์ใหม่” 150 ซีซี. จ่ายน้ำมันในระบบ DOHC ได้รับการพัฒนาให้ตอบสนองต่อแรงบิดได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 1,500 รอบ สู่ตัวเลข 13.7 นิวตันเมตร และแรงอัดที่ได้รับการปรับปรุงเป็น 11.3/1 เทียบเท่า CBR650F.. เจ้า CBR150R ใหม่นี้จึงตอบสนองผมด้วยคาแร็คเตอร์แบบ “พร้อมพุ่ง” ไปข้างหน้าทุกครั้งที่ลั่นคลัทช์ออกตัว เรียกเสียงเต้นของหัวใจผมให้เร่งเร้าบิดคันเร่งต่อไป….
ที่สำคัญฮอนด้าได้คิดเผื่อผู้ใช้งานโดยการออกแบบกระบอกลูกสูบแบบ “พร้อมคว้าน” รองรับการใช้งานในระยะยาวในกรณีที่เครื่องยนต์สึกหรอ แถมเป็นประโยชน์ให้ชาวคัสตอมได้แต่งรถมอเตอร์ไซค์คันโปรดของตัวเองตามความต้องการอีกด้วย


หล่อเหลาไม่ต้องไปไกลถึงเกาหลี..
อย่างที่บอกว่ามันคือการกำเนิดใหม่จริงๆ.. หน้าตาและการออกแบบภายนอกได้รับการปรับปรุง “โฉบเฉี่ยว เร้าใจ” ดึงดูดสายตาราวกับสาวแรกรุ่นให้เราต้องหันมอง ชิ้นส่วนแฟริ่งด้านนอกที่เพียงมอง ก็รู้ว่ากระชับมากกว่าเดิม เส้นสายมีความเฉียบคม แฟริ่งหน้าสุดดุดันตอบรับกับพี่ใหญ่ตระกูล CBR ทุกรุ่นด้วยไฟหน้า LED คู่ มีเสน่ห์ด้วยลวดลายทีมแข่ง Repsol Honda Team สีส้ม-แดง และสีแดง-ฟ้า-ขาว ประจำทีม A.P.Honda Racing Thailand (สำหรับรุ่น ABS) ทำให้เพียงแค่ขึ้นไปคร่อม ก็จินตนาการภาพตนเองบิดกระแทกคันเร่งออกไปเรียบร้อยแล้ว..
นอกจากไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ก็มาแบบ Full-LED ตามยุคสมัย แน่นอนว่าดีไซน์โฉบเฉี่ยวตอบรับกัน ถูกใจเป็นพิเศษสำหรับผมก็เป็นชุดไฟท้าย… ถ้าขับรถตามหลังอยู่ไกลๆก็รู้ว่า ต้องเป็นมอเตอร์ไซค์สปอร์ตแน่ๆ สวยงามดุดันจริงๆ
ภายใต้กรอบแฟริ่งรูปโฉมสวยงามมีเฟรมเหล็กอันได้รับการพัฒนา หยิบเหล็กทรงกลมมาใช้ ตอบสนองต่อการใช้งาน รองรับแรงบิดอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การตัดชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปสามารถลดน้ำหนักเจ้า CBR150R ใหม่นี้ให้หุ่นดีขึ้นอีก 3 กิโลกรัม เหลือน้ำหนักรวมเพียง 135 กิโลกรัมเท่านั้นเอง ในจุดนี้ทำให้การพลิกรถและควบคุมรถในสภาพการจราจรติดขัดนั้น “บางเบา สบายมือ” กว่าที่เคย เหลือแรงไปหมอบกดความเร็วอย่างสบายๆ

นี่แหละเทคโนโลยีที่รอคอย..
แม้ว่าจะอยู่ในคลาส 150 ซีซี. ที่ต้นสังกัดมักจะไม่ได้ให้ออพชั่นจัดเต็มเท่าไรนัก เนื่องจากเป็นภาระในเรื่องของต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ดูเหมือนว่าออพชั่นและเทคโนโลยีที่ให้มาใน CBR150R นั้น น่าสนใจกว่าชาวบ้านเขา.. ทำไมนะ? ลองอ่านสิ่งที่ผมกำลังจะบอกต่อไปนี้กันครับ


ระบบ ESS (Emergency Stop Signal) เปิดไฟฉุกเฉินแบบอัตโนมัติหากมีการกำเบรค ลดความเร็วอย่างกระทันหันเมื่อมีความเร็วมากกว่า 50 กม./ชม. ลงมา.. นี่คือระบบที่มีการใส่มาในมอเตอร์ไซค์ใหม่ “ทุกไลน์อัพ” ของฮอนด้า แล้วมันพิเศษตรงไหน? เพราะว่าเป็นระบบที่ให้ความปลอดภัยนอกจากตัวคุณแล้วยังเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้เพื่อนร่วมถนนด้วย หลายครั้งที่รถยนต์ที่ขับตามมามักจะ กะความเร็วของมอเตอร์ไซค์ไม่ถูก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจทีเดียวแหละ
“ช่วงล่างปรับระดับได้” ใช่ครับ อ่านไม่ผิด.. ช่วงล่างปรับระดับได้ในรถมอเตอร์ไซค์คลาส 150 ซีซี. เกิดขึ้นแล้วในรถ CBR150R คันนี้ ที่สำคัญ “ปรับได้ทั้งหน้าและหลัง” แม้จะไม่ได้ตามกระแสช่วงโช้คอัพหน้าหัวกลับมาแบบใครเขา แต่เทเลสโคปิคที่ปรับระดับได้ตามการใช้งานแบบนี้นี่แหละที่ตรงโจทย์การขับขี่!
ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยเรื่องน้ำหนักตัว นิสัยการขับขี่ หรือการใช้งานขนสัมภาระ ก็สามารถปรับได้ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยและสมรรถนะที่ “ฟิน” มากกว่าเคย ..หมดปัญหารถโยก เวลาลงเนิน หรือเดินโค้งก็เพราะเจ้าตัวนี้แหละครับ ซึ่งผมชื่นชอบออพชั่นช่วงล่างนี้มากเลยทีเดียว ที่สำคัญ โช้คอัพหลังให้มาแบบ Prolink แบบเดียวกับ CBR1000RR ที่ช่วยซับแรงกระแทกไม่ใช่เพียงแนวดิ่ง แต่ยังตอบรับองศาการเหวี่ยงของสวิงอาร์มได้ซะอีก.. ดังนั้นเรื่องความหนึบของช่วงล่างนี่มั่นใจได้ แนะนำให้ปรับแต่งให้เข้ากับตัวเองก่อนการขับขี่ แล้วคุณจะมีความสุขสุดๆบนสปอร์ต 150 ซีซี. คันนี้

พลิ้ว เบา พลิกสบาย “ชีวิตดี๊ดี”
เมื่อเสร็จสิ้นการบิดทดสอบในสนามมอเตอร์สปอร์ตพาร์ค สุวรรณภูมิแล้ว เจ้า CBR150R คันนี้ก็ทิ้งความประหลาดใจให้ผมไว้ไม่เบา.. เอ๊ะ! ต้องเบาสิ..
เพราะการพลิกโค้งนั้นทำได้อย่างรวดเร็วจนประหลาดใจ ผลพวงจากการดีไซน์เฟรม และน้ำหนักตัวใหม่ พร้อมท่านั่งในแบบ “สบายๆ” ทำให้ลักษณะการใช้งานแบบ City Ride คงจะสนุกน่าดู น่าเสียดายที่ผมยังไม่มีโอกาสได้หยิบเจ้านี่ไปทดสอบการขี่ในเมืองจริงๆจังๆ แต่แค่ทดสอบในสนามแบบนี้ซึ่งก็พอรู้ได้แล้วว่า “ขี่ง่าย บิดสนุก” ถูกใจชีวิตชาวเมืองสายสปอร์ตเป็นอย่างดี
ที่สำคัญเลยก็คือเรื่องของช่วงล่างที่เลือกปรับให้นุ่มนิ่มสำหรับคนที่ถนนแถวบ้านหลุมเยอะสักหน่อย หรือแข่งแบบสปอร์ตให้กดความเร็วเข้าโค้งแบบเนียนๆก็ทำได้ง่ายดายไปหมด ..พูดชมเยอะก็จะหาว่าผมอวยซะอีก(5555) ….เอาเป็นว่า หากใครได้มีโอกาสทดสอบก็ลองเปิด คันเร่งแล้วพลิกรถไปมาดู มันคล่องตัวมากกว่าเดิมเยอะจริงๆนะครับ..
ส่วนราคาเปิดตัวมาใน 2 เวอร์ชั่น รุ่น Standard เริ่มที่ 92,000 บาท สีดำด้านและน้ำเงินด้าน …รุ่น ABS เคาะราคาที่ 99,000 บาท ซึ่งจะได้รถลายทีมแข่ง Repsol Honda หรือ A.P.Honda Racing Team Thailand สวยๆไปครองอีกด้วย เป็นตัวเลือก 150 ซีซี. ที่น่าสนใจไม่น้อย ขี่สนุก ช่วงล่างปรับแต่งได้แบบนี้ หาไม่ได้ง่ายๆนะครับ…
[envira-gallery id=”1725″]

