ต่อกันที่ภาคจบของนักบิดที่คว้าชัยได้ทั้ง 2 เวทีตัวท็อปของโลก.. เราจะไล่เรียงเรื่องราวตั้งแต่สมัยคลาสสิคจนถึงการแข่งขันในยุคปัจจุบัน มีนักแข่งในดวงใจคนไหนของคุณผู้อ่านติดมาบ้างไหม?
5. The Kentucky Kid.. “Nicky Hayden” – 3 MotoGP, 1 WorldSBK

หลังจากผันตัวมาลงแข่งในเวที WorldSBKเมื่อปี 2016 เขาก็ขึ้นแท่นเป็นหัวแถวของรายการในขณะนั้น เมื่อผ่านพ้นช่วงเวลาการปรับตัวจนคว้าโพเดี้ยมแรกจากสนาม Assenมาได้ หนุ่ม Hayden ก็ใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญการแข่ง Wet Race แบบ “เฉพาะตัว” ที่สนามเซปังจนคว้าชัยชนะแรกมาได้หลังจากไม่ได้ขึ้นโพเดี้ยมอันดับ 1 มายาวนานตั้งแต่การแข่ง MotoGPสนาม Laguna Sega ปี 2006.. สำหรับตำแหน่งแชมป์ MotoGPประจำฤดูกาล 2006 คงเป็นที่จดจำในใจแฟนๆ MotoGPอยู่แล้ว ด้วยการมีชื่อของเขาลงในหลายต่อหลายสถิติที่ถูกทำลาย.. แม้เจ้าตัวจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุไปเสียก่อน แต่แน่นอนว่าความสามารถและตำนานของ Nicky Hayden จะคงอยู่ต่อไป ..

4. Marco Melandri – 22 WorldSBK, 5 MotoGP

แชมป์โลกรุ่น 250 ซีซี. ประจำปี 2002 และนักแข่งแถวหน้าของทั้ง MotoGPและ WorldSBK.. เรียกได้ว่าตลอดอาชีพการเป็นนักแข่งของหนุ่ม Marco Melandriนั้นน่าสนใจไม่น้อย.. ชัยชนะ MotoGPครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2005 ที่สนาม Istanbul Park จากนั้นก็คว้าโพเดี้ยมอันดับ 1 เป็นครั้งแรกในการลงแข่ง WprldSBKที่ Donington Park เมื่อปี 2011.. แต่ครั้งที่น่าจดจำมากที่สุดคงเป็นเมื่อปี 2018 ที่เจ้าตัวกดความเร็วทะลุแชมป์โลกสุดโหดอย่าง Jonathan Rea ในเรซ2 ณ Phillip Island.. โบกสะบัดธงชาติอิตาลีจนเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว.. ความยืดหยุ่นในการขับขี่ ปรับสไตล์ได้หลากหลาย และ “ขึงขัง” เมื่อทำการแข่งคือสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในตัวของเขาเลยก็ว่าได้

3. Mick Doohan – 3 WorldSBK 54 500 cc. Grand Prix

พูดชื่อ “Mick Doohan” ขึ้นมา หลายๆคนคงนึกถึงการเป็นเจ้าของตำแหน่งแชมป์โลก 500 ซีซี. 5 สมัยซ้อนของเขา..แต่แอบกระซิบนิดหน่อยว่าก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นมาในตำแหน่งแชมป์ที่ทุกคนรู้จักกันนั้น Mick Doohanเคยคว้าชัยจากรายการ WorldSBKมาก่อนแล้ว.. ย้อนกลับไปในปี 1988 ที่สนาม Sugoเพียงเรซเดียวหลัง Gary Goodfellowคว้าชัยมาสู่ธงชาติแคนาดา.. Doohanก็โชว์พลังเข้าเส้นชัยนำหน้า Goodfellowไปกว่า 7 วินาที! จากนั้นก็ฟาดอีก 2 ชัยชนะในช่วงท้ายปีเดียวกัน ที่สนามโฮมเรซOran Park ก่อนเจ้าตัวจะหายไปแล้วก้าวเข้าสู่หนทางของการเป็นตำนานแชมป์โลก 500 ซีซี. อย่างที่เรารู้กันดี ซึ่งชัยชนะแรกของเขาบนเวที 500cc. Grap Prix นั้นจารึกไว้ที่ Hungaroringเมื่อปี 1990..

2. Troy Bayliss – 52 WorldSBK, 1 MotoGP

ชื่อของ Troy Baylissมักเป็นที่รู้จักในรายการ WorldSBKจากการประสบความสำเร็จที่ผ่านๆมา แต่แล้วหลายอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเขาได้ถือสิทธิ์ Wildcard ร่วมลงแข่ง MotoGPที่สนาม Valencia ในปี 2006.. นั่นทำให้เขาได้มีชื่ออยู่ในตัวท็อปของวงการไปโดยปริยาย.. ซึ่งหนุ่มออสเตรเลี่ยนคนนี้ก็แจ้งเกิดจากการถือ Wildcard ของรายการ WorldSBKด้วยเช่นกัน ย้อนไปในปี 1997 ณ สนาม Phillip Island.. แม้ไม่ได้ขึ้นโพเดี้ยม แต่นักแข่ง Wildcard ที่สามารถกดความเร็วมาติดอันดับ 5 ถึง 2 เรซได้นั้นถือเป็นเรื่องไม่ธรรมดา..
ในช่วงกลางปี 2000 เขาถูกดึงตัวขึ้นแท่นเป็นนักบิดอย่างเป็นทางการแทนที่ Carl Fogarty และคว้าชัยชนะครั้งแรกมาได้ในเรซ1 สนาม Hockenheimหรือชัยชนะที่น่าจดจำอย่าง สนาม Monza เรซแรกเมื่อปี 200 และเรซ2 ที่สนาม Assenปี 2007..นอกจากนี้เขายังคว้าชัยอีกหลายต่อหลายครั้ง จึงไม่น่าแปลกใจที่ Troy Baylissมีชื่อติดอันดับที่ 2 ของเรามาได้อย่างไม่ยากเย็น
1. Max Biaggi – 21 WorldSBK, 13 500cc./MotoGP

นอกจากการเป็นแชมป์ต่อเนื่อง 4 สมัยในรุ่น 250 ซีซี. แล้ว.. Max Biaggiยังเป็นคนสุดท้ายที่คว้าชัยชนะได้ในเรซแจ้งเกิดของตัวเองรุ่น 500cc./MotoGP.. ซึ่งเขาสามารถบิดคันเร่งทะลุธงหมากรุกคว้าชัยมาได้ถึง 13 เรซ โดยเรซสุดท้ายปิดตำนานในคลาส 500cc./MotoGPที่สนาม Sachsenringในปี 2004 จากนั้น Biaggiก็สลับเวทีลงไปหวดในรายการ WorldSBKต่อในปี 2007..แน่นอนว่าเขาชนะตั้งแต่สนามแรกที่ลงแข่งเช่นกัน ขึ้นแท่นเป็นนักบิดคนเดียวที่ชนะตั้งแต่เรซแรกที่ลงแข่งของทั้ง 2 รายการ..

จากนั้น Biaggiก็สามารถคว้าตำแหน่งแชมเปี้ยนมาได้ในปี 2010 และ 2012 โดยการเฉือนเอาชนะ Tom Sykes ด้วยคะแนนสะสมเพียง 0.5 คะแนนเท่านั้น! และยุติอาชีพนักแข่งไปในปีนั้น.. ซึ่งฉายา “Mad Max” ที่เขาได้มาก็เป็นตัวบ่งบอกได้อย่างดี ถึงความสำเร็จตลอดอาชีพนักแข่งทั้ง 2 รายการ WorldSBKและ MotoGP..

ที่มา: WorldSBK
แปล/เรียบเรียง: GUN1000R

