
แน่นอนว่าแรงกดดันการตัดสินใจแต่ละครั้งบนหัวเรือลำนี้คือสิ่งที่ท้าทาย Beirerเป็นอย่างมาก.. ไม่ว่าจากข่าวที่เราเห็น.. “ปลด Johann Zarcoกลางอากาศ”, “ดึง Brad Binder เข้าสู่ทีม”, “DaniloPetrucciสู่ทีม KTM” และการตัดสินใจทาบทาม #26 DaniPedrosaให้มาเป็นนักขับขี่ทดสอบ..เท่านี้ก็น่าจะทำให้หลายๆคนพอเห็นภาพความ “เอาจริง” ของ KTM ได้อย่างเต็มเปี่ยม..

ย้อนกลับไปในปี 2017 คือปีแรกที่ KTM ตัดสินใจก้าวเข้าสู่สังเวียนใหญ่พร้อมกับรถแข่งโมเดล RC16 ที่มาพร้อมกับความต้องการความรู้และพัฒนาอย่างยิ่งยวด.. และเป็นเวลาไม่นานนัก KTM Factory Racing ก็เริ่มโชว์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์สู่สายตาของแฟนๆมอเตอร์สปอร์ต จากการควอลิฟายได้กริดสตาร์ทแถวหน้า จบการแข่งขันด้วยตำแหน่งโพเดี้ยม และล่าสุด “ผู้ชนะการแข่งขัน CzechGPประจำฤดูกาล 2020 โดยฝีมือการขับขี่ของ Brad Binder”..

โดยแสงสว่างถูกส่องเข้ามาในแววตาของ Beirerเมื่อได้เห็นผลงานของหนุ่ม #44 Pol Espargaroในการทำเวลารอบวอร์มอัพ ทันใดนั้นเขาก็ได้บอกกับทีมงานว่า “ถึงเวลาของเราแล้ว!!”
หลังจากการกด Honda เอาไว้ใต้เงาของตัวเองในรายการ Dakar Rally มาตลอด 18 ปี.. วันนี้ KTM ได้คว้าชัยในรายการ MotoGPซึ่งถือว่าเป็นขีดสุดแห่งการแข่งขันความเร็วในโลก 2 ล้อ ด้วยเวลาเพียง 4 ปี(กว่าๆ) เท่านั้นหลังจากเปิดตัวรถแข่ง RC16 ช่วงเดือนตุลาคมปี 2016 หรือ 3 ปีเท่านั้นจากวันที่ร่วมลงแข่งในรุ่น MotoGP

“จังหวะนั้น คือผมพูดไม่ออกไปแล้ว” Pit Beirerกล่าวไว้ในช่วงสัมภาษณ์กับสื่อ ServusTVจากประเทศออสเตรีย “เราต้องการความสำเร็จเหล่านี้จริงๆ และเราก็กัดฟันสู้จนถึงที่สุดเพื่อที่จะได้มันมา..เราตั้งเป้าเอาไว้ว่าต้องเก็บโพเดี้ยมในการแข่งขัน(สภาพอากาศ)ปกติให้ได้ แต่มันกลายเป็นว่าเราได้ตำแหน่งผู้ชนะมาด้วย มันบ้ามากๆ.. สิ่งเหล่านี้มันถูกสร้างขึ้นจากรถที่ไม่หยุดพัฒนาและนักแข่งที่อารมณ์ดี พร้อมทำการแข่งขัน.. เรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้มันน่าจะพอสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ แต่ครั้งสุดท้ายที่เราลองทำคือ 2 สัปดาห์ที่แล้ว และพังไม่เป็นท่าที่ Jerez.. แต่วันนี้เรากลับกลายเป็นผู้ชนะ! ถ้าเราสามารถทำผลงานได้ในสนามที่บั๊มป์เยอะและการยึดเกาะน้อยแบบนี้ได้.. สนามอื่นเราก็ต้องทำได้ครับ”

นอกจากนี้ Beirerยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการดึง DaniPedrosaเข้าสู่ทีมทดสอบว่า สิ่งที่เป็นส่วนสำคัญอันนำพาให้ทีมมาจนถึงจุดนี้ได้คือผลจากทีมทดสอบ.. “เราทราบกันดีว่าในปีนี้รถแข่งของเราถูกพัฒนาขึ้นมามากว่าเดิมเยอะ ดังนั้นชัยชนะครั้งนี้ “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” แต่คือผลลัพธ์ของทุกๆสิ่งที่เราเรียนรู้มาด้วยกันตลอดปีที่ผ่านมา.. เราได้ทำงานร่วมกับ DaniPedrosa, Mika Kallioและทีมทดสอบทั้งหมดในการพัฒนา RC16 มามากกว่าปีแล้ว”

ก้าวขึ้นเป็นอีก 1 โรงงานที่คว้าชัยในระดับสูงสุดมาได้.. ถือเป็นค่ายที่ 5 จาก 6 (ยกเว้น Aprilia) ที่ได้แชมป์ในรุ่น MotoGPอีกทั้งยังเป็นครั้งแรกของระบบกันสะเทือนจาก “WP” ที่ให้การสนับสนุน KTM ตลอดการพัฒนาจนคว้าชัยดังกล่าวได้ในสนามรบของแบรนด์ใหญ่ประจำพิทอย่าง Ohlins..

ทางด้าน CEO ของ KTM, Stefan Piererยังได้กล่าวชื่นชม “จรรยาบรรณการทำงาน” ของฝ่ายวิศวกรรมสำหรับชัยชนะนี้ และได้ยกตัวอย่างผลงานของ Binder ตั้งแต่การคว้าชัยทั้งในรุ่น Moto3, Moto2 มาก่อนหน้านี้ คือภาพที่ชัดเจนของวิสัยทัศน์ในรายการ MotoGPที่บริษัทได้วางไว้..

“วิสัยทัศน์ของเราคือการปูทางที่เรียบลื่นที่สุดให้กับนักแข่งให้ไปสู่จุดสูงสุดของการแข่งขันให้ได้ และตัวอย่างของสิ่งนี้คือความสำเร็จล่าสุดของ Brad Binder ตั้งแต่การคว้าถ้วย Red Bull MotoGP Rookies Cup, Moto3, Moto2 และ MotoGP”

“การที่สามารถคว้าชัยชนะแรกมาได้ในระยะเวลาแค่ 4 ปีนี้ คือข้อพิสูจน์อันชัดเจนในเรื่องของจรรยาบรรณการทำงาน วัตถุดิบด้านความรู้ความสามารถ และการนำมาใช้ของทั้งฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตและ R&D ของเรา” – คุณ Piererกล่าว
“ผมต้องขอขอบคุณจากใจจริงๆไปถึง Pit Beirerและ Mike Leitnerสำหรับการนำพาโปรเจคนี้ และทุ่มเทกายใจเพื่อทำให้มันสำเร็จ”

สำหรับใครที่คิดว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ.. บังเอิญที่ Marquez เจ็บ บังเอิญที่ Quartararoความเร็วตก บังเอิญที่ Yamaha เครื่องแผ่ว ฯลฯ คุณน่าจะต้องคิดใหม่.. เพราะถ้าดูจากความทุ่มเท การตัดสินใจอันเด็ดขาด วิสัยทัศน์ที่ยาวไกลและแน่ชัด นี่คืออีกหนึ่งการเอาจริงจากค่าย KTM หลังการไล่สอยรางวัลในรายการต่างๆมามากมาย ครั้งนี้คงถึงคิวของในเวทีใหญ่ระดับโลกที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด.. “MotoGP”..!!!


