หลายครั้งที่ผมมักจะได้รับคำถามเกี่ยวกับเรื่องของน้ำมันเครื่องอยู่บ่อยครั้ง หรือแม้กระทั่งตัวผมเอง ก็ยังมีคำถามเกิดขึ้นในใจอยู่บ่อยๆจนต้องกลับไปทบทวนเรื่องราวต่างๆของสิ่งๆนี้.. อาจจะเรียกได้ว่าเรื่องราวของน้ำมันเครื่องนั้น คือสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวกับผู้ใช้งานยานยนต์มากที่สุด แต่ก็เป็นสิ่งที่คนมีความเข้าใจน้อยที่สุดเป็นอันดับต้นๆเลยทีเดียว..
นี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่สินค้าน้ำมันเครื่อง “ตัวท็อป” ของโลก อย่าง Eneos เข้ามาสะกิดทีมงานนิตยสารโมโตครอสให้หยิบเจ้า “Eneos Moto Syn 4T” ในรหัส SAE 10W-40 JASO MA2 มารีวิวการใช้งานอย่างครบเครื่อง ..และน่าจะช่วยตอบคำถามที่ค้างคาใจของเพื่อนๆกันได้อย่างดิบดี.. รวมถึงคำถามประเภทที่ว่า.. “ทำไมต้องเป็นน้ำมันเครื่องยี่ห้อนี้?”

ปรับพื้นฐานวิชา “น้ำมันเครื่อง101”
ขออนุญาตปูพื้นฐาน เรื่องราว หลักการ และคำศัพท์ต่างๆก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการรีวิวนะครับ ใครที่พอมีพื้นฐานเรื่องเครื่องยนต์และการหล่อลื่นมาแล้วก็ข้ามส่วนนี้ไปได้เลย…
เริ่มจากคำถามแรก.. “ทำไมต้องใช้น้ำมันเครื่อง?” ..เพราะเครื่องยนต์ทุกประเภทที่ได้พละกำลังมาจากการจุดระเบิดนั้นย่อมมี “สะเก็ดระเบิด” ตามมาเสมอ.. แล้วพอสะเก็ดที่เกิดจากการระเบิดหลายๆครั้งเกิดสะสมกันมากขึ้น เครื่องยนต์มันก็มักจะ “ฝืด” หรือที่หลายๆคนอาจจะรู้สึกว่าเครื่องยนต์มีอาการ “ตื้อ” เร่งไม่ขึ้น หลังจากเปลี่ยนน้ำมันเครื่องไปได้สักระยะหนึ่งนั่นเอง..
ดังนั้นหน้าที่หลักของของน้ำมันเครื่องจึงเป็นการ “ลดแรงเสียดทานในเครื่องยนต์” หรือภาษาชาวบ้านก็จะคุ้นกับคำว่า “หล่อลื่น” เสียมากกว่า..
เพราะการจะปล่อยสสารหล่อลื่นใดๆเข้าไปโลดแล่นในห้องเครื่องยนต์ที่มีการจุดระเบิดรัวๆหลายพันรอบต่อนาที ทวีคูณไปด้วยจำนวนลูกสูบที่มอบให้ แถมยังมีคุณสมบัติ “ช่วยเหลือ” เครื่องยนต์.. ก็คงต้องเป็นสสารที่มีความเฉพาะตัวมากเสียหน่อย… อย่างน้อยๆก็ต้อง ทนร้อน ไม่เสียความหนืด ไม่ลื่นเละเทะ.. พอจะได้คำตอบว่า “ทำไมต้องใช้น้ำมันเครื่อง?” กันแล้วใช่ไหมครับ.
ซึ่งมีการแบ่งเกรดกันคร่าวๆของสารหล่อลื่นเหล่านี้เป็น 3 เกรดใหญ่ๆ.. น้ำมันเครื่องธรรมดา, น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ และน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% ที่มีคุณสมบัติการหล่อลื่น และประสิทธิภาพในการดูแลรักษาเครื่องยนต์ ไล่เรียงกันจากน้อยไปมากตามลำดับที่กล่าวมา

และยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะหลังจากที่เราเพิ่มการหล่อลื่นที่ดีให้กับการจุดระเบิดภายในห้องเครื่องของเรา ลดการฝืดจากเศษซากของการระเบิดได้แล้ว ยังมีสิ่งดีๆที่น้ำมันเครื่อง “ที่เหมาะสม” กับการใช้งานมอบให้อีก ไม่ว่าจะเป็น ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ ล้างสิ่งสกปรก(หรือเศษระเบิดที่กล่าวไปข้างต้น) ระบายความร้อน เติมเต็มส่วนที่สึกหรอ.. สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้เพิ่มขึ้น เครื่องยนต์ทำงานได้ไหลลื่น กำลังอัดดีขึ้น จนส่งผลต่ออัตราเร่งยามกดคันเร่งนั่นเองครับ..
ค่ามาตรฐาน SAE และ JASO
มีคำหนึ่งในย่อหน้าที่แล้ว กับคำว่า น้ำมันเครื่อง “ที่เหมาะสม” กับการใช้งาน อยู่.. นำไปสู่คำถามที่สอง “อะไรคือค่าที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรา?”
อย่างที่บอกว่าสสารที่จะเข้าไปช่วยหล่อลื่น เพิ่มสรรพคุณต่างๆ ให้การขับขี่เป็นไปอย่างทรงพลัง ไม่ขัดใจนั้น ต้องมี “ความหนืด” ที่ลงตัว ไม่เหนียวจนเครื่องยนต์หนืดไปหมด หรือลื่นแพร่ดจนปกป้องอะไรเครื่องยนต์ไม่ได้เสียเลย..
ดังนั้นสมาคมวิศวกรยานยนต์หรือ Society of Automotive Engineers (SAE) จึงกำหนดมาตรฐานของความหนืดมาเป็นตัวเลข อันแทนที่ค่าความหนืดของน้ำมันเครื่องในสภาวะอุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส มาไว้ในระดับต่างๆ ซึ่งก็มีทั้งแบบคงที่และแบบที่เปลี่ยนแปลงได้ 2 ระดับ

อย่างเช่น Eneos Moto Syn 4T นั้น ก็มี 2 รุ่น คือ 10W-40 และ 10W-50.. ซึ่งตัวเลขคู่หน้าคือค่าความหนืดเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ขณะเย็น และตัวเลขคู่หลังคือค่าความหนืดที่อุณหภมิทำงานจริงของเครื่องยนต์นั่นเอง
แน่นอนว่าสำหรับเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์นั้นมีการทำงานที่ไม่เหมือนกับชุดเครื่องยนต์ของรถยนต์ สังเกตุง่ายที่สุดก็ที่หน้าปัดเรือนไมล์ บริเวณมาตรวัดรอบเครื่องที่การบิดคันเร่งไปแต่ขีด 10,000 รอบต่อนาทีนั้นคือเรื่องปกติ ..กับรถยนต์ที่เราเห็นกันชัดๆว่ามักจะขับใช้งานจริงอยู่เพียงแค่ 3,000 ถึง 4,000 รอบเท่านั้น.. ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นตัวเลขที่กล่องผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์มีค่าสูงกว่ารถยนต์ อีกทั้งการไหลเวียนของน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์นั้น ยังต้องเข้าไปหล่อลื่นในส่วนของระบบเกียร์ ระบบคลัทช์ด้วย
..จึงเป็นที่มาของอีกหนึ่งรหัส “JASO” หรือ Japanese Automobile Standards Organization หรือ องกร์มาตรฐานยานยนต์ญี่ปุ่น ต้องใช้ตัวเลขระบุค่าความหนืดที่มีความเฉพาะเจาะจงมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น JASO MA, JASO MB และ JASO MA1 , JASO MA2 ..ซึ่งในครั้งนี้ก็ขออนุญาตเล่าเพียง JASO MA2 ของน้ำมันเครื่อง Eneos Moto Syn 4T ที่มีค่าความเสียดทานเหมาะสมกับการใช้งานจักรยานยนต์บิ๊กไบค์แบบคลัทช์เปียกมากที่สุดก็แล้วกันครับ
ทำความรู้จัก “Eneos Moto Syn 4T”
กับ “คีย์เวิร์ด” ที่ชูโรงอยู่ทุกที่ที่เราได้สัมผัส.. “น้ำมันเครื่องเกรดสังเคราะห์ 100%” จากแดนปลาดิบ.. ตัดปัญหาเรื่องที่ว่า “จะซื้อเกรดไหนดีนะ?” ด้วยการส่งมอบแต่เกรดที่ดีที่สุดสู่มือผู้บริโภคไปเลย
ซึ่งเจ้า Moto Syn 4T นั้นยังมีความพิเศษที่ทาง Eneos ได้แอบหยอดสารเพิ่มคุณภาพที่จะช่วยทำให้มั่นใจได้ในการหล่อลื่น รักษาเครื่องยนต์ หรือทำความสะอาด แถมยังมั่นใจไปอีกต่อจากความเป็น “สินค้าจากญี่ปุ่น” ที่ได้รับการตรวจมาตรฐาน JASO จากญี่ปุ่นแบบแท้ๆ ..เรียกว่า “หายห่วงไปเลย” ทั้งคุณภาพการผลิต มาตรฐาน และการใช้งานจริง..
สำหรับแฟนๆมอเตอร์สปอร์ตก็อาจจะคุ้นเคยกันดีกับโลโก้ Eneos ที่ไปสปอนเซอร์อยู่หลายรายการนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะเวทีแข่งขันระดับโลกอย่าง MotoGP.. ใช่แล้ว ข้อมูลเหล่านั้นจากสนามแข่งถูกนำมาวิเคราะห์ กลั่นกรอง วิจัย และพัฒนามาจนเป็น Moto Syn 4T ทั้ง 2 รหัส 10W-40 และ 10W-50 ให้เราได้ใช้งาน.. รวมถึงผมที่ได้นำมารีวิวให้เพื่อนๆอ่านกันในครั้งนี้ด้วย

Moto Syn 4T สู่การใช้งานจริง..
เพราะรหัสที่เราได้รับมาทดสอบนั้นเป็น SAE 10W-50 ซึ่งมีค่าความหนืดที่หนืดกว่าการใช้งานมอเตอร์ไซค์ทั่วไป ดังนั้นนิตยสารโมโตครอสจึงเลือกหยิบสถานการณ์การทดสอบให้ถึงพริกถึงขิงกับการรีวิวเสียหน่อย.. ด้วยมอเตอร์ไซค์สปอร์ตมิดเดิลเวททรงนิยมจากค่ายปีกนก Honda CBR 650 R ที่สามารถรองรับการขับขี่ได้หลากหลายรูปแบบ ..โดยเฉพาะแบบ “สปอร์ต”
ภาคแรก.. “ในเมือง” ..หรือขี่ใช้งานทั่วไปนี่แหละครับ ก็ต้องบอกว่ามีความประทับใจอยู่พอสมคารเลยทีเดียว ..เราได้นำ Honda CBR 650 R มาหวดกันเล่นๆในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ทั้งในตัวเมืองและชานเมืองกันอย่างจริงจัง จะเป็นการซิกแซกของการจราจรบนถนน พระราม 9 เลียบด่วน รามอินทรา หรือลาดพร้าว ยาวไปถึงการหวดทางยาวไกลๆแถวย่านมีนบุรี..
ซึ่งในส่วนของการบิดคันเร่งที่ไม่เคยเกิน 5,000 รอบ กับการใช้งานในย่านรถติดนั้นถือว่าน่าประทับใจ แม้จะรู้สึกถึงความหนืดในการเปิดคันเร่งอยู่เล็กน้อย แต่ถ้าไม่สังเกตุก็แทบจะไม่ต่างกันกับรหัส 10W-40 เลย แน่นอนว่าเมื่อเรารู้สึกถึงความหนืดที่มากขึ้นก็อาจจะมีการกินน้ำมันที่มากขึ้นตามไปด้วย.. แต่มันก็แลกมากับข้อดีในส่วนถัดไป.. “ทางยาว”
เพียงแค่ได้เริ่มบิดให้ทะลุ 8,000 รอบขึ้นไป.. เปิดประตูเข้าสู่ย่านความเร็วสูง เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น ความร้อนสูงขึ้น .. “ความสนุก” ก็มากขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะนี่คือจุดที่ Eneos Moto Syn 4T ในรหัส SAE 10W-50 เฉิดฉายได้ดีมากที่สุด.. ซึ่งสามารถสิ่งที่เห็นและสัมผัสได้อย่างชัดเจนคือ “ความมัน” เมื่อได้ขยี้คันเร่งในรอบสูง..
ต้องบอกว่าส่วนตัวผู้ทดสอบเองก็ขับขี่บิ๊กไบค์และใช้งาน 10W-40 เป็นเรื่องปกติ (เพราะขี่รถติดคล่องดีนัก) มันทำให้ตัวผมเองได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ กับ “ค่าความหนืดที่เหมาะสม” ของการขับขี่ในความเร็ว ด้วยรอบเครื่องที่สูง ในรูปแบบของการเดินทางไกล.. แม้อาจจะบอกเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่สามารถบอกกับความรู้สึกได้อย่างดีว่า “นี่คือการทำงานของเครื่องยนต์อย่างเต็มสมรรถนะมากขึ้น” ..ดังนั้นใครที่บ้านอยู่ชานเมืองแล้วเดินทางไปทำงานไกลๆ หรืออยากเอารถไปขี่ใช้งานเดินทางท่องเที่ยว น่าจะมีความประทับใจ Eneos Moto Syn 10W-50 ได้ไม่ต่างจากผมเท่าใดนัก..
ภาคสอง.. “สนามแข่ง” ..อย่างที่บอกว่า 10W-50 นั้นเหมาะกับการใช้งานในอุณหภูมิเครื่องยนต์สูง.. แล้วจะมีอะไรสูงไปกว่าการเอารถมาขับขี่ในรูปแบบสนามแข่งดูล่ะ??
กับการรีดรอบเครื่องยนต์ให้ไปสุดเรดไลน์ 12,000 รอบของ Honda CBR650R เอาให้รอบและอุณหภูมิพุ่งปรี๊ดปรอทแตกกันไปข้าง.. แต่เจ้า Eneos Moto Syn 4T ก็ยังสร้างความประทับใจได้อย่างดีทีเดียว..
เพราะหลังจากทำการทดสอบกันเป็นเวลา 1 วันเต็มก็พบว่า Eneos Moto Syn 4T 10W-50 มีการตอบสนองต่ออุณหภูมิสูงของการใช้งานในรูปแบบสนามแข่งดีกว่า 10W-40 อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่รอบเครื่องที่สูงขึ้น กับการหล่อลื่นเครื่องยนต์ พละกำลังที่ออกมายังมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม.. แม้จะไม่เต็มก้อกแบบเกรดสนามแข่ง แต่ก็ถือว่า “รองรับ” การขับขี่ในรูปแบบนี้อยู่ในเกณฑ์ดี..
ทั้งนี้ผมไม่แน่ใจว่าหากนำไปใส่เครื่องยนต์คลาสซูเปอร์สปอร์ตที่เร่งกันได้ทะลุ 14,000 ขึ้นไปนั้นจะมีผลลัพท์เป็นอย่างไรนะครับ..
แต่เป็นที่แน่นอนแล้วว่าจากการทดสอบทั้ง 2 รูปแบบของ Eneos Moto Syn 4T นั้นทำให้เราแน่ใจได้เลยว่า หากต้องการน้ำมันเครื่องที่เฉพาะเจาะจงกับการใช้งานประเภท เดินทางไกล , ใช้ระยะเวลานาน หรือการขับขี่ที่ใช้รอบเครื่องยนต์สูงกว่าปกติ.. “Eneos Moto Syn 4T 10W-50” จะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆในใจของผมอย่างแน่นอน..

