ตามไปดูผลงานเนี้ยบๆของสำนักแต่งฝั่งยุโรปกันบ้าง เอาใจสายคัสตอม สตรีทแทรคเกอร์ขาลุย โดยฝีมือของท่านเทพ Steve Hillary แห่ง Redmax Speed Shop จากเมืองผู้ดี แน่นอนว่าชื่อเสียงกระฉ่อนเกาะอังกฤษ เนื่องจากผลงานคัสตอมที่ผ่านมาล้วนแต่เด็ดขาดนั่นเอง ผลงานสวยๆชิ้นล่าสุดของพี่เขา ถูกเคาะมาภายใต้รหัส REDMAX’S ULTRA RAPID TRIUMPH SCRAMBLER “THE KNOBBLER” บอกเลยว่า งานนี้ถึง “รสแท้อังกฤษทำ” !!
เริ่มต้นโปรเจคท์ก็ตรงแหนวไปที่ความต้องการรถสตรีทแทรคเกอร์แบบ “สตาร์ทมือ” เนื่องจากรถสตาร์ทเท้านั้นไม่ค่อยเป็นมิตรกับขาของลูกค้าที่ออเดอร์มาสักเท่าไร…
แน่นอนว่างานนี้มีการปรับใส่เฟรมน้ำหนักเบาพิเศษ สูตรเฉพาะของทาง Redmax เพื่อรองรับกับเครื่องยนต์ที่สตาร์ทด้วยไฟฟ้า รวมน้ำหนักเฟรมและสวิงอาร์มเข้าด้วยกันเพียง 16 กิโลกรัมเท่านั้น! Steve และหัวหน้าแผนกสร้าง Glenn Moger เลือกที่จะหยิบเครื่องยนต์ Bonneville 865 ซีซี. (องศาการจุดระเบิด 270 องศา) ใส่เข้าไปในเฟรมที่เลือกไว้ จับคู่กับระบบจ่ายน้ำมันคาบูเรเตอร์จาก Mikuni พร้อมการปรับตั้งให้เหมาะสมกับการเปิดคันเร่งที่รวดเร็วของรถสไตล์โมโตครอส และท่อไอเสีย 2 ออก 2 ยกสูงตามสไตล์แทรคเกอร์จากยุค 80..
ครีบเครื่องยนต์แบบ “Raw Finish” สุดดิบ ถูกสั่งตรงมาจากอเมริกา ก่อนจะถูกประกบด้วยชุดโซ่ทอง 2K (แพง!) ..ใต้สุดของเครื่องยนต์มีแผ่นอลูมิเนียมอัลลอยถูกติดตั้งเพื่อปกป้อง ชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ รวมถึงกรองน้ำมันเครื่องด้วย
จุดเด่นของรถคัสตอมจากสำนัก Redmax อันเลื่องชื่อนั้นก็คือเรื่องของการปรับตั้งค่าส่วนต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม แน่นอนว่า Triumph คันนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น.. ตะเกียบโช้คอัพหน้าปรับได้เต็มระบบ หยิบมาโต้งๆจาก Yamaha YZF-R6 บนแผงคอสั่งทำพิเศษจาก Fastec รวมถึงโช้คอัพงานปราณีตจาก RFY ของดีถิ่น eBay
โชคดีที่ Steve นั้นอาศัยอยู่ใกล้กับ ปรามจารย์นักทำล้อแห่งเกาะอังกฤษ “Dave Massam” เพียงไม่กี่นาที ดังนั้นล้ออัลลอยสีดำคมเข้มตัดกับซี่ลวดสแตนเลสเงางามจึงออกมาเข้ากันได้ดีกับ ยาง Motoz Tractionator Adventure จากออสเตรเลีย “ตั้งแต่ที่ผมเห็นยางนี้ครั้งแรก ผมก็รู้ทันทีว่า นี่แหละ! สิ่งที่ผมตามหา รองรับความเร็วได้กว่า 120 ไมล์/ชม.(ราวๆ 194 กม./ชม.) แถมยังหารถที่เข้ากันได้ยากโคตรๆ!!”
ปั๊มเบรค Brembo ถูกหยิบมาติดตั้งจาก Ducati Monster ป้อนของเหลวเข้าสู่สายเบรคด้ายน้ำมันเบรค HEL ส่วนแผ่นดิสก์และแท่นเบรคนั้นนำมาจาก Aprilia Pegaso ประกอบเข้าด้วยกัน
อีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือระบบไฟส่องสว่าง “เราจำเป็นต้องมีการส่องสว่างที่ดี ดังนั้นเราจึงหาไฟท้ายที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะใส่ลงไปใต้เบาะนั่ง ‘Redmax Astro Seat’ ของเรา บางอย่างที่มีความเข้มของแสงสูง ทั้งด้านหน้าและหลัง..การออกแบบในส่วนนี้ได้ชุดไฟหน้าจาก Baja มาเสริมความหล่อ ตกแต่งโดดเด่นวางคู่กับ กระเป๋าเครื่องมือหนัง Redmax งานฝีมือจากคุณ Glenn ที่ถูกแปะไว้ด้านบนของแผ่นโชว์หมายเลขนักแข่ง เช่นเดียวกับเบาะหนักปัก Redmax ด้านท้าย สีสันเดียวกันกับแฮนด์กริบสีน้ำตาล ‘Biltwell’
“ถังน้ำมันทรงหยดน้ำจุน้ำมันได้กว่า 10 ลิตร มันคือสิ่งที่บ่งบอกตัวตนของรถสไตล์ สแครมเบลอร์หรือแทรคเกอร์ได้อย่างดีที่สุด ในขณะเดียวกันก็ต้องจุน้ำมันได้มากพอกับคาบูเรเตอร์ Mikuni ที่จูนมาเพื่อการตอบสนองคันเร่งอย่างฉับไวด้วย” สีสันของถังน้ำมันนั้น Andy (เจ้าของรถ) เลือกใช้สีแดงเฟอรารี่เมทัลลิก Steve จึงจับคู่มันกับสีขาวมุกก่อนจะส่งต่อไปให้คุณ Lee Cockeram จากสำนัก Roosters Voodoo แห่ง Southampton ช่วยบรรเลงสีเหล่านี้ให้ตามต้องการ.. ส่วนที่เหลือนั้นจัดงาน Coating สีดำทั่วร่าง สำเร็จงานโดย Leighton จาก West Taunton Powder Coating ได้อย่างเหลือเชื่อภายในอาทิตย์เดียว! (งานอย่างเนียน!!)
ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆถูกซ่อนไว้อย่างดีภายใต้เบาะนั่ง.. พร้อมแบตเตอรี่ lithium-ion จ่ายไฟด้วยแผงควบคุมของ Motogadget “m.unit” นอกจากนี้ Motogadget ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของปุ่มควบคุมบนแฮนเดิลบาร์ หน้าปัดดิจิทัลจาก Koso และระบบ “RFID” หรือ Radio-frequency identification ทำให้เจ้าสตรีทแทรคเกอร์คันนี้มีระบบสตาร์ท keyless ด้วย
สุดท้ายก็เหลือเพียงการตั้งชื่อที่ Steve คิดได้อย่างทันควัน “The Knobbler” จากคำสแลง Knobble (ทำให้เสียหายจนใช้การไม่ได้) หรือแปลเป็นไทยคร่าวๆก็คือ “ผู้ทำลาย” นั่นเอง.. เตือนความจำสักนิดก่อนจบบทความว่ารถที่เบา เร็วและแรงแบบ Triumph คัสตอมคันนี้ จะทำเพื่อนๆเจ็บตัวได้นะครับถ้าขี่อย่างไม่ระวัง!” ดังที่ Steve ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “You want be the knobbler, not the knobbled!” (คุณต้องเป็นผู้ทำลาย ไม่ใช้ผู้ถูกทำลาย!)

ที่มา: http://www.bikeexif.com/

