เรื่อง :Hey Joe
ภาพ : RastaSnap
…จะเรียกว่านี่คือหนึ่งใน “สปอร์ตออโตเมติค” ที่คว้าคะแนน “ยอดนิยม” จากใจผู้ใช้ชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการมาถึงของ All NewAEROX เวอร์ชั่น 2021 ของรถออโตฯ 155 ซีซี.จาก Yamaha คันนี้ นอกจากจะได้ลองขี่ “ครั้งแรก” ก่อนการเปิดตัวแล้ว เรายังมีโอกาสที่ดี ในการนำมาขี่แบบ “เต็มทริป” ชนิดยิงยาวจาก “บางนา กม.21” เดินทางโฉบไปเยือน “อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก” ชมวิวในแบบ “นิวนอร์มอล” และได้6 ประเด็นต้องรู้!!เกี่ยวกับ All New AEROXมาให้อ่านกัน…ตามนี้!

1.ดีไซน์และฟังก์ชั่น
อย่างที่รู้กัน All New AEROX ได้ทำการปรับ “โฉมใหม่” ทั้งคัน ในส่วนของแฟริ่งมีเพิ่มแง่มุมหลายจุดเน้นลุค “สปอร์ต” มากขึ้น และเห็นผลของการ “ลู่ลม” ที่ทำได้ดีขึ้นจริงๆเมื่อนำไป “ขี่ออกทริป”ส่วนหน้าตาที่เปลี่ยนไป นอกจากดูเฉียบคม ชุดไฟหน้าเลือกใช้ LED 6 ดวงก็วางดีไซน์ได้สวยงามโดยมี “ไฟหรี่-เดย์ไทม์รันนิ่งไลท์” ที่เด่นชัด และไฟสูง-ต่ำจากการลองใช้งานจริงก็สว่างกว้างไกลดีมากขณะที่ไฟท้าย LEDดีไซน์ใหม่คอมแพ็คกว่าเดิมแต่การใช้งานจริงก็ ok เช่นเดียวกัน
ส่วนของฟังก์ชั่น มีช่องจ่ายไฟสำหรับชาร์จสมาร์ทโฟนที่ “เวิร์ค” (สำหรับคนที่มีอแดปเตอร์แบบที่จุดบุหรี่)ขณะเดียวกันก็ดีไซน์สวิทช์เซ็ทอัพจอ LCD มาให้ใช้งานง่ายๆที่ตำแหน่งนิ้วชี้แฮนด์ฝั่งซ้าย ซึ่งแบล็คไลท์สีฟ้าที่ให้มานั้นใช้งานดีมาก… หน้าปัดก็มีการปรับองศาให้ลดการสะท้อนแสง คนขี่มองจอได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน …ที่ยามาฮ่าทำได้ดีอีกจุดคือระบบกุญแจ ที่เป็น “สมาร์ทคีย์” ในรุ่น ABS และ ชัตเตอร์คีย์ในรุ่น Standard ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

2.มิติรถและการคอนโทรล
สิ่งที่ “พัฒนาขึ้น”อย่างชัดเจนคือเรื่อง “มิติ” ซึ่งเคยบอกไปแล้วว่ามันมีการปรับลดมุมคาสเตอร์ลงเหลือ 26.3 มม. และยืดระยะเทรลมาใหม่ออกไปเป็น 100 มม. (จากเดิม 95 มม.) ทำให้ All New AEROX เป็นสปอร์ตออโตเมติคที่ “ช่วงดี” มากๆ เรียกว่ารู้ฟีลลิ่งกันตั้งแต่พลิกพลิ้วในเมือง จนถึงตอนนำไปขี่ในทริป ซึ่งมีโจทย์การเข้าโค้ง เลี้ยวโค้งบนเส้นทางเลียบอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก แล้วได้ความรู้สึกชัดว่า เลี้ยวดี ขี่ได้มั่นใจจริงๆ อีกหนึ่งจุดที่อยากกล่าวถึงคือเบาะนั่งที่ปรับมาใหม่ดูดีขึ้น มีกันลื่นมาด้านหน้าสำหรับคนซ้อน และเรื่องน้ำหนักรถที่ “เพิ่ม” ขึ้นมาจากรุ่นก่อน เป็น 122 กก.ในรุ่น Standard และ 125 กก. ในรุ่น ABS สิ่งนี้มาช่วยให้ All New AEROX มีความ “พอดี” มากขึ้นทั้งเรื่องการทรงตัวและการบังคับควบคุม

3.วาล์วเปิด โลกก็เปลี่ยน
Blue Core 155 ซีซี. หม้อน้ำ กับระบบวาล์วแปรผัน VVA คือ “ขุมพลัง” All New AEROX ที่เวอร์ชั่นนี้มีการปรับรายละเอียดกำลังอัดเล็กน้อย ทำให้ได้กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 15.4แรงม้า และคาแรคเตอร์อันโด่งดังของ เครื่องยนต์ “บลูคอร์” ก็ยังคงยอดเยี่ยม ทั้งการใช้งานในเมืองที่สนุกและการเปิดคันเร่งแซงรถร่วมทางในไฮเวย์ช่วงการขี่เดินทางสู่สระบุรี ลองอัตราเร่ง 0-100 ทำได้ที่ 12.21 วินาทีส่วนท็อปสปีดผมไหลเข้าสู่ความเร็วปลายได้ 126 กม./ชม.และยังเหลือคันเร่งให้ดันต่อได้อีก!! …ทั้งนี้หลังจากลองขี่ เดินทางเต็มสมรรถนะแล้ววัดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง(ถังเชื้อเพลิงขยายมาเป็น 5.5 ลิตร)ผมทำค่าสิ้นเปลืองได้ที่ 28.56 กิโลเมตร/ลิตร จากภาวะบิดสุดปลอกต่อเนื่องมาหลายสิบกม.ซึ่งถ้าเป็นคนใช้งานแบบทั่วๆไปจะประหยัดกว่านี้แน่นอน

4.ช่วงล่าง และ เบรก
ระบบช่วงล่างเป็นอีกจุดที่ All New AEROX ถูกพัฒนามาใหม่ โดยปรับเซ็ทความหนึบโช้คหน้าและปรับค่าความแข็งสปริงคู่โช้คหลังขึ้นมาเพียงแค่ลองขี่ในโค้งสนาม YRA ครั้งแรกก็รู้สึกได้เลยว่าช่วงล่างของแอร็อกซ์รุ่นนี้ดีขึ้นอย่างมาก ยิ่งไปขี่ออกทริปที่เจอสภาพทางหลากหลาย ผมกล้าพูดว่านี่เป็นช่วงล่างที่แมตช์กับน้ำหนักรถเวอร์ชั่นนี้พอดี มันหนึบกว่าเดิม ซับแรงสะเทือนได้ดี ขณะที่ระบบเบรกในที่นี้ขอกล่าวถึงรุ่น ABSเป็นดิสค์เบรกหน้า-ดรัมเบรกหลัง โดยผมตั้งใจทดสอบเบรกตามสภาวะจริง ก็ได้ฟีลลิ่งของการป้องกันล้อล็อคที่แม่นยำมั่นใจได้เหมือน ABS ของยามาฮ่าทุกรุ่นที่เคยลอง

5.แอพพลิเคชั่น Y-Connect
สิ่งที่มาพร้อมกับ All NewAEROX คือใจความสำคัญของ รถจักรยานยนต์ออโตเมติค “ยุคใหม่” ที่จะต้องมีระบบ การเชื่อมต่อ ตัวเจ้าของผ่านทางสมาร์ทโฟนหรือSmart Divideและตัวแอพลิเคชั่นYamaha Y-Connect ก็ทำงานเป็น “คู่มือ” ของผู้ใช้ได้อย่างตรงโจทย์ ตั้งแต่การเซอร์วิสรถจนถึงการมีส่วนร่วมในการเป็นยามาฮ่ายูซเซอร์โดยมีถึง 8 ฟังก์ชั่นให้เลือกใช้ (รายละเอียดทั้ง 8 ฟังก์ชั่นดูได้ที่ https://www.motocrossmag.co.th/main)


6.ข้อสังเกตและบทสรุป
หลังลุยกับ All New AEROX ในแบบ “เต็มทริป” ผมมีข้อสังเกตเกี่ยวกับรถรุ่นนี้อยู่ 2-3 เรื่อง อย่างแรกได้แก่ “ช่องใส่ของ” ตรงคอนโซล(ที่อยู่ของช่องจ่ายไฟ) มีขนาดเล็กไป ประโยชน์ใช้สอยน้อย เรื่องถัดมาคือระบบเบรกที่มีเสียงเรียกร้องจากยูซเซอร์ว่าควร “ใส่ดิสค์เบรกหลัง” มาให้ได้แล้ว จะบวกราคาเพิ่มเท่าไหร่ก็ว่ากันไป ถึงจะติดที่เรื่อง “โพสิชั่น” ของการวางราคารถในกลุ่มออโตฯยามาฮ่า ที่มี NMAXตัวพรีเมี่ยมค้ำอยู่ แต่หากมี All New AEROXที่เป็นรุ่นท็อป สุด ABS ดิสค์เบรกหน้า-หลังก็จะดีต่อตัวแบรนด์เองครับ


สำหรับราคาเวอร์ชั่น STANDARD
จำหน่ายที่ 67,500 บาท มีให้เลือก 3 สี คือ
สีดำ-แดง (Power Black)
สีเขียว-ดำ (Faster Turquoise)
สีแดง-ดำ (Alpha Red)
ขณะที่เวอร์ชั่น ABS
ราคา 78,500 บาท มี 3 สีเช่นกันคือ
สีน้ำเงิน-เทา (Racing Blue)
สีดำ (Dark night)
เทา (Silver Light)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Yamaha Call Center โทร. 02-263- 9999
และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารทางออนไลน์ได้ที่
Website : www.yamaha-motor.co.th
Facebook : Yamaha Society Thailand
Instagram : @Yamaha Society Thailand
Youtube : Yamaha Society Thailand

