ช่วงเวลานี้ค่ายรถแต่ละค่ายจักรยานยนต์ต่างต้องมี “โมเดลตำนาน” ที่เป็นเสมือนรถในฝันของทุกคน .. ต่างอยากได้มาครอบครอง.. แต่แล้วกาลเวลาก็เปลี่ยนไป เทคโนโลยีย่อมเปลี่ยนแปลง บางแบรนด์อยากจะรักษาความ “คลาสสิก” โดยการเก็บทุกอย่างเอาไว้ เพื่อคุณค่าทางใจที่เพิ่มมากขึ้น.. ในขณะที่บางรายเห็นต่าง.. คลาสสิกได้ แต่ต้องทันสมัยด้วย.. ซึ่งค่ายใหญ่อย่าง Honda นั้นเป็นอย่างหลัง.. การเน้นย้ำความเป็น Honda ผ่านเส้นสายภายนอก และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีภายในดูจะเป็นเหมือนเบสิคของค่ายนี้ในปี 2021 ไปเสียแล้ว.. ถึงเวลาทำความรู้จักโมเดลล่าสุด(?) รหัส “CB1300” ใหม่อีกครั้ง..

โครงสร้าง
รถที่เหมาะสำหรับการ “Cruise around” หรือขับขี่สบายๆ ไม่ว่าจะในเมืองหรือออกไปเที่ยวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ตาม.. กับโครงสร้างแบบเฟรมเปลคู่คลาสสิก ที่ให้ความสามารถและคาแรคเตอร์ของการขับขี่ “อเนกประสงค์” รวมถึงมีการกระจายน้ำหนักตลอดทั้งคันได้อย่างดี ดังนั้นการหวดคันเร่ง สนุกสนานไปกับกำลังเครื่องยนต์คลาส 1,300 ซีซี. ในช่วงความเร็วสูงก็ยังรู้สึกได้ถึง “ความนิ่ง” ตลอดการใช้งาน..

นอกจากความคลาสสิกสุดแรงของโฉมเน็กเก็ตไบค์ Super Four ที่อยู่ในใจหลายๆคนบนกรอบเฟรมสีแดงสดแล้ว CB1300 รุ่นปี 2021 นี้ยังมีอีกเวอร์ชั่นในชื่อ Super Bol D’Or ที่มีช่วงหน้าแบบ Half-Fairing พร้อมมอบความสะดวกสบายยามขับขี่ความเร็วสูง ลดอาการ “จุกลม” ได้เป็นอย่างดี ..แต่หน้าตาก็ยังคงความคลาสสิก สไตล์ “ไฟเหลี่ยม”

ภายใน
หัวใจของเจ้า CB1300 รุ่นใหม่นี้ คือเครื่องยนต์ใหม่ 1,284 ซีซี. 4 สูบเรียง 4 วาล์ว DOHC พร้อมหัวฉีด PGM-FI แบบฉบับเฉพาะของฮอนด้า ให้การตอบสนองที่แม่นยำ นุ่มนวล ทรงพลัง.. ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องมาจากการทำงานร่วมกับระบบคันเร่งไฟฟ้า “throttle-by-wire” โดยทางฮอนด้าญี่ปุ่นเคลมว่า “ช่วงรอบต่ำจนถึงกลางถูกปรับจูนให้ช่วยเหลือผู้ขับขี่ในการจัดการกับน้ำหนักตัวของรถคันนี้ได้ดีขึ้น ส่วนรอบสูงนั้นคือความสนุกในสไตล์รถสี่สูบเรียงจากฮอนด้า” ..มาพร้อมค่ามาตรฐานไอเสียล่าสุดอีกด้วย..

นอกจากนี้ Honda CB1300 Super Four และ Super Bol D’Or มีชุดเครื่องยนต์ที่มากับระบบ Assist Slipper Clutch เพื่อลดอาการ “ล้อหลังล็อค” จากการเชนเกียร์ลงที่รอบความเร็วสูง ซึ่งมีโอกาสเกิดได้ง่ายในการขับขี่บนถนนใหญ่ที่มักมีเหตุการณ์ให้เราสับเกียร์ขึ้น-ลงอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ต่างๆเหล่านั้นสามารถกระทำได้ง่ายขึ้น ใช้เรี่ยวแรงในการขับขี่น้อยลงไปลง…


“คันเร่งไฟฟ้า” ของใหม่ ถูกติดตั้งลงบน CB1300 MY2021 นี้ ให้การตอบสนองต่อการบิดเปิด-ปิดคันเร่งอย่างแม่นยำ พร้อมการปรับแต่งให้มีความใกล้เคียงกับการตอบสนองของคันเร่งสายแบบคลาสสิก มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่เรียกได้ว่าเป็น “แพ็คเกจ” ของระบบนี้มาด้วย นั่นก็คือ…

3 โหมดการขับขี่.. Sport, Standard, Rain คือการปรับค่าความไวของคันเร่ง ตามองศาการบิด ซึ่งจะมีพละกำลังมาคอยเติมตามโหมดดังกล่าว ซึ่งจะลดหลั่นกันไป.. และอีกหนึ่งแพ็คเกจที่มาพร้อมคันเร่งไฟฟ้า ..ฟังก์ชั่น Cruise Control ที่ให้เลือกใช้งานได้ยามที่ต้องเดินทางไกล แค่เซ็ตความเร็วที่ต้องการแล้วปล่อยให้รถดำเนินการเองไปโลด!

ช่วงล่าง
หยอกล้อกันไปตามทางเดียวกันกับช่วงล่างที่สามารถเพิ่มอรรถรสในการ Cruise around ได้อย่างลงตัว.. โช้คอัพหน้าขนาดใหญ่.. แกน 43 มม. เน้นการตอบสนองต่อการขับขี่ พร้อมความสามารถในการปรับตั้งค่าตามความถนัดของผู้ขับขี่ได้ง่ายๆ.. แค่ใช้ประแจไข!

กันสะเทือนหลังคู่ Showa สีแดงฉาน.. ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มหลังอลูมิเนียม ซึ่งระบบกันสะเทือนชุดนี้มาคู่ซับแทงค์กับการปรับค่า extension ได้ละเอียดถึง 15 ระดับ และปรับ Compression ได้อีก 4 ระดับ! ..แต่ถ้าว่ากันตามค่าพื้นฐานที่ถูกเซ็ตมาจากโรงงานแล้วล่ะก็ มันถูกปรับมาให้ตอบสนองต่อการบังคับเลี้ยวได้อย่างดี ไม่ว่าจะช่วงความเร็วต่ำหรือสูง ช่วยเหลือผู้ขับขี่ในการควบคุมให้ลืมน้ำหนักตัวของรถคันนี้ไปเลย

ระบบเบรก.. ABS หน้า-หลัง ดิสก์เบรกคู่ด้านหน้าขนาด 310 มม. ปั๊ม Nissin คาร์ลิเปอร์ 4 พ็อต และดิสก์เดี่ยวด้านหลังขนาด 256 มม. แม้จะไม่ได้ให้ชุดเบรกแบบรุ่นท็อปโมเดลสปอร์ตมา แต่ก็ต้องบอกว่ามัน “พอดี” กับการใช้งาน ซึ่งจะส่งผลถึงความปลอดภัยขณะใช้งานนั่นเอง..
อุปกรณ์
รายละเอียดน้อยๆที่ถูกเลือกมาอัพเดตใส่ CB1300 รุ่นใหม่นี้ ที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้เพราะถือว่าเป็นการอัพเดตที่สำคัญเหมือนกัน..
เบาะนั่งใหม่ ท่านั่งใหม่.. นอกจากงานตัดเย็บหนังเนี๊ยบๆ ที่ส่วนเบาะนั่งแล้ว ความสะดวกสบายของทั้งผู้ขับขี่และผู้ร่วมเดินทางถูกปรับแก้ไขให้นั่งขับขี่เดินทางได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น กับการปรับช่วง “ข้างตัวถัง” ให้เพรียวผอมลง กระชับช่วงขาได้มากขึ้นทั้ง 2 ที่นั่ง และพร้อมรองรับการติดตั้งอุปกรณ์ขนสัมภาระด้านหลังได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

เรือนไมล์ใหม่.. คงความคลาสสิกของเรือนไมล์คู่ทรงกลมเอาไว้ แล้วจับใส่หน้าปัดดิจิทัลที่ตรงกลาง เอาไว้แสดงผลตำแหน่งเกียร์ ปริมาตรน้ำมันคงเหลือในถัง โหมดการขับขี่ ระยะทาง อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน อุณหภูมิภายนอก ฯลฯ
พิเศษสำหรับรหัส Super Bol D’Or ที่มีการออกแบบมาให้สำหรับสายขี่เที่ยว โดยส่วน Half-Fairing จะได้ความอเนกประสงค์ซ่อนแถมมาอยู่ด้วยกับช่องเก็บของที่อยู่บริเวณแฟริ่งหน้าข้างละ 1 ลิตร! กันลมปะทะ เพิ่มช่องเก็บของได้อีกต่อ!
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ติดรถเพิ่มเติมอีก ทั้งที่แขวนหมวกกันน็อค, ระบบกุญแจ Wave Keys, Heated Grip, Emergency Stop Signal, HISS (Honda Ignition Security System), USB socket (Type-C) และ Quick Shifter ขึ้น/ลง (สั่งเป็นออพชั่นเสริม)



แน่นอนว่าเราไม่ได้เอาข้อมูลมาให้เสพกันยั่วๆ แต่เปิดตัวให้จับจองกันไปแล้วตั้งแต่งาน Bangkok International Motor Show ที่ราคา 575,000 บาทสำหรับ Honda CB1300 Super Four และ 600,000 บาท สำหรับ CB1300 Super Bol D’Or ..ใครสนใจก็ไปสะกิดที่ศูนย์ Honda Bigwing หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ Honda BigBike เลยจ้า!


