จับตา 5 รุ่น สองล้อไฟฟ้า(วางขายแล้ว) ที่คุณต้อง”อึ้ง” กับสมรรถนะ!!

หลังจากคำประกาศกร้าวของ 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ฝั่งยุโรป เยอรมันนีและอังกฤษ ถึงการยกเลิกการซื้อ-ขาย และใช้งานเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงภายในไม่ถึง 20 ปีข้างหน้านี้ รวมถึงกระแสจิตสำนึกการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มาแรงขึ้นเรื่อยๆ… เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอให้หลายค่ายผู้ผลิตและพัฒนารถหันมาสนใจเครื่องยนต์พลังงานทางเลือกอย่าง “ไฟฟ้า” ให้เกิดประสิทธิภาพและสมรรถนะมากขึ้น มีความสามารถในการใช้งานทั่วๆไปได้เข้าที่เข้าทางกว่าเดิมสักที ซึ่งชาวสองล้อย่อมไม่พลาดเทคโนโลยีเจ๋งๆเหล่านี้ด้วย เนื่องจากมอเตอร์ไซค์ยังเป็นยานพาหนะที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว แสดงออกถึงตัวตนและจิตวิญญานของผู้ครอบครองได้อย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย.. แม้มันจะใช้พลังงานไฟฟ้าก็ตาม?

ลองไปส่องมอเตอร์ไซค์ “ไฟฟ้า”  5 รุ่น ที่น่าสนใจในตลาดตอนนี้ดีกว่า เผื่อว่าในอนาคตเราอาจจะได้มีโอกาสขับขี่และเป็นเจ้าของ “ลูกหลาน” รถมอเตอร์ไซค์โมเดลเหล่านี้ก็ไม่แน่นะครับ^^

 

Zero SR/F

เน็กเก็ตไบค์ไฟฟ้าโมเดลที่เพิ่งปล่อยมาล่าสุดเมื่อต้นปี 2019 พร้อมวางจำหน่ายเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา… เจ้า SR/F คันนี้คือรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ “ทรงพลัง” มากที่สุดทั้งด้านเทคโนโลยีและแรงม้าจากค่ายรถ Zero แบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจากแคลิฟอร์เนีย ด้วยตัวเลขแรงม้ากว่า 110 ตัว และแรงบิด “189.8 นิวตันเมตร!!” (มากกว่า Ducati Panigale V4S ถึง 65 นิวตันเมตร)

ขุมพลังเครื่องยนต์มอเตอร์  ZF75-10 แถมแบตเตอรี่ ZF14.4 lithium-ion ช่วงล่างปรับระดับได้เต็มระบบจาก Showa หน้า-หลัง มิติการขับขี่แบบรถ Hyper Naked ที่หลายคนชื่นชอบ ระบบไฟฟ้าถูกจัดการด้วยระบบปฏิบัติการ Zero’s Cypher III เทคโนโลยี cornering ABS จาก Bosch , ระบบรักษาสมดุลการหมุนของล้อ Traction Control, และ Drag torque control นอกจากนี้ผู้ขับขี่ยังเลือกปรับตั้งค่าการขับขี่ต่างๆได้ตามความเหมาะสม ทั้งโหมด Sport, Eco, Street และ Rain แม้โหมดที่สนุกสนานที่สุดอย่างโหมด Sport จะกินแบตเร็วไปหน่อย แต่ก็มีตัวเลือกมาให้ถึง 2 เวอร์ชั่น ส่วนรุ่นท็อปนั้นให้ออพชั่น “ชาร์จเร็ว 2 เท่า” ติดมาจากโรงงาน “บิดเพลิน ชาร์จมัน” ไปเลย

Vespa Elettrica

“เวสป้า” ไอคอนสกู๊ตเตอร์คลาสสิค 2 จังหวะในใจของใครหลายๆคน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป แบรนด์แห่งความไอคอนิคนี้ก็ต้องปรับตัวไปกับเขาด้วย.. และถือเป็นก้าวโตๆของเวสป้ากับการเป็นเจ้าแรกๆที่บุกเบิกจับตลาดมอเตอร์ไซค์(สกู๊ตเตอร์)ไฟฟ้า โดยรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเวสป้าไว้ได้อย่างลงตัว ซึ่งล่าสุดก็ได้นำมาอวดโฉมกันในบ้านเราเมื่อต้นปีที่ผ่านมาด้วย ..คาดว่าน่าจะใกล้ได้วางขายบ้านเราเต็มทน!

มีการการันตีระยะทาง 124 ไมล์(ราว 200 กม.) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง(4 ชม.) สามารถชาร์จกับไฟบ้านบ้านธรรมดา หรือเลือกชาร์จกับแท่นชาร์จไฟฟ้าก็ได้ พละกำลังราวๆ 5 แรงม้า(เหนือกว่ารถ 50 ซีซี.หน่อยๆ) แต่แรงบิดพุ่งแตะ “200 นิวตันเมตร” เทียบเท่ารถสูบ V 1000+ ซีซี. ซะงั้น! หมายความว่าแรงบิดในการออกตัวนั้นมากมายมหาศาล ไม่ต้องรอเค้นเครื่องให้ไหลไปข้างหน้านั่นเอง

การขับขี่ถูกดีไซน์มาเพื่อการใช้งานภายในเมืองโดยเฉพาะ กับโหมดการขับขี่ 2 โหมด “Eco”  และ “Power” ซึ่งในโหมดแรกนั้นถูกจำกัดความเร็วไว้ที่ 30 กม./ชม. ดังนั้นหากไม่ใช่การ “ไหล” ในช่องทางจราจรแล้วเราคงไม่ได้ใช้โหมดนี้กันสักเท่าไร

นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีเจ๋งๆ “KERS” ที่ช่วยชาร์จแบตเตอรี่กลับคืนอัตโนมัติเมื่อมีการชะลอความเร็วของรถลงในขณะขับขี่ ตามด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อบลูทูธกับโทรศัพท์และชุดหูฟังไร้สายได้ ราคาจำหน่ายที่ยุโรป 6,390 ยูโร (ราวๆ 227,100 บาท)

Harley-Davidson Livewire

ขยับตัวเองออกมาจากการเป็นจ้าวแห่งเสียงสูบ V-Twin ทรงเสน่ห์ เข้าสู่สนามของความเงียบเชียบกับเครื่องยนต์ไฟฟ้า ที่สำคัญหน้าตาดุดันกับทรวดทรงคงเอกลักษณ์ของ “ฮาร์ลี่ย์-เดวิดสัน” ไว้ได้แน่นปั้ก!!

เปิดให้จองตั้งแต่ปี 2018 และคงอีกไม่นานที่เราจะได้เห็นเจ้ามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้ออกมาโลดแล่นบนถนนอเมริกา (บ้านเรารอไปก่อนจ้า) ซึ่งคราวนี้ฮาร์ลี่ย์ฯได้สลัดความคลาสสิคออกไปจนหมดจด เหลือเพียงหน้าตาเท่านั้นที่มีกลิ่นของฮาร์ลี่ย์ฯอยู่แบบเต็มๆ

ด้วยพละกำลังที่สามารถกดความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3 วินาที(หน้าหงาย) และระยะทาง 200± กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับลักษณะการขับขี่)  ตัวเลือกการชาร์จพลังงานได้ 2 แบบ “ไฟบ้าน” กับการชาร์จทิ้งไว้ 1 คืน หรือ “Fastcharge” (1 ชม. 100%) ได้ที่ทุกสถานีชาร์จไฟรถ

แถมด้วยเทคโนโลยีจัดเต็ม “Electronic Chassis Control (ECC)” , Anti-lock Braking System (ABS), Traction Control System (TCS) และ Drag-Torque Slip Control System (DSCS) ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันกับระบบ Inertial Measurement Unit (IMU) 6 แกน เพื่อสุดยอดประสบการณ์ในการขับขี่

ยัง..ยังไม่หมด Harley-Davidson Livewire มีความสามารถในการเชื่อมต่อแอพ H-D™ CONNECT SERVICE ที่ให้เราเช็คสถานะต่างๆของรถ ตำแหน่งของรถบนแผนที่ และการแจ้งเตือนการชน สัมผัส หรือเลื่อนรถได้ด้วย!

Energica Ego

ตัวเลือกที่สายสปอร์ต(แห่งอนาคต) ต้องกรีดร้อง ทั้งรูปร่างหน้าตา สมรรถนะ ที่ตอบโจทย์ความสปอร์ตอย่างแท้จริง เป็นโปรดักชั่นไบค์ไฟฟ้าโมเดลแรกที่ลงแข่งรายการ Isle of Man(TT) รุ่น TT Zero มาแล้ว(จบอันดับ 7!)

พละกำลังสุด สูบฉีดกับเลข 0-100 กม./ชม. ใน 3 วินาที แม้ว่ามันมีน้ำหนักมากถึง 280 กิโลกรัมก็ตาม แต่เชื่อผมเถอะครับว่า พอได้เริ่มเคลื่อนตัวแล้ว “พริ้วจัด”

Enegica Ego ถูกผลิตจากโรงงานในอิตาลี พร้อมออพชั่น โช้คอัพหัวกลับ Marzocchi ขนาด 43 มม. ด้านหน้า ปั๊มเบรคหน้า-หลัง Brembo ระบบส่งกำลังแบบ Reverse Gear สไตล์รถแข่ง ระบบเบรค ABS แดชบอร์ดแบบมัลติฟังก์ชั่น เชื่อมต่อกับอุปกรณ์บลูทูธได้ด้วย ซึ่งในรุ่นลิมิเต็ด “Ego45” จะได้ระบบ Fast-Charge ล้อ OZ ช่วงล่าง Ohlins และชุดแฟริ่ง “คาร์บอนไฟเบอร์” มาด้วย!

ขุมพลังแรงบิดนั้นเรียกได้ว่า “เบิ้ล” รถซูเปอร์ไบค์ได้เลยในช่วงรอบ 0-4,700 รอบ ส่วนแรงม้าอยู่ราวๆ 147 แรงม้า ..และใช่ครับ ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นเกิดขึ้นจากการบิดเพียงครั้งเดียว..

โหมดการขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดการขับขี่ อีกทั้งยังสามารถปรับระดับ Engine Brake และอัตราการชาร์จแบตเตอรี่ขณะขับขี่ได้อีกต่างหาก

Super Soco TC-Max

เปิดประตู่สู่โลกอีก 1 ใบ กับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ไม่ต้องการพลังมหาศาลเหมือนอย่าง  Energica Ego และ Harley-Davidson Livewire.. “Super Soco TC-Max” ด้วยตัวเลข Top Speed เพียง 100 กม./ชม. แต่แรงบิดยังแน่นตามสไตล์รถไฟฟ้า “180 นิวตันเมตร” เจ้านี่เล็งพื้นที่เทียบเท่ากับรถในคลาส 125 ซีซี.

แบตเตอรี่ถอดได้ (หิ้วไปชาร์จบนห้อง) Lithium-ion ขนาด 72v and 45 Ah ใช้เวลาชาร์จไฟเพียง 4 ชม.ครึ่ง กับระยะทางที่สามารถวิ่งได้กว่า 128 กม. รอบๆเมือง หรือเลือกใส่แบตเตอรี่เข้าไปอีกก้อนก็จะช่วยเพิ่มระยะทางที่วิ่งได้อีกแน่ะ..

นอกจากนั้นยังติดระบบเบรค “Combine” แบบไฮดรอลิคจาก Brembo มาให้ด้วย.. ส่วนแบตเตอรี่ที่มีมาให้ก็ได้รับการออกแบบจาก Amperex Technology Limited (ผู้ผลิตแบตเตอรี่ให้ Apple) มั่นใจได้เลยว่า มันสามารถจุพลังงานได้มากกว่าแบตเตอรี่ทั่วๆไปในไซส์เล็กกว่าเขาเพื่อน พร้อมวางจำหน่ายในต่างประเทศเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเรียบร้อย..

 

ที่มา: www.motorcyclenews.com