1.Dorna เตรียมเพิ่มจำนวนการแข่งเป็น “22 เรซ”
Dorna (ผู้จัด) ได้ทำการเซ็นสัญญาอายุ 5 ปี ต่อทีมแข่งและโรงงานในปี 2016 ซึ่งมีการระบุเกี่ยวกับจำนวนสนาม และการสนับสนุนทีมในหัวข้อต่างๆ หากย้อนกลับไปดูแล้วมีการระบุไว้เพียง 20 สนามแข่ง และกริดสตาร์ทไม่เกิน 24 กริดเท่านั้นเอง การเจรจาเพิ่มสนามนี้จะเกิดขึ้นแน่นอนสำหรับการเซ็นต์สัญญาครั้งต่อไประหว่างปี 2022 ถึง 2026 ราวๆปีหน้า และสำนักพิมพ์ค่ายเยอรมัน ‘Speedweek ’ ก็กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงนี้คือ “การเพิ่มสนามแข่งเป็น 22 สนาม” ซึ่งไม่น่าจะเป็นการยากอะไรในการจะหาคนมาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่ง.. สนาม Finland ก็จะเริ่มใช้ปีหน้า ไหนจะสนามอินโดนีเซียอีกซึ่งพร้อมใช้งานแน่ๆภายในปี 2021.. ด้านประเทศเมกซิโกก็รอจังหวะต่อคิวเป็นเจ้าภาพอย่างใจจดใจจ่อ รวมถึงสนามแข่งใกล้กันกับเมือง Rio de Janeiro ก็มีข่าวลือว่าอยากจะเป็นเจ้าภาพ MotoGP กับเขาเช่นกัน
สำหรับการเพิ่มสนามแข่งนี้ก็จะมีผลกับสนามทดสอบโดยตรงที่จะลดสนามทดสอบลงเหลือเพียงแค่การทดสอบสนาม Sepang เท่านั้น จากเดิมทดสอบ 2 สนาม (Sepang และ Qatar) ซึ่งบรรดาทางทีมต่างๆก็ยินดีปรีดาหากจะยุบการทดสอบไปซะทั้ง 2 สนามเลย! เนื่องจาก Dorna ให้งบทีมทำการแข่งแต่ละครั้ง แต่รอบทดสอบดันต้องออกเงินเองซะงั้น! ซึ่งดูท่าทางเหล่าโรงงานเจ้าของรถจะไม่ชอบไอเดียเหล่านี้สักเท่าไหร่…และเนื่องจากทุกคนในทีมนั้นต้องการพักผ่อนจากการแข่งขันอันเข้มข้นตลอดปี ดังนั้นคำถามถึงรอบการทดสอบนั้นยังไม่มีคำตอบที่ดีออกมามากนัก เพราะหากไม่ให้ทีมงานได้พัก ผลการทดสอบก็ออกมาไม่ได้ประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็นอยู่ดี

2.หรือ Finland จะมาแทน Brno??
สถานการณ์ล่าสุดของสนาม Brno แห่งสาธารณะรัฐเช็ก ที่ฤดูกาล 2019 จะเป็นการแข่งขันครั้งสุดท้ายของสัญญานี้แล้ว และยังไม่มีวี่แววใดๆถึงการต่อสัญญา แว่วมาว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเงินที่จ่ายไม่ตรงเวลาสักเท่าไรนั่นเอง ถ้าสนาม Kymiring ประเทศ Finland มีความพร้อมภายในปี 2020 ก็ไม่มีปัญกาอะไรในส่วนนี้ คราวนี้ปัญหาน่าจะเหลือเพียงแค่ ‘สภาพอากาศ’ นี่แหละ.. ดูเหมือนว่า FinnishGP จะสามารถทำการแข่งได้เพียงช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนเท่านั้น และอาจจะไปเบียดกับ GermanGP ที่ต้องจัดในเวลาไล่เลี่ยกันซะด้วย

3.เด้ง Avintia รับ Gresini Satellite Team?
น่าจะไม่พลาดกับการสลับตำแหน่งทีมรองประจำรายการ MotoGP เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการร่วมการแข่งขันค่อนข้างสูง ทำให้ใครที่สู้งบประมาณในส่วนนี้ไม่ไหวย่อมโดนปัดตกไป (ซึ่งมักจะเป็นทีมรองอยู่แล้ว) และ Avintia Ducati ก็ดูท่าจะรั้งไว้ไม่ไหว สงสัยจะไม่ได้เห็นการเซ็นต์สัญญาครั้งถัดไปในปี 2022 ในช่องว่างของ Avintia นั้นก็น่าจะตกเป็นของ Aprilia ที่รอจะตั้งทีมโรงงานของตัวเอง แทนที่จะพาร์ทเนอร์กับ Gresini อย่างเช่นในปัจจุบัน และ Gressini ก็จะกลายเป็นทีมรองที่มีข่าวลืออย่างแน่นหนาว่าจะพาร์ทเนอร์กับ “Suzuki” แน่นอนว่าความแรงของ GSX-RR นั้นถูกพิสูจน์เรียบร้อยด้วยการสอยโพเดียมมาหลายต่อหลายครั้ง แต่อาจจะมีปัญหาด้านงบประมาณกับยานแม่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งถ้านโยบายแยกแผนก Suzuki Racing ออกมาจากบริษัทแม่ผ่านฉลุยก็มีความเป็นไปได้ที่เราอาจจะเห็นทีมรองจากค่าย Suzuki ก็เป็นได้

4.ตำแหน่งนักแข่ง ‘Ducati ทีมโรงงาน” จะยังไงต่อ?
มีเพียง #04 Andrea Dovizioso เท่านั้นที่มีสัญญากับ Ducati ยาวไปจนถึงปี 2022 ก็เลยเป็นธรรมดาที่ผู้คนจะกล่าวไปต่างๆนาๆว่า ใครนะ? จะมาแทน #9 Danilo Petrucci ซึ่งแคนดิเดตที่น่าจับตามองก็คือ ตัว Petrucci เองเนี่ยแหละ และ #35 Jack Miller ที่ปีนี้โชว์ฝีมือสูสีกันน่าดู ที่สำคัญหนุ่ม Petrucci ยังแสดงให้เห็นว่าเขาคือผู้เล่นที่คำนึงถึงทีมเป็นสำคัญ เพราะในสนามล่าสุด แม้เขาจะอยู่ในสถานการณ์ที่สามารถเร่งเครื่องแซง #04 Dovizioso ได้อย่างสบายๆ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่เสี่ยงเอาทีมเข้าไปอยู่ในเขตอันตรายที่จะไม่ได้แต้มกลับบ้านเลย ที่แน่ๆ 2 นักบิด Ducati #63 Francesco Bagnaia หรือ Pecco Bagnaia (Pramac Racing)และ(เซอร์ไพรซ์!!) #91 Alvaro Bautista (Aruba.it Ducati) ที่เพิ่งผันตัวไปผงาดอยู่ที่รายการ WSBK นั่นเอง สำหรับ #63 Pecco นั้น ยังคงเป็นนักบิดรุกกี้อยู่ ซึ่งผลงานในฤดูกาลนี้ก็ยังไม่โดดเด่นเท่าไรนัก ยังจำเป็นต้องปรับตัวอีกมากให้เข้ากับรถและความกดดันของการแข่งในรุ่น MotoGP ส่วน #91 Alvaro Bautista ที่กำลังไปได้สวยกับเวที WSBK นั้นก็กำลังติดลม แหล่งข่าวใกล้ตัว Bautista เล่าว่า เป้าหมายการคว้าแช้มป์เปี้ยนชิพของเขาในรายการนี้ยังดูน่าสนใจกับเขามากกว่าการที่จะมาขี่ให้กับทีมรองของดูคาติ เพื่อตำแหน่งดีที่สุดเพียงอันดับ 5 เท่านั้น ที่สำคัญคืออายุอนามปาเข้าไป 34 ปีแล้ว คงเป็นการยากที่เขาจะถูกพิจารณามาขี่ให้กับทีมโรงงานอีกด้วย

5. หรือ Alex Marquez จะขยับมา MotoGP?
ผู้จัดการของ 2 พี่น้อง Marquez “Emilio Alzamora” เปิดเผยว่า เป้าหมายของเขาคือการพาทั้งคู่เข้าสู่สังเวียน MotoGP ให้ได้ ซึ่งสนาม Le Mans ที่ผ่านมาก็ได้มีการพูดคุยกับทีม Pramac Racing(Ducati) ว่าอาจจะดึง #73 Alex Marquez เข้าสู่ทีม Pramac ก็เป็นได้..จะอย่างไรก็แล้วแต่ก็คงต้องดูผลงานในฤดูกาลนี้ของหนุ่ม Alex Marquez ต่อไป หลังจากกดความเร็วคว้าแช้มป์ในรุ่น Moto2 ได้อย่างน่าประทับใจเป็นที่เรียบร้อย คว้าโพเดียมไปทั้งพี่ทั้งน้อง ณ สนาม Le Mans และหากยังโชว์ผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องในสนามที่เหลือ เราคงไม่พลาดที่จะได้เห็นภาพ 2 พี่น้อง Marquez หวดกันบนแทรค MotoGP แน่นอนครับ
ที่มา: www.asphaltandrubber.com

