“New BMW R nine T” ครบไลน์พร้อมรายละเอียดสำคัญ

“New BMW R nine T” ครบไลน์พร้อมรายละเอียดสำคัญ
เรื่อง/ภาพ: GUN1000R

 …ต้องยอมรับว่า เรื่องหน้าตาก็กินขาดเพื่อนร่วมตลาดไปหลายขุม สำหรับไลน์อัพคลาสสิกสุดเข้มของ BMW “R nine T”  ที่ BMW Motorrad ประเทศไทย เปิดตัวเตรียมจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าการ “เปิดตัว” ครั้งนี้ R nine T พร้อมเติมเต็มด้วย “เทคโนโลยี” เคียงคู่ไปกับความ “คลาสสิก”  ซึ่งคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างลงตัวจากแรงบันดาลใจตั้งแต่ยุค 1970s.. แล้วมันน่าสนใจยังไง? ไปดูรายละเอียดกัน

ปรับเครื่องยนต์ “สนุกขึ้น” 
จุดเด่นที่ทุกคนให้ความสนใจ เป็น Eye-catching ที่ซ่อนพละกำลัง คาแรคเตอร์สุดสนุกของ BMW เอาไว้ ซึ่งเดิมเป็นรถที่ “บิดสนุก” เป็นเอกลักษณ์มากอยู่แล้ว มีการปรับปรุงให้กลมกล่อมยิ่งขึ้นไปอีก..
“ปรับฝาสูบใหม่” เพิ่มประสิทธิภาพการผสมผสานอากาศได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นจึงให้สมรรถนะที่ดีขึ้นตามมาด้วย โดยเฉพาะช่วงรอบกลาง 4,000 – 6,000 รอบ มักถูกเรียกใช้บ่อยๆ ยามออกตัววิ่งแซงรถด้านหน้า ..เครื่องยนต์ใหม่นี้สามารถเรียกรอบได้เร็วขึ้นถึงกว่า 0.2 วินาที หรือเรียกอาการนี้ว่า “บิดติดมือ” มากขึ้นก็ได้


อิเล็กทรอนิกส์เต็มขั้น
    ถ้าเป็นรุ่นก่อนหน้านี้ สิ่งที่คุณจะเลือกปรับได้คือ เปิด-ปิด ABS และ Traction Control” เท่านั้น ..แต่ครั้งนี้มันต่างไป ด้วยเทคโนโลยีที่ BMW ขึ้นชื่อและเป็นเจ้าของอยู่แล้ว นำมาติดตั้งมาให้เสร็จสรรพบนโมเดลคลาสสิกเวอร์ชั่นนี้


ระบบเบรก “DBC และ ABS Pro”
DBC หรือ Dynamic Brake Control คือ ระบบที่จะตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อผู้ขับขี่กำลังเบรกเพื่อหยุดหรือลดความเร็ว แต่อาจเผลอไปโดนคันเร่งโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะทำงานร่วมกับ ABS Pro ที่ไม่ใช่แค่เปิด-ปิด ABS ได้ แต่มีการนำข้อมูลจากเซนเซอร์รอบตัวรถมาคำนวณองศาการเอียง เพื่อประมวลผลการใช้แรงเบรกให้มีประสิทธิภาพสูงสุด 2 ระบบนี้คือการเพิ่มความปลอดภัยของผู้ขับขี่ได้ดีอย่างยิ่งยวด จะเห็นคุณค่าก็ตอน “สถานการณ์ฉุกเฉิน” นี่ล่ะ

เพิ่มความเสถียร “DTC และ MSR” 

ความแม่นยำและปลอดภัยอีกขั้นของระบบ ASC คือ ระบบ Dynamic Traction Control ไม่ใช่แค่การรักษาสมดุลการหมุนของล้อหน้า-หลังเฉยๆ แต่มีการนำข้อมูลจากเซนเซอร์ต่างๆ รอบคันมาคำนวณเพิ่มเติม เพื่อรักษาการยึดเกาะของยางกับถนนเอาไว้ให้ได้มากที่สุด  นอกจากนี้ยังมีระบบ MSR หรือ Engine Brake Control ที่ช่วยลดแรงดึงของเครื่องยนต์ลง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องเปลี่ยนเกียร์กระทันหันของเครื่องยนต์ 2 สูบ ขนาด 1,170 ซีซี.บล็อคนี้

ช่วยเหลือการขับขี่ “Riding Mode Pro” 
ศูนย์บัญชาการแห่งระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ถูกปรับแต่ง ให้มีการเซ็ตอัพที่ต่างกันการตามสถานการณ์ต่างๆ ที่ผู้ขับขี่จะต้องเผชิญยามออกเดินทาง.. รวมเอาไว้ให้เลือกใช้งานง่ายใน 3 โหมด Road, Rain และ Dyna/Dirt
ซึ่งตัวผู้ขับขี่ต้องอย่าลืมว่า ระบบต่างๆ สุดล้ำเหล่านี้ จะทำงานได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อคุณเลือกโหมดการทำให้เหมาะสมกับสถานการณ์การขับขี่ด้วย..

ช่วงล่างใหม่ WAD
หรือชื่อเต็มในภาษาเยอรมันว่า “WEG ABHÄNGIGE DÄMPFUNG” (ใช่ครับ ผมอ่านไม่ออก) แต่ทำความเข้าใจง่ายๆ ว่ามันเป็นนวัตกรรมของ BMW ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่แบบออฟโรด มีลูกสูบหลัก ลูกสูบเสริมภายใน ช่วยซับแรงกระแทกในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ..เมื่อนำมาปรับนิดๆหน่อยๆ สามารถติดตั้งใส่รถอเนกประสงค์อย่างตระกูล R nine T ได้เป็นอย่างดี.. ที่สำคัญคือไม่ต้องวิ่งหาไขควงมาหมุนปรับให้ยุ่งยาก เขาออกแบบมาให้ใช้มือหมุนได้เลยครับ



ไฟ LED พร้อมกิมมิคเท่ๆ
ระบบไฟส่องสว่างเป็น Full LED รอบคัน พร้อมไฟ Daytime Running Light ด้านหน้าฝังตรา BMW เก๋ๆไว้ตรงกลาง พร้อมออพชั่นเสริมผู้ขับขี่อาจไม่เคยรู้อย่างระบบ Dynamic Brake Light ที่โชว์ไฟกระพริบถี่ๆ เมื่อมีการเบรก-ลดความเร็วลงกระทันหัน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้อีก โดยเฉพาะกับเพื่อนร่วมทางที่มักจะประเมินความเร็วของรถมอเตอร์ไซค์กันผิดพลาดอยู่เสมอๆ



.. อ่อ แถวหน้าปัดเรือนไมล์เค้ามี USB Socket ให้เสียบชาร์จอุปกรณ์ Smart Device หรือ GPS ของเพื่อนๆด้วยนะ



รองรับ “ทุกสไตล์” 
ย้อนไปสมัยก่อน มอเตอร์ไซค์ไม่ได้มีหน้าตาหลายแบบหลายสไตล์ให้เลือกมากนัก จึงเป็นที่มาของวัฒนธรรม “คัสตอม” ปรับแต่งรถเดิมๆให้เข้ากับสไตล์และการใช้งานของแต่ละคน ..เช่นเดียวกับ R nine T ที่ออกแบบมารองรับการคัสตอมเองได้อย่างง่ายๆ แม้ประสบการณ์น้อย หรือจะเลือกเป็น “Presets” ก็ได้

จากรุ่นย่อยมากมายที่ BMW จัดทรงมาให้สำหรับไลน์อัพนี้ เริ่มที่ BMW R nine T Pure.. คลาสสิกเพียวๆ ออพชั่นพื้นฐานแน่น พร้อมลุย และตกแต่งเพิ่มเติมตามสไตล์ ในราคา 739,000 บาท

BMW R nine T Scrambler/ Urban G/S.. จัดออพชั่นสายลุย พร้อมตะลุยทางฝุ่น ไม่ว่าจะเป็นยางหุ้มโช้คหน้าหรือ ยางแบบดูอัลเพอร์โพส ราคา 799,000 บาท


BMW R nine T รุ่นแนะนำสำหรับคนชอบความคลาสสิก พรีเมี่ยมสไตล์ BMW ที่ได้โช้คอัพหน้าหัวกลับสีทองอร่าม พร้อมปรับแต่งได้เต็มระบบมาให้ ถังน้ำมันอลูมิเนียม และล้อซี่ลวดสีดำคมเข้ม ..ราคาแนะนำที่ 859,000 บาท

BMW R nine T + Option 719 ออพชั่นท็อปสุดของ R nine T กับชุดสีพิเศษพร้อมอะไหล่แต่งพรีเมี่ยมของ BMW เท่านั้น (ส่วนตัวผมชอบเวอร์ชั่นเฟรมสีแดงสุดๆ) ราคาจบๆแทบไม่ต้องแต่งเพิ่มที่ 919,000 บาท

การเปิดตัว BMW R nine T ใหม่ล่าสุดนี้เป็นอะไรที่เข้าท่า เรียกสายตาของ “เยาวรุ่นนิยมคลาสสิก” ได้เป็นอย่างดี อย่างน้อยๆก็ไปอยู่ในลิสต์ “รถที่อยากมีไว้ครอบครอง” แน่ๆ ..แม้ครั้งนี้ยังไม่มีโอกาสได้ลองขี่เวอร์ชั่นอัพเดตแล้วแบบตัวเป็นๆ เพราะสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบัน แต่ข้อมูลที่ได้มาเหล่านี้คงเพียงพอในการทำให้ “กระเป๋าตังค์สั่น” ได้อยู่แหละ..เนอะ