
1. เครื่องยนต์ใหม่ 754 ซีซี.
โดยเครื่องยนต์ใหม่นี้ยังคงเป็นรูปแบบ 2 สูบเรียง ช่วงชักสั้นสไตล์เติม เช่นเดียวกับใน TRK502.. ดังนั้นฟีลลิ่งของการเปิดคันเร่งและคาแร็คเตอร์คงไม่ต่างกันมากนัก แต่ด้วยความจุที่มากขึ้นกว่า 200 ซีซี. เพิ่มฟีลลิ่งความสนุกเน้นๆ ..แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 75 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 67 นิวตันเมตร พร้อม Assist & Slipper Clutch

2. เบาะเตี้ย
ด้วยความสูงจากพื้นถึงเบาะแค่ 833 มม. (ระดับเดียวกับ CB500X) ดังนั้นหุ่นเอเชียแบบเราๆคือขี่ง่ายแต่ๆ แต่อาจจะติดที่น้ำหนักตัวไปจบที่ 226 กก. หรือพอๆกับ BMW R1250GS ..แต่ก็พอเข้าใจได้นะ เพราะโมเดล TRK นั้นเค้าเน้นมิติ “บึกบึนมาก” นั่นเอง

3. โช้คอัพ Marzocchi
แม้จะทำงานได้ดีเพียงใดแต่โช้คอัพขนาดใหญ่เบิ้ม 50 มม. ของ TRK502 ต้องบอกว่ามัน “หนัก” อยู่เหมือนกัน แต่สำหรับ TRK800 ได้อัพเกรดแก้ไขประเด็นนี้ให้เป็นหน้าที่ของโช้คหัวกลับจาก Marzocchi.. เพิ่มการปรับตั้งค่าได้เต็มระบบ ลดน้ำหนัก พร้อมระยะยุบถึง 170 มม. หน้า/หลัง

4. เรเดียลเบรก Brembo
ปั๊มเบรกเรเดียลเม้าท์จาก Brembo ทำงานคู่กับดิสก์คู่ด้านหน้าขนาด 320 มม. ในขณะที่ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 260 มม. ได้ Brembo เช่นเดียวกัน พร้อมระบบเบรก ABS ..แต่ก็ยังไม่มีข่าวว่าจะมีฟังก์ชั่นปิด ABS เผื่อลุยทางออฟโร้ดหรือไม่..

5. ถังน้ำมันใหญ่มาก
เต็มความจุที่ “21 ลิตร” เคลมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันมาที่ 21.3 กม./ลิตร.. น่าประทับใจเมื่อคำนวนร่วมกับน้ำหนักตัวและกำลังเครื่องยนต์.. มั่นใจได้เลยว่าเติมเต็มถังวิ่งได้ 400 กม. ++ แน่นอน

6. หน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว
อัพเกรดเป็น Full Digital TFT ขนาดใหญ่ถึง 7 นิ้ว

แม้จะยังไม่มีข่าวคราวว่าจะมาจำหน่ายบ้านเรา แต่ที่ยุโรปเขามีแพลนปล่อยให้จับจองช่วงครึ่งหลังของปี 2022 แน่ะ..


