ทำไม yamaha จึงคว้าแช้มป์โลกรายการใหญ่ทั้ง MotoGP และ WorldSBK ทั้งคู่ในปีล่าสุด?.. นอกจากฝีมือของนักบิด ทีมงาน และโชคชะตาแล้ว โมเดลพื้นฐานความแรงของ WorldSBK อย่าง Yamaha YZF-R1 ที่ได้รับการต่อยอดพัฒนาข้อมูลวิศวกรรมจากทั้ง 2 แพ็ดด็อกก็เป็นอีกปัจจัยใหญ่ที่พลาดไม่ได้.. แล้วจุดเด่นที่ทำให้ R1 รุ่นใหม่นี้ “พิเศษ” คืออะไรบ้าง?
1. เครื่องยนต์ Crossplane หนึ่งเดียว
เป็นเครื่องยนต์ความจุ 998 ซีซี. 4 สูบเรียง ใช้เพลาลูกเบี้ยวแบบ Crossplane ลบจุดเสียเปรียบของเครื่อง 4 สูบเรียง ด้วยการวางองศาจุดระเบิดไม่เท่ากัน.. 270°-180°-90°-180° ..ให้ความรู้สึกในรอบต่ำกระด้างกระเดื่อง แต่ได่ผลลัพธ์ของแรงบิดในช่วงเริ่มต้นที่ดีขึ้นการทำงานในรอบสูงก็เสถียร..

นอกจากนี้ยังผ่านมาตรฐานไอเสีย EURO5 เอามาวิ่งบนถนนได้ไม่ต้องกลัวเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบด้วยนะ
2. “ปั๊มเดิม” ก็เบรกดี
จานดิสก์หน้าคู่ขนาด 320 มม. ถูกจับคู่กับระบบเบรกของยามาฮ่าที่คิดค้นมาให้ทำงานกันได้อย่างลงตัวทั้งการใช้งานความเร็วต่ำ ไปจนถึงการลดความเร็วจากช่วงความเร็วสูงก็ทำได้ดี ใครที่เคยสัมผัสกับระบบเบรกของยามาฮ่าบิ๊กไบค์จะทำความคุ้นเคยได้ไม่ยาก โดยเฉพาะคนที่ชอบ “บีบปุ๊บจับปั๊บ” ล่ะก็..

3. ระบบ Brake Control ใหม่
มีให้เลือกใช้ถึง 2 โหมด นำข้อมูลจากหลายจุดเซ็นเซอร์ องศาการเอียง อัตราการสไลด์ และการเปิดคันเร่ง.. คำนวนร่วมกันเพื่อประสิทธิภาพการเบรกได้เหมาะสมกับสถานการณ์และโหมดที่เราได้ตั้งค่าเอาไว้

4. เลือกระดับ Engine Brake Control ได้
ให้การควบคุมได้สูงสุดตามลักษณะการใช้งาน โดยเฉพาะลักษณะของ Engine Brake ที่เราใช้ลดความเร็วลง มักจะมีลักษณะไม่เหมือนกันระหว่างการขับขี่ทั่วไปและแบบเรซซิ่ง โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกได้ถึง 3 โหมด Engine Brake ว่าอยากให้หน่วงมาก-น้อยตามลำดับ

5. Launch Control (LCS)
ระบบช่วยออกตัวนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่ทำการออกตัวจากจุดสตาร์ทได้ดียิ่งขึ้น เพียงกำคลัทช์ เปิดคันเร่งมากกว่า 41 องศาขึ้นไปที่รอบเครื่องยนต์มากกว่า 9,000 รอบ ลดอัตราการเกิดปัญหาล้อหน้ายกหรือล้อหลังหมุนฟรีได้

6.คันเร่งไฟฟ้าที่ไม่เหมือนใคร..
เห็นสายคันเร่ง แต่ไม่ใช่คันเร่งสาย.. นี่คือระบบ Yamaha Chip Controlled Throttle (YCC-T)..เปิดปิดคันเร่งบนความรู้สึก “เป็นธรรมชาติ” มากกว่าคันเร่ง Ride-by-wire ทั่วไปพร้อม APSG (Accelerator Position Sensor Grip) ช่วยเพิ่มการตอบสนองของคันเร่งให้ตรงใจมากขึ้น

7. แอโร่ไดนามิคแบบ MotoGP
เหมือนเปลี่ยนไม่มาก แต่พอได้ลองหลบอยู่หลังแฟริ่งชุดนี้บอกเลย “เงียบกริบ” สามารถหมอบทำความเร็ว หลบลมปะทะที่จะเข้ามาก่อกวนตั้งแต่หัวไปจนถึงท่อนแขน “แบบเดียวกับที่ใช้ในตัวแข่ง YZR-M1”.. การที่มันตัดลมได้ถึงลูกถึงคนแบบนี้ ก็จะช่วยเพิ่มความสามารถควบคุมในช่วงความเร็วสูง รวมไปถึงการล็อคร่างกายเข้ากับตัวรถได้ดีด้วย..

8. ช่วงล่าง KYB พร้อมลุย
ระบบกันสะเทือนที่เซ็ตอัพมาให้เหมาะกับการขับขี่ทำความเร็วบนนถนน แต่ด้วยเซ็ตอัพเดิมๆก็สามารถนำไปขับขี่ทำความเร็วในสนามได้ดีในระดับหนึ่งด้วย.. โดยด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับขนาดแกน 43 มม. และด้านหลัง Link-Type Monoshock สามารถปรับระดับได้เต็มระบบตามที่ต้องการจะขับขี่ ..ส่วนใครที่เพิ่มงบอีกนิดไปออกรุ่น R1M ก็จะได้ชุดกันสะเทือนไฟฟ้าไปให้ปรับได้ง่ายๆผ้านหน้าจอแสดงผลด้วย..

9. หน้าปัด Full Digital
หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ Full Digital TFT มองเห็นกลางแดดได้ชัดเจน หน้าจอสามารถเลือกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการขับขี่บนถนน-บนสนามแข่งได้ หรือใครที่อยากปรับเซ็ตระบบไฟฟ้าอื่นๆก็สามารถป้อนคำวั่งลงในชุดหน้าจอนี้ได้เลย..

สังเกตุได้ว่า Yamaha YZF-R1 นั้น เป็นรถที่ “เน้นการควบคุม” ลงตัวมากที่สุด ระบบ ท่านั่ง เครื่องยนต์ ช่วงล่าง แม้จะมีความดุดันของเครื่องยนต์ Crossplane แต่ก็ยังเป็นอันดับต้นๆที่ให้การควบคุมรู้สึกอยู่มือที่สุด ..อย่างที่ว่า “ความเร็วที่ไร้การควบคุมนั้นไร้ประโยชน์”
นี่เป็นเพียง “เวอร์ชั่นพื้นฐาน” ของ Yamaha YZF-R1 เท่านั้น ยังมีรุ่นอัพเสปคอย่าง R1M ที่ได้ระบบกันสะเทือนจัดเต็ม พร้อมชิ่นแฟริ่งคาร์บอนอยู่อีก ..
ราคาเริ่มต้นที่ 899,000 บาท.. มี 2 สี น้ำเงิน Icon Blue และ ดำ Yamaha Black ให้เลือก..


