ทดสอบ รีวิว “Kawasaki W250” AUTHENTIC 250CC RETRO
เรื่อง : กัน1000R
ภาพ : โอ๊ต โฟโต้
ผมเพิ่งได้รับเสียงโทรศัพท์หวานๆจากทีมงาน Kawasaki บอกว่ามี “คิวว่าง” ของเจ้ารถที่เล็งมานานอย่าง W250 มาให้ลองขี่ทดสอบ …แน่นอน ผมรีบคว้าเสื้อและหมวกกันน็อคดิ่งไปรับเจ้ามอเตอร์ไซค์สปอร์ตคลาสสิคแสนเนี้ยบจากแดนปลาดิบคันนี้มาทดสอบแล้วก็รีวิวให้เพื่อแฟนๆนิตยสารโมโตครอสได้อ่านกันทันที

ประกอบญี่ปุ่นทั้งคัน งานโคตรเนี๊ยบ!!
บอกเลยว่าแรกพบสบตา เจ้า W250 ผมรู้สึกทันทีว่ารถคันนี้ดูรวมๆแล้วมีสเน่ห์เหลือเกิน เหมือนมีพลังงานบางอย่างในเส้นสายโครเมียมตัดกับตัวถังสีดำเหล่านั้น คอยทำให้ผมต้องตกอยู่ในภวังค์แห่งความรัก ไม่อยากคลาดสายตาไปจากมันเลยครับ พอได้มาดูงานการประกอบต่างๆ บวกกับการได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของคาวาซากิแล้ว จึงกระจ่างว่า เจ้า W250 นี้ เป็นรถคลาสสิคสไตล์เก๋าที่ได้รับการประกอบและผลิตจากโรงงานที่ญี่ปุ่น! ดังนั้นในรายละเอียดชิ้นส่วนวัสดุต่างๆสะท้อนความประณีตออกมาได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญวัสดุประกอบตัวถังของรถนั้นยังผลิตมาจากเหล็กคุณภาพเยี่ยม เรื่องความแข็งแรงทนทานผ่านฉลุย

มิติกลมกล่อม พอเหมาะ พอมือ
ในขณะที่เบาะนั่งคนขับหนังสีน้ำตาลอ่อนกำลังส่งเสียงกระซิบเรียกให้ผมขึ้นไปนั่ง ความรู้สึกแรกเมื่อได้ขึ้นคร่อมเจ้า W250 คันนี้คือความประหลาดใจครับ ประหลาดใจที่มันดูลงล็อคพอดีไปกับขนาดตัวผู้ชายเอเชียไซส์มาตรฐานอย่างผม (สูง 173 ซม.) ไม่ว่าจะเป็นความสูงเบาะ ตำแหน่งการวางเท้า ตำแหน่งเว้าเข่าของตัวถัง รวมถึงระยะแขนก็อยู่ในระยะที่ทำให้ควบคุมรถได้ง่ายทั้งการทำความเร็ว เข้าโค้ง

สตาร์ทไฟฟ้า แล้วอาการสะท้านล่ะมีมั้ย…??
หลังจากที่เต็มอิ่มกับสัมผัสประณีตจากญี่ปุ่นแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องนำเจ้า W250 ลงสู่สมรภูมิ! ระบบสตาร์ทไฟฟ้าที่มีให้มาถือว่าสะดวกมาก เสี้ยววินาทีที่เห็นโฉมครั้งแรกคิดว่าจะต้องเตะสตาร์ทซะอีก เครื่องยนต์ส่งเสียงครางอ่อนๆ แสดงคาแร็คเตอร์สุขุม เรียบหรู เปี่ยมสไตล์ของเจ้าหนูคลาสสิคคันนี้ได้เป็นอย่างดี หากสังเกตุที่หน้าปัดเรือนไมล์แล้วจะเห็นทันทีว่า.. มันไม่มีเกย์บอกระดับน้ำมันเชื้อเพลิงภายในถัง ตามสไตล์คลาสสิคที่จะมีสวิตช์ก็อกใต้ถังน้ำมันไว้สลับใช้ตอนที่ถังน้ำมันหลักหมดเพื่อขี่ไปเติมน้ำมันได้นั่นเอง

เน้นขี่สบาย ไม่ใช่สายซิ่งนะจ๊ะ
เมื่อเริ่มบิดออกตัว พบว่าแรงบิดและพละกำลังของเครื่องยนต์ 249 ซีซี. สูบเดี่ยว ระบายความร้อนด้วยอากาศ นั้นมีเหลือเฟือ แม้เจ้าW250 จะไม่ได้ถูกออกแบบมาในสไตล์การขับขี่ที่เกรี้ยวกราดตามฉบับรถสูบเดี่ยวส่วนใหญ่ ตรงกันข้าม กลับให้ความรู้สึกนุ่มนวลในทุกจังหวะเร่ง ผมรู้สึกว่าการออกแบบวิศวกรรมของเจ้านี่ ออกแบบมาเป็นมิตรกับผู้ขี่ ให้ผู้ขี่ได้ใช้สมาธิกับการสัมผัสสายลมและแสงแดด มากกว่าการที่จะต้องมาพุ่งสมาธิกับเครื่องยนต์ที่จัดจ้านจนเกินไป จึงค่อนข้างเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการขับรถตะลอนหล่อเที่ยวเล่นในวันหยุดสุดชิลล์มากๆครับ

สัมผัสนุ่มทุกหลุมลึก
อย่าเพิ่งรีบงงงวยไปกับประโยคๆนี้นะครับ แต่เจ้า W250 ให้สัมผัสที่นุ่มทุกหลุมลึกจริงๆ แม้หากอ่านในคู่มือรถแล้วจะพบว่ามันใช้ออพชั่นช่วงล่างที่ค่อนข้างธรรมดาคือ โช้คอัพหน้าเทเลสโคปิกขนาด 30 มิลลิเมตร และโช้คหลังคู่พร้อมสวิงอาร์ม บอกเลยครับว่าช่วงล่างของ W250 นุ่มจนน่าตกใจ ผมแทบจะไม่ได้สัมผัสกับแรงกระแทกของหลุมบ่อสไตล์คนเมืองเลย ที่สำคัญเมื่อเราทำการพลิกรถ หรือพารถเข้าโค้งก็เข้าได้อย่างลื่นไหลไม่ย้วยไม่ติดขัด นับเป็นสิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจได้มากพอสมควรเลยครับ
ตลอดระยะเวลาที่ผมได้ทำการขับขี่ทดสอบ ทั้งรูปแบบถนนในเมือง ชานเมือง ทางยาว ทางโค้ง หรือหลุมบ่อ ทำให้ผมได้ข้อสรุปว่า เจ้า W250 เป็นรถที่ขับขี่ดีมาก (ดีมากจริงๆครับไม่อวย) ในสายรถคลาสสิค แม้ข้อมูลหน้าเว็บดูเหมือนจะไม่ให้ออพชั่นอะไรมาเลย แต่บนออพชั่นที่ดูไม่มีอะไรนั้น มันคือการพัฒนาเทคโนโลยีและวิศวกรรมแบบใหม่ล่าสุดลงบนพื้นฐานความคลาสสิคของรถคันนี้ การออกแบบดีไซน์ เส้นสายและสรีระลงตัวกับผู้ใช้งานชาวเอเชียแทบจะ 100% ฟิต ทำให้การใช้งานรถคันนี้ดูเข้าที่เข้าทางไปซะทุกอย่าง
อีกทั้งการดีไซน์ลักษณะนิสัยของรถให้เป็นรถสายสุขุมนุ่มลึก มีระยะการเข้าเกียร์ที่กว้างมากพอให้เราได้สัมผัสถึงการทำงานของม้าทุก ๆตัว ยิ่งถ้าเป็นการขับขี่แบบเดินทางไกลแล้วล่ะก็การันตีเลยครับว่าคุณจะมีความสุข แถมเรื่องอาการสั่นสะท้านมือก็หมดห่วงเพราะเจ้านี่มี Balancer ใส่ติดมาในเครื่องยนต์ทำให้แทบจะไม่รู้สึกถึงอาการชามือใด ๆ กับการสัมผัสสายลมและแสงแดดของคุณ

250ซีซี. วิ่งเท่าไหร่…??
ข้อสังเกตุเพียงจุดเดียวของผมเลยก็คือ ในรอบเกียร์สุดท้ายที่ประมาณ 7,500 รอบต่อนาที ณ ความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กล่อง ECU ที่ให้มากับรถจะทำการตัดความเร็วทำให้เกิดการวูบนิดหน่อย ซึ่งตัวรถที่มีน้ำหนัก 162 กิโลกรัม ทรวดทรงเหมาะเจาะกับการขี่เดินทางแบบนี้นั้น ดูจะน่าเสียดายไปหน่อยที่ไม่สามารถทำความเร็วในช่วงที่กำลัง “ขี่สนุก” ของรถสไตล์นี้ได้
อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการรถที่ขับขี่หล่อๆ แบบมีสไตล์ทุก ๆวันในรูปแบบถนนคนเมืองแล้วล่ะก็ เจ้า W250 คือรถที่คุณต้องการ สนนราคาค่าตัวที่ 220,000 บาท กับงานศิลปะเคลื่อนที่คันนี้ และจากการขี่ทดสอบของผมแล้ว จอดที่ไหนเป็นต้องมีคนทัก หรือเป็นเป้าสายตาตลอดเวลาเลยล่ะครับ
SPECIFICATIONS
| ENGINE – POWER – PERFORMANCE | |
|---|---|
| ประเภทเครื่องยนต์ | Air-cooled, 4-stroke Single |
| ปริมาตรกระบอกสูบ | 250 cc |
| ระบบวาร์ว | SOHC, 2 valves |
| ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก | 66.0 x 73.0 mm |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 9.0:1 |
| ระบบส่งกำลัง | 5-speed, return |
| ระบบจุดระเบิด | Digital |
| ระบบจ่ายน้ำมัน | Fuel injection (φ32 x 1) |
| ระบบการสตาร์ทเครื่องยนต์ | Electric |
| ประเภทคลัทช์ | Wet multi-disc, manual |
| ยางหน้า | 90/90-18M/C 51P |
| ยางหลัง | 110/90-17M/C 60P |
| ยาว x กว้าง x สูง | 2,075 mm x 755 mm x 1,055 mm |
| ระยะห่างฐานล้อ | 1,410 mm |
| ระยะห่างจากพื้น | 170 mm |
| ความสูงเบาะนั่ง | 735 mm |
| น้ำหนักรวม | 162 kg |
| ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง | 13 litres |
| BRAKES – SUSPENSION | |
|---|---|
| เบรกหน้า | Single φ300 mm disc. Caliper 2-piston |
| เบรกหลัง | Drum, φ160 mm |
| ระบบกันสะเทือนหน้า | φ39 mm telescopic fork |
| ระบบกันสะเทือนหลัง | Swingarm, dual shock absorbers with spring preload adjustability |


