
- เครื่องยนต์

1,103 ซีซี. V4 Desmosedici Stradale แรงม้าสูงสุด 212.5 bhp.. เดิมๆจาก V4 S (ไม่ใช่ 998 ซีซี. แบบ V4 R นะจ๊ะ) เป็นวิศวกรรมที่พัฒนาต่อมาจากเครื่อง Desmosedici Stradale ของ Ducati MotoGP.. พูดง่ายๆคือ บล็อคเครื่องที่ถูกออกแบบมาให้ “เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” นั่นเอง..

- ลดน้ำหนัก “ชุดใหญ่”

จัดคอร์สลดน้ำหนักสุดฤทธิ์ ด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ตลอดคัน ชิ้นใหญ่สุดอยู่ที่วงล้อหน้า-หลัง บังโคลนหน้าวิงเล็ท การ์ดส้นเท้าและชุดพักเท้า-เกียร์โยงจาก Rizoma ..คาร์บอนไฟเบอร์ล้วนๆ.. ตามด้วยชุดโซ่ 520 แบบเดียวกับ WorldSBK ลดน้ำหนักไปกว่า 5 กิโลกรัมจาก V4 S เดิมๆ


นอกจากนี้ Panigale V4 SP2 ยังสามารถลดน้ำหนักเพิ่มเติมได้อีกกว่า 5 กิโลกรัม หากเปลี่ยนระบบไอเสียเป็นของ Akrapovic ที่ทางดูคาติจัดให้ ซึ่งจะได้ม้าเพิ่มขึ้นมาอีก 12 ตัว!
- ชุดคลัทช์แห้ง

เป็นการอัพเกรดหนึ่งเดียวที่เปลี่ยนทั้งชุดคือ เรื่องระบบคลัทช์ ..ด้วยชุดคลัทช์แห้ง STM-EVO ที่ดูคาติเคลมว่าจัดมาแก้อาการ “สะอึก” ของเครื่องยนต์เมื่อมีการเชนเกียร์ลงหนักๆ (ในรูปแบบเรซซิ่ง) ของรถ V4 S

ส่วนใครที่อยากได้ยินเสียงชุดคลัทช์แห้งร้อง “กิ๊งๆๆ” เพียงติดตั้งชุด Track Kit เพิ่มก็ได้ฝาครอบคลัทช์คาร์บอนมาอีกชิ้น ที่มีการเปลือยชุดคลัทช์ให้เห็นหน่อยๆ
- ช่วงล่าง Semi-Active

พื้นฐานของรหัส S จากดูคาตินั้น มีชุดกันสะเทือนไฟฟ้า Semi-Active ของ Ohlins ติดรถมา พร้อมอะไหล่อื่นๆรอบคันในระดับท็อปคลาส.. โดดเด่นที่สุดคือ ระบบเบรก Brembo Stylema R พร้อมลูกสูบ MCS แบบเรเดียล.. แม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆอย่างระยะกำเบรก-คลัทช์ถูกปรับแก้ใหม่ให้ช่วยลดแรงดันอากาศด้วย

- เพิ่มฟิลลิ่งนักแข่ง

ชุดสีรอบคันออกแบบในสไตล์ “Winter Test” ที่รายการแข่งระดับโลกหลายรายการมักจะดีไซน์ออกมาในแนวโทนดำรอบคัน ตัดขอบแดงเล็กน้อย แปะโลโก้ดูคาติพร้อมถังน้ำมันขัดสีเงินเมทัลลิก..
พิเศษสำหรับรุ่นรหัส SP2 ด้วยระบบ Ducati’s GPS logger และระบบช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขับขี่ถูกติดตั้งมาเป็นพื้นฐานเพิ่มให้อีก สำหรับ “ขาแรง” เพื่อพัฒนา ความเร็ว และเวลาในการขับขี่ของเราให้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี Ducati Panigale V4 SP2 มีแพลนวางจำหน่ายต้นปี 2023 ..หากมีข่าวคราวความเคลื่อนไหวเรื่องราคาและการวางจำหน่ายในบ้านเราเมื่อไหร่จะรีบมาอัพเดตให้ชมกันอีกครั้งแน่นอนครับ..



