เผยโฉมแล้ว! Triumph “TE-1” เปิดประเด็น “รถต้นแบบ” ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตจากโรงงาน Hinkley

เจาะรายละเอียดน่าสนใจของรถ Triumph TE-1 โมเดลต้นแบบที่จะเป็น “ต้นแบบ” ของทุกไลน์อัพ EV สมรรถนะสูงของ….ไทรอัมพ์ แม้ไทรอัมพ์เองจะยืนยันเสียงแข็งว่า “คันนี้ไม่ผลิตขาย” แต่ก็พอที่จะทำให้เราได้เห็นเค้าลางของรถโพรดักชัน EV แดนผู้ดีว่ามีสมรรถนะสูงและจัดจ้านมากแค่ไหน..   ลองไปชมผลการพัฒนาโปรเจกต์ EV Bigbike สุดโหดคันนี้ดีกว่า

ทำความรู้จัก TE-1
การพัฒนา Triumph TE-1 ขึ้นมา เหมือนกับการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกสตาร์ท ผลการทดสอบสมรรถนะของ TE-1 ก็ทะลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้มาก.. เรียกว่าแทบจะจดทะเบียนให้พร้อมวิ่งจริงได้แล้ว.. แม้จุดประสงค์จริงๆจะเอามาแค่เป็น “ต้นแบบ” ก็เถอะ!

หน้าตาโฉบเฉี่ยวสไตล์โรดสเตอร์ที่มีต้นแบบจาก Triumph Street Triple 765 (มิติรถก็ใกล้เคียงกัน) แต่มีท่าทางการขับขี่สไตล์สปอร์ตแบบใน Speed Triple 1200RS.. ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุดถึง 130 กิโลวัตต์ (177PS / 175bhp) วิ่งได้ระยะทางสูงสุดกว่า 161 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางบนถนนจริง มิใช่คำนวณจากห้องแลป.. ทั้งนี้มีประเด็นที่ “ต้องพูดถึง” และขยายความอีกนิดหน่อย..
1. แบตเตอรี่.. “จุดแข็ง” ของ TE-1
นอกเหนือจากระยะทางที่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 161 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งแล้ว ทาง Williams Advanced Engineering หรือ WAE ออกแบบแบตเตอรี่ 8 โมดูล ที่บาลานซ์น้ำหนักวางกับเฟรมของ TE-1 ได้อย่างยอดเยี่ยมยึดโยงเอาไว้ตรงกลางคันรถทำให้ “ตอนนี้” TE-1 ยังไม่มีไอเดียของการสว็อปแบตเตอรี่เกิดขึ้นแต่อย่างใด..
การชาร์จ 0-80% เพียง 20 นาที.. ไทรอัมพ์ได้ใส่ฟีเจอร์มาทดแทนให้สะดวกในการใช้งานจริงมากขึ้น ด้วยแรงชาร์จขนาด 50 กิโลวัตต์ หรือคำนวณระยะทางง่ายๆ.. ใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที วิ่งได้กว่า 130 กิโลเมตรแล้ว
การทดสอบในสนามแข่ง.. Triumph TE-1 สามารถวิ่งเต็มกำลังอย่างต่อเนื่องได้ถึง 20 นาที (อย่าลืมว่ายิ่งซิ่งยิ่งเปลืองไฟ) ก่อนที่จะเข้ามาพักชาร์จ 80% อีก 20 นาทีก่อนลุกไปหวดต่อได้ทันที โดยไม่ต้องรอแบตฯเย็น เพราะแบตเตอรี่จาก WAE ชุดนี้มีระบบระบายความร้อนผสมผสาน ทั้งแบบน้ำหล่อเย็น และระบายความร้อนด้วยอากาศ


2. มอเตอร์ไซค์ EV “สมรรถนะสูง”
โดดเด่นด้วยตัวเลขพละกำลังสูงสุดกว่า 130 กิโลวัตต์ (177PS / 175bhp) พร้อมแรงบิดขนาด 109 นิวตันเมตร.. ซึ่งมีกำลังทัดเทียมกับโรดสเตอร์พี่เบิ้มอย่าง Speed Triple 1200 “ท็อปสปีด 217 กม./ ชม.” (เน็กเก็ตไบค์วิ่ง 200 + ก็ตัวจะปลิวแล้ว) แถมอัตราเร่งก็น่าสนใจ..บิด 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.7 วินาที.. หรือจะ 0-160 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 6.2 วินาที เท่านั้น


ความแรงนี้ถูกคอนเฟิร์มโดยนักทดสอบเจ้าของตำแหน่งแชมป์ Daytona 200 – แบรนดอน พาชส์ (Brandon Paasch) “คันเร่งของ TE-1 สุดยอดมาก มันดีดสุดๆ แค่เริ่มเปิดคันเร่งก็สัมผัสกับพละกำลังได้ทันที แน่นอนว่าในฐานะนักแข่งผมชอบอาการเร่งได้ดังใจแบบนี้มาก.. การเปิดคันเร่งแบบเต็มเหนี่ยว มีพละกำลังมาเติมเต็มทันที.. อาการมันตึงสุดๆ”
ไทรอัมพ์ได้แง้มฟีเจอร์ระบบการขับขี่มานิดหน่อย โดย TE-1 นี้มีโหมดการขับขี่ “พิเศษ” เพิ่มขึ้นมา 2 แบบคือ โหมด Walk&Reverse (หรือโหมดเข็น) และ Brake Regenarative ที่ใช้การหมุนของล้อจากการลดความเร็วลงให้เข้ามาช่วยปั่นไฟเพิ่มได้ หลายๆคนค่อนข้างคุ้นเคยเพราะอาการมันคล้ายๆกับ Engine Braking นั่นเอง..
รวมถึง 4 โหมดขับขี่พื้นฐาน Road, Rain, Track ยังมีโหมด “Unlimited” ที่หยุดการจำกัดพละกำลังต่างๆ เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ (สายบ้าพลัง) กระแทกคันเร่งได้ดังใจเพิ่มมาด้วย
3. อัดแน่น “ความรู้สึกเร้าใจ” เอกลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์ไทรอัมพ์
ด้วยการเอาแมปปิ้งของ Speed Triple 1200RS เป็นที่ตั้ง สบายใจได้ว่ามันไม่ได้ถาโถม 175 bhp ตั้งแต่จับคันเร่ง หากแต่มีคาแรคเตอร์ที่ใกล้เคียงกับเครื่อง 3 สูบ 1,200 ซีซี. ของไทรอัมพ์มาก..

ที่สำคัญ “เสียงหวานมาก” ราวกับหลุดออกมาจากหนังไซไฟล้ำอนาคต.. แม้จะไม่ใช่เสียงของเครื่องยนต์โดยตรง แต่เป็นเสียงจากระบบส่งกำลังที่ใช้ “เกียร์ฟันเฉียง” มาช่วยเพิ่มอรรถรสให้ TE-1 มีซุ่มเสียงเร้าใจ “ไม่วิ่งแบบเงียบกริบ” การมีซุ่มเสียงยังให้ความปลอดภัยอีกนัยหนึ่งไม่ต่างจากความเร้าใจด้วย (ผ่านมาตรฐาน R41 Homologation (ไม่เกิน 80 เดซิเบล)

4. หนัก 220 กิโลกรัม เท่านั้น
น้ำหนักตัวโดยรวมอยู่ที่ 220 กิโลกรัมซึ่งทำได้ดีในฐานะ “รถต้นแบบ” ที่รอการนำไปพัฒนาเป็นพื้นฐานของโมเดลอื่นๆต่อไป ถือว่าเป็นน้ำหนักที่ค่อนข้างเบากว่ารถมอเตอร์ไซค์ EV หลายรุ่นที่จัด“อยู่ในคลาสเดียวกัน” (ไทรอัมพ์เคลมเบากว่า 25%)

ดังนั้นโมเดล TE-1 จึงมีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักอยู่ในคลาสเทียบเท่ารถ 1,200 ซีซี. ในร่างของรถมิดเดิลเวทขนาด Street Triple 765 เท่านั้นเอง..

ความเป็นมาของโปรเจกต์“TE-1”
ผลงานจากความร่วมมือของ 5 ยักษ์ใหญ่ในประเทศอังกฤษ เพื่อพัฒนารถไฟฟ้าโมเดลต้นแบบซึ่งจะเป็นรถสัญชาติอังกฤษแท้ๆ ก่อนต่อยอดแยกย่อยออกไปหลายรุ่นหลายรูปแบบในอนาคต
เริ่มจาก Triumph : เจ้าของโปรเจกต์ สนับสนุนช่วยเหลือประสานงานกับทุกๆทีม ตัวรถ, ข้อมูล, เฟรม, ฯลฯ ต้นทุนทุกอย่างเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์ ไทรอัมพ์จัดให้..

Williams Advanced Engineering :พัฒนาแบตเตอรี่ มีห้องแลปสำหรับทดสอบประสิทธิภาพและพัฒนาแบตเตอรี่โดยเฉพาะ เพื่อค้นหารูปแบบของแบตเตอรี่ที่เหมาะกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากที่สุด..
Integral Powertrain Ltd.’s e-Drive Division :รับผิดชอบการพัฒนาระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้า, อินเวอร์เตอร์ ให้เหมาะสมกับรถ

WMG มหาวิทยาลัย Warwick : สนับสนุนต้นทุนด้านระบบไฟฟ้า ความรู้และนวัตกรรม รวมถึงมุมมองด้านการพัฒนา ช่วยวิเคราะห์ตลาดให้พัฒนารถไปในทิศทางที่ตอบโจทย์กับผู้ใช้งาน
Innovate UK: หน่วยงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของรัฐบาลอังกฤษ สนับสนุนงบประมานในส่วนต่างๆ ของโปรเจกต์นี้ มุ่งหวังการพัฒนาสินค้า “มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติอังกฤษ” ให้เป็นผู้นำในตลาดโลก
ทั้งนี้ ไทรอัมพ์ เลือกเริ่มต้นพัฒนารถต้นแบบจากรถสไตล์ “โมเดิร์นโรดสเตอร์” อย่าง Triumph Street Triple ก่อน ซึ่งเป็นทรงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในภูมิภาคยุโรป ..สุดท้าย TE-1 จึงคลอดออกมาเป็นรถที่ขับขี่ได้อย่างสนุกและกลมกล่อมตามแบบที่มอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ควรจะเป็นในที่สุด..

เอาเป็นว่าจริงๆ จะทำขายก็ได้ แต่ไทรอัมพ์น่าจะพัฒนามาเพื่อ “ต่อยอด” สู่ไลน์อัพที่ตอบรับได้หลายสไตล์การขับขี่ ตามฉบับของไทรอัมพ์ (ที่ตอนนี้ก็มีแปลนแทบครบทุกรูปแบบอยู่แล้ว) ในอนาคตจึงน่าสนใจ และค่อนข้างมั่นใจจากผลงานพัฒนาโปรเจกต์ TE-1 ได้ว่า “โหดจัดเต็มแน่นอน”..