ไม่ต้องปรับนู่นเสริมนี่มากมายสำหรับใครที่สนใจ Yamaha Tracer 9GT เป็นรุ่นท็อปสุดจากรุ่นสแตนดาร์ด.. วิ่งออกจากศูนย์แล้วพร้อมออกทริปได้เลย! เพราะแถมออพชั่นมา “ตรงใจ” สายท่องเที่ยวระยะไกลแบบสุดๆ บนคาแรคเตอร์สไตล์สปอร์ตของยามาฮ่า..
![]()
พื้นฐานแน่น
เริ่มที่เครื่องยนต์ขนาด 890 ซีซี. 3 สูบเรียง แบบ CP3 ของ ยามาฮ่า มีจุดเด่นด้านการลดแรงปฏิกิริยาบริเวณข้อเหวี่ยงและบาลานซ์ลำดับการจุดระเบิดของแต่ละลูกสูบให้เครื่องยนต์ทำงาน “นิ่งที่สุด” อีกทั้งขยายความจุขึ้นมาจากรุ่นก่อนหน้านี้.. จาก 847 เป็น 890 ซีซี. แรงบิดเปิดคันเร่งที่ “เต็มมือ” มากขึ้นด้วย ซึ่งเห็นได้ชัดที่สุดในเวลาที่เราเปิดคันเร่งออกจากโค้งนั่นเอง..


โครงสร้างน้ำหนักเบาและเสถียรขึ้น จากชุดเฟรมอลูมีเนียม “เดลต้าบ็อกซ์” เสริมความแข็งแกร่งแบบเดียวกับรถตระกูลสปอร์ตของยามาฮ่า ก่อนจะเสริมความนิ่งรองรับเครื่องยนต์ที่แรงขึ้นด้วยการยืด สวิงอาร์มออกไปอีก 64 มม. แถมชุดล้อแมกซ์ใหม่ก็มีน้ำหนักเบาลงกว่า 1,000 กรัม ขับขี่ทางเรียบด้วยความเร็วได้อย่างมีความสุขทีเดียว

ส่วนบอดี้ของ Tracer 9 และ Tracer 9GT ได้รับการปรับลุคใหม่หมดจด เพื่อความทันสมัย สะท้อนคาแรคเตอร์ความสปอร์ตของ ยามาฮ่าได้ยอดเยี่ยม ดูกะทัดรัดมากขึ้นจากน้ำหนักที่เบาลง ตอบรับกับหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้น สู้กับลมน้อยลง ขับขี่ทางไกลได้สบายตัวกว่าเดิม

เทคโนโลยีช่วยขับขี่เพิ่มขึ้น
ติดตั้งแกน IMU 6 แกน ทำงานร่วมกับกล่อง ECU ทำให้ Tracer 9GT มีระบบช่วยเหลือการขับขี่อิเล็กทรอนิกส์จัดเต็มกว่าเดิมนอกจากการปรับโหมดคันเร่ง 3 โหมดแล้ว ยังได้ระบบ Traction Control System (TCS) 3 ระดับ ที่มีการคำนวณองศาการเอียง ระบบช่วยป้องกันการสไลด์ Slide Control System (SCS) ระบบกันล้อหน้ายก front wheel LIFt Control System (LIF) และระบบ Brake Control system (BC)


โดยระบบทั้งหลายสามารถปรับตั้งค่าได้ผ่าน “เรือนไมล์คู่” ดิจิทัล TFT ขนาด 3.5 นิ้ว โดยฝั่งซ้ายแสดงข้อมูลจำเป็น เช่น เลขความเร็ว รอบเครื่องยนต์ เกียร์ และข้อมูลเกี่ยวกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ทั้งหมด.. ส่วนฝั่งขวาแสดงผลข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น ระยะทางทริป 1/2 ระดับอุณหภูมิอากาศ ปริมาณน้ำมันในถัง อุณหภูมิในหม้อน้ำ เป็นต้น..


ส่วนระบบอำนวยความสะดวกพื้นฐานประจำคลาส(?) มีให้ทั้ง ระบบครูซคอนโทรล และ Assist & Slipper clutch
ออพชั่นเสริมติดรถ.. เดินทางสบาย
จากรุ่น Tracer 9 ที่เพียบพร้อมทั้งเครื่องยนต์ CP3 890 ซีซี. ช่วงล่างปรับระดับเต็มระบบ และเทคโนโลยีจากเซ็นเซอร์ IMU 6 แกน เหมือนในรถซูเปอร์ไบค์ท็อปคลาส เสริมความแกร่งของ Tracer 9 โฉมใหม่นี้ด้วยรหัส “GT” ให้เหมาะกับวัยรุ่นนักเดินทางไกลเข้าไปอีก ด้วยการอัปเกรดระบบต่างๆดังนี้


(1) กันสะเทือนปรับไฟฟ้าอัตโนมัติ “KYB semi-active suspension” นำข้อมูลที่ได้จากเซ็นเซอร์ IMU และกล่อง ECU ประมวลผล ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักโดยสาร องศาการเอียง หรือการซับแรงกระแทกในรูปแบบต่างๆ โดยสั่งการหน่วย Hydraulic Unit (HU) และหน่วย Suspension Control Unit (SCU) ให้ปรับตั้งค่าความหนืดของโช้คอัพทั้งหน้า-หลังแบบเรียลไทม์ทันที
(2) ควิกชิฟเตอร์ ขึ้น-ลง แบบรถสปอร์ต เพิ่มฟีลลิ่งการขับขี่ให้ต่อรอบเกียร์ได้ลื่นไหลนุ่มนวล
(3) ไฟหน้า LED cornering lights เพิ่มความสว่างที่ปลายโค้งให้อัตโนมัติ ทำงานเมื่อมีการเอียงรถมากกว่า 7 ํ ที่ความเร็ว 5 กม./ชม. ขึ้นไป
(4) ประกับแฮนด์อุ่นมือ (Grip Heater) โดยปรับระดับความอุ่นได้ถึง 10 ระดับ ผ่านปุ่มควบคุมแบบหมุนที่ประกับแฮนด์ฝั่งซ้าย
(5) กล่องสัมภาระ 2 ข้าง.. ใส่สัมภาระได้จุใจ โดยแต่ละข้าง มีพื้นที่สามารถจุหมวกกันน็อคเต็มใบได้ข้างละใบ เหลือเพียงแค่ซื้อกล่องหลังมาติดตั้งเพิ่ม ก็จะขยายพื้นที่โหลดน้ำหนักได้กว่า 193 กิโลกรัม!
(6) สีพิเศษเฉพาะรหัส GT.. เป็นสีเดียวกับรุ่นพิเศษฝั่งสปอร์ต “เงิน-ดำ-น้ำเงิน” ของ R1M ซึ่งเป็นสีเฉพาะของรหัส GT เท่านั้น ..หากซื้อรุ่นสแตนดาร์ดจะไม่มีสีนี้
สุดท้าย.. แม้ว่าออพชั่นจะสูงเพียงใดแต่สิ่งที่ไม่สูงตามคือ “เบาะนั่ง” มีความสูงเพียง 810 มม. จากพื้นเท่านั้น เทียบเท่ารถสปอร์ตคลาส 155 ซีซี.ของยามาฮ่า ..ถือว่ายืนคร่อมตั้งรถกับที่ได้ถนัดไม่ต้องเขย่งเลย ..
สำหรับ Yamaha Tracer 9GT ในประเทศไทยตอนนี้วางจำหน่าย 2 สีคือ Icon Grey และ Tech Kamo ราคาแนะนำ 569,000 บาท ไปลองคันจริงก่อนกันได้ที่ Yamaha Rider’s Club ใกล้บ้านได้เลย หรือสอบถามได้ที่ www.yamaha-motor.co.th และเฟสบุ๊ก แฟนเพจ Yamaha Riders club Thailand ครับ

