1. เครื่อง 803 ซีซี. Desmodue L-Twin ที่น้ำหนักเบาลงกว่า 2.5 กก. ด้วยชุดคลัทช์ ไฮดรอลิก 8 แผ่น และฝาปิดคลัทช์ “X” ดีไซน์
![]()
2. ปรับปรุงโครงสร้างใหม่ ด้วยสวิงอาร์มน้ำหนักเบาลง โช้คอัพเดี่ยวถูกขยับมาวางตรงกลางสไตล์รถสปอร์ต

3. ฟิลลิ่งควบคุม “สปอร์ตมากขึ้น” ด้วยซับเฟรมแยกจากเมนเฟรม (ยึดน็อต) สำหรับสายตกแต่ง ไม่ต้องเลื่อยเฟรมให้เสียดายของ..

4. มีเทคโนโลยีเพิ่มเติมทั้ง คันเร่งไฟฟ้า 2 โหมดขับขี่เพิ่มขึ้นมา Road/Wet ระบบแทร็คชั่นคอนโทรล พร้อม CorneringABS

5. หน้าปัดเปลี่ยนเป็น Full Digital TFT ขนาด 4.3 นิ้ว “เชื่อมต่อระบบมัลติมีเดียได้” ผ่าน Ducati Multimedia System และแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน
![]()
6. ปรับโฉมเล็กน้อยให้ตรงใจ
Scrambler Icon – ได้ถังน้ำมันดีไซน์ใหม่ พร้อมการออกแบบรอบคันที่ปรับปรุงให้ถูกใจสายคัสตอม “สลับชุดสีได้” ไม่ว่าจะเป็น ถังน้ำมัน ชุดโคมไฟหน้า แท็กสีที่ขอบล้อ และชิ้นบังโคลน ..โดย Scrambler Icon มีออพชั่นให้เลือกถึง 6 ชุดสี
นอกจากนี้รุ่น Scrambler Icon มีการปรับแฮนเดิลบาร์ให้มีตำแหน่งต่ำลง ขยับใกล้ตัวผู้ขับขี่มากขึ้น พร้อมเบาะปาดบางลงจากรุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด

Scrambler Nightshift – “ดีไซน์ดุที่สุด” ใน 3 รุ่นใหม่นี้ด้วยสไตล์คาเฟ่เรซเซอร์คมเข้ม พร้อมแฮนเดิลบาร์ทรงต่ำ กระจกปลายแฮนด์ วงล้ออัลลอยสีดำ ชุดสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ “Nebula Blue” เบาะหนังปาดสีดำ เพลทหมายเลขด้านข้าง บังโคลนหน้าชิ้นเล็ก ไม่มีบังโคลนหลัง(ใส่กันดีดมาแทน) และไฟเลี้ยวแต่ง LED ดวงเล็กสไตล์สปอร์ต

Scrambler Full Throttle – รุ่น “ท็อปสุด” ได้ควิกชิฟเตอร์ติดรถเป็นแสตนดาร์ด แผ่นป้ายหมายเลข 62 แปะด้านข้าง (ปี 1962 ที่ Scrambler ตัวแรกออกขาย) ปลายท่อ Termignoniไฟเลี้ยวแต่ง LED บังโคลนหน้าสั้น ไม่มีบังโคลนหลัง แท็กสีแดงข้างล้อ และแผ่นกันแคร้งล่างสไตล์รถแข่ง Flat-track ในชุดสีแบบเดียวกับรถแข่ง GP19 แดง-ดำ

นี่เป็นอัพเดตสดๆร้อนๆจากกระแสงาน EICMA Show ที่กำลังจัดขึ้น ณ ประเทศอิตาลี และมีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าประเทศไทยน่าจะได้อัปเดตเหล่านี้ตามาในปี 2023 เช่นเดียวกันครับ
เรื่อง: Takumi Gunn

