เต็มทริป 500 กิโลเมตร BMW R18 First Edition.. 1,800 ซีซี. “เก๋า-คลาสสิค” ฉบับหนุ่มยุโรปสุดเข้ม

เรื่อง :Takumi Gunn
ภาพ :Mike MTZ

สุ้มเสียง 2 สูบขวางวางนอนขนานพื้นโลก เดินรอบเบาผ่านสายลมหนาวและเงาของต้นไม้ใหญ่ ระหว่างเส้นทางกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ ..ทริปนี้เป็นการทำความรู้จักระหว่างผมกับรถในสไตล์พาวเวอร์ครุยเซอร์ที่นานๆทีจะมีมาให้เราทำคอนเทนท์.. BMW R18 “First Edition”คือโมเดลล่าสุดของความภาคภูมิใจในแบบฉบับ Berlin Built ไม่เหมือนครุยเซอร์รุ่นใดที่ผมเคยสัมผัสมาก่อน..

คาแรคเตอร์ “เก๋า” ..ดิบ แต่ไม่เถื่อน

ย้อนไปในยุคเริ่มต้นตั้งตีปี ค.ศ. 1923 เครื่องยนต์ 2 สูบบ๊อกเซอร์ทวินถูกวางลงไปบนรถของ BMW เป็นครั้งแรก จนกระทั่งวันเวลาผ่านไป.. BMW ปลุกสัญชาติญาณความดิบของเครื่องยนต์บล็อกนี้ขึ้นมา บนความจุที่ “มากสุด” ด้วยตัวเลข “1,802 ซีซี.” ซึ่งพละกำลังแทบทั้งหมด อยู่ในกำมือคุณตั้งแต่ 2,000 รอบ ขึ้นไป.. หรือ “แค่คุณเปิดคันเร่ง” นั่นแหละ กับตัวเลขแรงม้า 91 ตัว แรงบิดสูงสุด 158 นิวตันเมตร โดยตั้งแต่ช่วง 2,000 – 4,000 รอบนั้น มีแรงบิดสแตนด์บายอยู่ไม่ต่ำกว่า 150 นิวตันเมตรไว้แล้ว..

ฟีลลิ่งที่ได้ขี่ลุยทางยาวตั้งแต่จุดสตาร์ทใจกลาง กทม. จนไปถึง อ.ศรีสวัสดิ์ คือ “ยอดเยี่ยม” ทันทีที่มีพื้นที่ข้างหน้ากว้างพอให้ R18 ทะยานปีกออกไป.. เพราะสัมผัสของเครื่องยนต์นั้น “ตุบ-ตับ อย่างเป็นมิตร” ผิดกับรถในสไตล์นี้ที่มักให้คาแรคเตอร์ดิบเถื่อนมาอย่างไม่เหลาให้มันกลมกล่อมมากนัก ..แม้จะต้องใช้ทักษะการควบคุมรถบนความเร็วต่ำ-รถติดอยู่พอสมควร

สตาร์ทเครื่อง+เดินเบาด้วยอาการสั่นซ้ายขวาก่อนแทนที่ด้วยแรงบิดมหาศาลบนความเสถียรไร้แรงสั่นสู้มืออย่างไม่น่าเชื่อ ความเร็วยืนพื้นที่ R18 ทำได้ดีนั้นอยู่ในช่วง 120-140 กม./ชม. “ลมไม่สู้ตัวมาก บวกกับมีรอบเหลือให้เติมคันเร่งได้” ส่วนใครได้ท็อปสปีดเท่าไรมาแนะนำบอกกันด้วยเพราะตัวผมสู้ลมไม่ไหวตั้งแต่ 160+ แล้วครับ (BMW เคลมว่าเกิน 180 กม./ชม.)

สำหรับเครื่องยนต์บล็อกนี้เป็นระบายความร้อนด้วยอากาศเต็มระบบ แม้เสื้อสูบจะยื่นออกมาด้านข้าง แม้ไม่ส่งไอร้อนของเครื่องยนต์มาที่ผู้ขับขี่แต่อย่างใด ..แต่แนะนำให้สวมใส่รองเท้าหุ้มข้อกับกางเกงขายาวหนาๆในการขับขี่อยู่ดี..

มิติรถ “ครุยเซอร์” เต็มระบบ
แม้น้ำหนักตัวกว่า 345 กก. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้ผมต้องเบิกตาโพลงอยู่เหมือนกันในตอนแรก แต่ด้วยการวางบาลานซ์มาดีเหลือเกินของ BMW R18 ทำให้ความรู้สึกของตัวเลขเหล่านั้นไม่เป็นผลขณะขับขี่ ..ยกเว้นเพียงแค่ตอนเข็นรถ.. บวกกับความสูงจากพื้นถึงเบาะเพียง 690 มม. ทำให้ผู้ชายเรท 170 ซม. นิดๆ อย่างผมนั่งคร่อมรถเดินทางไกลได้สบายพอสมควร โดยท่านั่งขับขี่นั้นจะให้ความรู้สึกเหมือนนั่งโซฟา.. ที่ไม่ได้ยืดขา (เนื่องจากตัวที่นำมาขับขี่ครั้งนี้เป็นตัวคัสตอมสำหรับลูกค้าไว้ดูเป็นแรงบันดาลใจ) เพราะอย่างน้อยผมก็นั่งขี่รถได้ยาวๆกว่า 2 ชม. โดยที่ยังไม่รู้สึกเมื่อยมากนัก

ข้อสังเกตของรถในสไตล์นี้คือ การควบคุมรถ หรือเตรียมร่างกายเพื่อรองรับสถานการณ์ไม่คาดคิด เช่นการเจอหลุมกะทันหันอาจจะต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้าสักหน่อย มิเช่นนั้นอาจจะมีแรงกระแทกขึ้นมาสู่ร่างกายเยอะอยู่เหมือนกัน

ช่วงล่างพร้อมวิ่ง
เรื่องความนุ่มนวล ต้องยกเครดิตให้กับช่วงล่าง.. โช้คอัพหน้าแบบเทเลสโคปิคแกนขนาดใหญ่ โช้คอัพหลังคู่จับสวิงอาร์มที่มีระยะยุบถึง 120 มม. หน้า-หลัง ทำให้มันรับแรงกระแทกในลักษณะหลุมเล็กต่อเนื่องหรือการทำความเร็วสูงได้ในเกณฑ์ที่ดีมาก แต่หลุมใหญ่ๆหรือเนินพาบินนี้หลีกเลี่ยงไว้เถอะครับ ..ชะลอคันเร่งสักนิด.. ส่วนการนำไปเล่นโค้งนี้ก็ต้องบอกว่า “เล่นได้ แต่ระวังขูดพักเท้า” เพราะมิติที่โหลดต่ำแบบนี้ทำให้มันเอียงกับได้ไม่มากเท่าไรนั่นเอง

“ทันสมัย”
ด้วยเทคโนโลยีเจเนอเรชันล่าสุดของ BMW ใส่มาให้แบบไม่ขัดฟีลลิ่ง “เพื่อความปลอดภัย และสนุกกับการขับขี่ BMW R18 ได้ตลอดไป” ทั้งระบบเบรก ABS Dual Channel หน้า-หลัง ทำงานคู่กับดิสก์เบรกขนาด 300 มม. ระบบแทร็คชั่นคอนโทรลที่ BMW เรียกว่าสั้นๆว่า ASC ระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) จากการเปลี่ยนเกียร์ลงกะทันหัน

ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control) ระบบเกียร์ถอยหลัง (Reverse Gear) ที่บริเวณข้างซ้ายใต้เบาะนั่ง สัญญาณกันขโมย ระบบป้องกันรถกระชาก (Anti-hopping Clutch) ระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ที่ช่วยให้เบรกหลังทำงานได้ดียิ่งขึ้น ระบบกุญแจ Keyless Ride พร้อมระบบไฟส่องสว่างแบบ Adaptive LED

นอกจากนี้ผู้ขับขี่ยังเลือกโหมดขับขี่ได้ถึง 3 โหมด คือ Rock (เต็มกำลัง) Roll (ตัดกำลังลงให้เหมาะกับการขับขี่ในเมือง) และโหมด Rain ที่จะตัดกำลังเครื่องเยอะที่สุดเพื่อการขับขี่บนสภาพถนนที่มีการยึดเกาะน้อยได้ดีที่สุด
ขับขี่วนบนเขาเล่นๆ จนกลับมาที่ปลายทางเขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อเก็บภาพ BMW R18 First Edition ช่วงพระอาทิตย์กำลังตกไปหลังสันเขื่อน จึงทำให้ผมพอจะคุ้นเคยกับ R18 แล้วประมาณหนึ่ง พบว่า “เราสนุกกับการขับขี่รถคันนี้มาก” เป็นรถที่พาเราไปสู่จิตวิญญาณของการเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ได้อย่างแท้จริง ..ทั้งสายลมที่พัดปะทะตัว การสั่นสะท้านอ่อนๆของเครื่องยนต์ ไออุ่นของเครื่องที่มาทักทายกับร่างกายบ้างเป็นครั้งคราว และเสียงเครื่องยนต์ที่กระซิบผ่านหูคล้ายกำลังพูดคุยเป็นเพื่อนแก้เหงายามขับขี่ บนความเร็วที่ทำให้เราถึงจุดหมายอย่างไม่หมดแรง จนจบทริป 500 กิโลเมตรนี้..

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องลองสัมผัสด้วยตัวเอง หากสนใจจริงๆก็ทักไปหา www.facebook.com/BMWMotorradTH เพื่อขอลองขี่ตัวเดโม่อย่างที่ผมได้ลองในครั้งนี้..
อย่างที่ใครเคยบอก “ลองก่อนแล้วจะติดใจ” ..มันพิสูจน์ไม่ได้ด้วยการอ่านหน้ากระดาษแล้วชั่งใจเลือกข้อความที่คิดว่ารถคันไหนจะดีที่สุดหรอก!!