เต็มสีสันยุค 60.. “Victoria 200” เปิดตัวพร้อมลุยตลาด “พรีเมียมออโตเมติก”..

ไม่หวังอะไรมากนอกจากส่วนแบ่งตลาดเล็กๆน้อยๆ ด้วยโมเดลที่ Keewayจับมือกับ Victoria แบรนด์จักรยานยนต์เยอรมันเก่าแก่ เกิดเป็นโมเดล “Victoria 200” โดดเด่นด้วยคาแรคเตอร์บิดสนุกติดมือ ภายใต้เปลือกคลาสสิกที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากรถยนต์คาดิลแลครุ่นคลาสสิกจากปี 60..

ดีไซน์สวยเจ็บ
Victoria 200 มีดีไซน์ที่คลาสสิกไม่เหมือนใคร เพราะเป็นการออกแบบรถสกู๊ตเตอร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความโดดเด่นในงานออกแบบรถยนต์ในยุค 1960..ทั้งขอบคิ้วสีดำ/โครเมียม (แล้วแต่ชุดสี) จนถึงการเลือกสีสันมาตกแต่งรอบคัน

ที่โดดเด่นเลยคือชุดกระจังหน้ารถยนต์.. ที่อยู่บนรถสกู๊ตเตอร์! เป็นที่อยู่ของไฟเลี้ยวซ้าย-ขวาทรงกลม ฝังโลโก้ Victoria ไว้ คล้ายชุดหน้ารถยนต์ ส่วนชุดไฟส่องสว่างหน้าเป็นทรงคลาสสิก5 เหลี่ยม พร้อมไฟบอกตำแหน่ง LED และไฟท้ายหลังก็ยังเป็นทรงเดียวกับคาดิลแลครุ่นคลาสสิก

อีกจุดที่สวยเด่นก็คือบริเวณเบาะนั่ง 2 ตอน ประดับแพทเทิร์นหนังข้าวหลามตัด ยกเบาะหน้าขึ้นได้ แถมชุดแฟริ่งข้างยังมีช่องระบายอากาศร้อนออกจากห้องเครื่องที่ดูเหมือนรถแต่งซิ่งคลาสสิกอีกด้วย

คาแรคเตอร์เด่น
Victoria 200 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 171.7 ซีซี. 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ แรงม้าสูงสุด 11.4 ตัว ที่ 7,500 รอบ แรงบิดสูงสุด 12 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบเท่านั้น..ถือว่ามาให้สัมผัสเร็วพอสมควร.. จากที่ลองบิดในระยะทางสั้นๆ ก็บอกได้ทันทีว่า หากนำมาขับขี่ในเมืองน่าจะสนุกกว่าคันอื่นๆเขา ส่วนเรื่องความเร็วเป็นอย่างไรยังตอบไม่ได้ เพราะพื้นที่ทดสอบมีจำกัดนั่นเอง

ส่วนช่วงล่างไม่หวือหวา แต่ครอบคลุมการใช้งานด้วยโช้คเทเลสโคปิคด้านหน้ากับโช้ค

อัพหลังเดี่ยวปรับระยะพรีโหลดได้ ขนาดยางหน้าหลังขอบ 12”

ฟีเจอร์ไม่น้อยหน้า
สไตล์ “พรีเมียมออโตเมติก” คลาส 150-200 ซีซี. ที่มักจะอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ตอบโจทย์การใช้งานประจำวัน.. Victoria 200 ก็เช่นกัน ..ทั้งช่องเก็บสัมภาระอเนกประสงค์ใต้เบาะนั่งตอนหน้า ขนาด 21 ลิตร (ใส่หมวกกันน็อกได้), ช่องเก็บของหน้าคอนโซลที่มีช่องชาร์จ USB, แร็คท้ายโครเมียม/ชุบดำ, ดีไซน์แมกซ์แบบซุ้มล้อรถยนต์, ดิสก์เบรกหน้า-หลัง, หน้าจอไฮบริดดิจิทัล-อนาล็อก อ่านข้อมูลง่าย และความจุถังน้ำมันกว่า 10 ลิตร!

สรุปโดยรวมแล้ว Keeway Victoria 200 เป็นรถพรีเมียมออโตเมติกที่ดีไซน์ออกมาได้โดดเด่น สวยแปลกตา ในขณะที่ด้านสมรรถนะนั้นออกแบบมาเพื่อใช้งานในเมืองได้อย่างคล่องแคล่ว (จากที่ได้ลองขี่ระยะสั้นๆ) รวมถึงมิติรถที่ขับขี่ได้ง่ายเหมือนสกู๊ตเตอร์ทั่วไป.. ที่สำคัญคือ Keeway ยังไม่ยอมเปิดราคา เพียงแต่บอกเราว่า “เข้าถึงง่ายเหมือนเดิมแน่นอน” ..รอติดตามกันต่อไปครับ ..อ้อ เขามีมีรับประกัน 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตรด้วยนะ