Continental “ContiStreet” เมื่อขาใหญ่ยางบิ๊กไบค์ หันมาเล่นยางถนนได้อย่างยอดเยี่ยม

ยางรถจักรยานยนต์สำหรับรถคลาสเล็กที่ต้องบอกว่า “ลองใช้งานจริงแล้ว” สมรรถนะ “ฉายแสง”โดดเด่นกว่ายางรถประเภทเน้นใช้งานแทบทุกรุ่นที่เคยได้สัมผัสมา โดยเฉพาะเรื่องความหนึบและประสิทธิภาพการยึดเกาะ ซึ่งพอลองมองไปที่ความเป็นมาของยาง Continental ContiStreetแล้ว เลยเกิดอาการ “อ๋อ” ขึ้นมาทันที.. นี้มันยางบิ๊กไบค์ที่ปรับมาใส่รถเล็กนี่แหละ!

DNA สายทัวร์ริ่ง
ชื่อของ Continental “ContiRoadAttack 3” น่าจะพอคุ้นหูไบค์เกอร์รุ่นใหญ่สายทัวร์ริ่งกันมาบ้าง เพราะนอกจากจะเป็นที่นิยมในหมู่ไบเกอร์กันแล้ว ยังได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองเวที “Motorrad Touring Tire Test ปี 2017” ทำให้ Continental ตัดสินใจนำความยอดเยี่ยมเหล่านั้นมาส่งต่อให้กับมอเตอร์ไซค์อีกประเภท”เน้นใช้งาน”อย่างตระกูล Commuter Bike คลาสเล็ก.. ที่มีติดบ้านกันแทบทุกครัวเรือน..

ดังนั้นเรื่องของความหนึบและความทน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ Continental ดึงออกมาใช้ได้ชัดเจนในยาง ContiStreet รุ่นนี้.. ด้วยการเสริมความลึกของหน้ายางล้อหลัง ซึ่งจะเป็นส่วนที่สึกหรอที่สุดหากใช้งานเป็นระยะเวลายาวนาน รวมถึงเนื้อยางโครงสร้างพิเศษของ Continental ทำให้ยางมีลักษณะ “ยืดหยุ่น”เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะรู้สึกได้ทันทีเมื่อนำไปใช้งาน..

เสริมให้อีกนิดว่าสำหรับ Continental นั้น เป็นแบรนด์ยางที่มีอายุอานามกว่า 150ปีแล้ว ทั้งเป็นผู้นำนวัตกรรมการใช้ “แรงดันลมยาง” และ “ดอกยาง” มาสู่วงการยางยานยนต์เสียด้วยซ้ำ..

การใช้งานในเมือง
ด้วยสภาพอากาศของวันที่เราทดสอบยาง ContiStreet นั้น อยู่ในช่วง “3ฤดู ใน 1วัน”กล่าวคือ หนาวช่วงเช้า สายฝนตกหนัก ก่อนที่บ่ายแก่ๆ จะร้อนสุดๆ.. ทำให้เราได้รับทราบสมรรถนะของยางชุดนี้ในทุกสภาพอากาศได้ทันที..

จุดเด่นของยาง ContiStreet เมื่อนำมาใช้งานในรูปแบบชีวิตชาวเมืองคือเรื่องของ “ความยืดหยุ่น” ในจุดที่เราคาดเดาไม่ได้ว่าระยะทางข้างหน้าจะมีหลุมอะไรซ่อนอยู่ หรือฝาท่อข้างหน้าจะเป็นเนินกระโดดให้เราหรือไม่.. ยางชุดนี้เมื่อวิ่งไปเจออุปสรรคแล้วมีความสามารถ “ช่วยซับแรง” ได้อย่างดีเยี่ยม จากที่หลายๆคนมักเลือกยางให้กับรถใช้งานที่เน้น ถูกและทน.. ลองเพิ่มคุณสมบัติ “ยืดหยุ่น” ใส่ลงไปดู แล้วจะพบว่าชีวิตที่ต้องลุยถนนแย่ๆ”ดีขึ้นเยอะ”

จากหลุม+เนินยามถนนแห้ง กลายเป็นแอ่งน้ำมรณะยามฝนตก.. ยาง ContiStreet นั้นมีลายดอกยางตรงกลางที่ค่อนข้างลึก ทำให้รักษาความสามารถรีดน้ำได้ยาวนานขึ้น รวมถึงร่องลึกๆนี้ยังช่วยลดอาการ “ดิ้นน้ำ” เมื่อเราขับขี่ลงแอ่งน้ำกะทันหัน ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุได้ด้วยนั่นเอง

นอกจากนี้ การขี่รถซิกแซกไปตามการจราจรติดขัด ที่จะต้องมีการพลิกเลี้ยวอย่างรวดเร็ว ก็ทำได้ง่ายขึ้นเพราะติดตั้งยาง ContiStreet นี้ ทั้งเนื้อยางที่นุ่ม เบา และยืดหยุ่น รวมถึงรองดอกยางที่ออกแบบมาให้เราหักแฮนด์ซ้ายขวาง่ายขึ้นด้วย..

การใช้งาน “ทางไกล”
ลองเอามาทดสอบสมรรถนะทัวร์ริ่งตามที่ Continental ภาคภูมิใจดูบ้างว่า “ถ้าขี่ไกลๆแล้วจะเป็นอย่างไร?” ซึ่งทำให้เราพบสมรรถนะบางอย่างที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน..

“การยึดเกาะ” คือสิ่งที่ ContiStreet ฉายแสงได้เฉิดฉายที่สุด..การขับขี่มาด้วยความเร็ว เบรก พับโค้ง สร้างความมั่นใจให้กับการขับขี่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ หน้ายางที่มีความโค้งมนคล้ายกับที่เราเห็นในยางรถบิ๊กไบค์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในหัว “เร็วขึ้นอีก เร็วได้อีก เอียงได้อีก” เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งจากการใช้งานยางชุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่โค้งบนเขา หรือแม้กระทั่งที่กลับรถแคบๆ ก็ดี

อีกจุดพิเศษของยางหลัง ต้องขอบคุณการเสริมเนื้อยางนุ่มๆให้หนาขึ้น คือความหนึบของการออกตัวเปิดคันเร่งแรงๆ “รู้สึกได้ถึงการจิกพื้น” เป็นอาการที่เนื้อยางถูกพื้นถนนจิกเอาไว้.. อีกครั้งที่รู้สึกว่าถ้าใช้ยางรุ่นทั่วๆ ไปแล้ว ล้อต้องมีอาการดิ้นออกข้างกันบ้างล่ะ แต่เจ้า ContiStreet นั้นทำได้ดีกว่าที่คิด..

จริงอยู่ว่าความรู้สึกของทีมงานโมโตครอสเป็นบวกหลังได้ทดสอบยางคู่นี้ใน 2 รูปแบบดังกล่าว แต่ก็ต้องแนะนำท่านผู้อ่านว่าการขับขี่ใดๆเน้นให้อยู่ในขอบเขตทักษะของตัวเอง มิเช่นนั้นประสิทธิภาพของยางดีๆก็อาจจะแสดงออกมาได้ไม่เต็มที่นัก.. ด้วยความที่เป็นยางบนรถคลาสเล็กจึงยังทำให้มันมีข้อจำกัดเดิมๆอยู่บ้าง ทั้งความกว้างของหน้ายางที่ไม่มากนัก รวมถึงขอบยางที่ไม่ได้มีลักษณะโค้งรับกับองศาการเอียงได้มากเหมือนตระกูลรถสปอร์ตอยู่ดี

สุดท้าย.. เราสรุปได้ว่ายาง Continental ContiStreet นั้นเป็นยางสำหรับรถใช้งานในคลาส 100-125ซีซี. ที่ยอดเยี่ยม ให้ความรู้สึกมั่นใจกับการขับขี่มากพอสมควร ส่วนเรทราคานั้นก็อยู่ราวๆ 3 พันบาทกลางๆต่อคู่ เท่านั้นเอง มาในไซส์ขอบ 17″ และ 18″ แบบ Tubeless ลองไปหาสอบถามได้ที่เพจ Continental Motorcycle Thailand หรือตัวแทนจำหน่ายยาง Continental ใกล้บ้านได้เลยครับ