“คัมแบ็คซิ่ง” พร้อมเทคโนโลยีเต็มระบบ เป็นโอกาสดีที่ได้กลับมาขับขี่รถโมเดิร์นคลาสสิกสกู๊ตเตอร์ที่ให้ความรู้สึกครบเครื่อง ทั้งความ ..พรีเมียม-สปอร์ต-ทัวร์ริ่ง.. โดยโมเดลล่าสุดสวยซิ่งจากเวสป้านี้คือ “GTS Super Sport 150 I-Get ABS” ครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแค่สีสัน แต่เสิร์ฟเป็นออพชั่นจัดเต็ม ฟีลลิ่งที่ว่าดีอยู่แล้วของรหัสท็อป GTS “กลมกล่อม” เติมเต็มการขับขี่ในยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีนี้ไปอีกขั้น.. ให้เด็กที่เคยสบประมาทเวสป้าต้องตกตะลึงไปพร้อมกัน ..ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ ที่จะเป็นตัวกำหนดคาแรคเตอร์ของรถจักรยานยนต์สกู๊ตเตอร์จากเวสป้าต่อจากนี้เอาไว้ได้อย่างดี..

อัปเดตจัดเต็มไม่กั๊ก
เวสป้าเลือกใส่ออพชั่นมาให้ตระกูล GTS ครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน คำนึงทุกการใช้งาน GTS Super Sport 150 I-Get ABS และ GTS ในคลาส 150 ทุกรุ่นย่อย ทุกรายละเอียด ไม่ใช่แค่ใส่มาแค่ให้มีเฉยๆ ที่สำคัญคือ ไม่เคยทิ้งความรู้สึก “ฟิน” เมื่อได้สัมผัสทุกชิ้นงานการผลิต ทุกกระเบียดนิ้ว ยังเป็นงานประณีต ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเขา..

ส่องฟีเจอร์ใหม่
เริ่มต้นจากสิ่งที่ผู้ขับขี่จะได้พบเจอทันที ตั้งแต่ยังไม่ได้ออกตัวคือส่วนควบคุมรถ ที่มีการอัปเดตให้เข้มดุดันตามชื่อรุ่น “Super Sport” ด้วยหน้าปัดเรือนไมล์สไตล์ไฮบริด ที่ยังมีการใช้ดีไซน์ของเข็มวัดความเร็วแบบอนาล็อก แต่ใช้ธีมสีหลักเป็นแบ็คกราวด์สีดำ ตัดด้วยตัวอักขระบอกข้อมูลสีขาว ที่พร้อมส่องสว่างด้วยไฟแบ็คไลท์ยามค่ำคืน.. สอดคล้องไปกับหน้าจอดิจิทัล LCD ครึ่งล่าง ที่มีการบอกข้อมูลการขับขี่พื้นฐาน รวมถึงสัญญาณเตือนต่างๆ เช่น ระยะทางรวม, ทริป A-B, อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเรียลไทม์ และตัวเลขปริมาณกำลังไฟของแบตเตอรี่..


ความสามารถของหน้าปัดเรือนไมล์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้.. เพราะนี่คือ ยุคสมัยแห่งการเชื่อมต่อ จึงพลาดไม่ได้กับการเชื่อมต่อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเข้ากับรถคู่ใจของคุณด้วยแอปพลิเคชัน Vespa MIA ผ่านบลูทูธ.. ให้ผู้ขับขี่ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวการแจ้งเตือน ทั้งสายโทรเข้า-ออก, ข้อความเข้า, จัดการมัลติมีเดีย รวมถึงเข้าถึงฟีเจอร์อื่นๆ เพิ่มเติมได้อีกผ่านแอปพลิเคชันบนจอมือถือ.. และหน้าจอเรือนไมล์ชุดนี้ถือว่าออกแบบมาให้มองเห็นได้ชัดและความเข้าใจง่ายพอสมควร..

นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกของเวสป้าที่ติดตั้งระบบกุญแจคีย์เลสมาให้ แค่ถือกุญแจไว้ติดตัวก็พร้อมออกรถได้ทันที ได้ทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเปิดช่องเก็บของด้านหน้า, เปิดฝาถังน้ำมัน หรือล็อกคอรถก็ทำได้ง่าย.. ส่วนที่เจ๋งของมันคือ การทำงานแบบไร้เสียง พร้อมเข้าถึงบางฟังก์ชันได้ทันทีโดยไม่ต้องกดสวิตช์ให้ไฟติดก่อนเหมือนรถที่ใช้กุญแจคีย์เลสทั่วไป อย่างการเปิดช่องเก็บของใต้เบาะ ที่สามารถทำได้ทันที เพียงกดสวิตช์ที่ประกับแฮนด์ด้านขวาเท่านั้น..

GTS “Super Sport”
ต้องบอกว่าในรหัส GTS คลาส 150 ซีซี. ของเวสป้าที่เปิดจำหน่ายในปี 2023 นี้ มีแยกย่อยเป็น 3 รุ่น ซึ่งตัว Super Sport ที่เราได้มีโอกาสหยิบมารีวิวถือเป็น “รุ่นเริ่มต้นของ GTS” ซึ่งจะมีคาแรคเตอร์ความสปอร์ตมากที่สุด บนพื้นฐานของโมเดล GTS บนเฟรมรถไซซ์ใหญ่ที่สุดของเวสป้า..

รายละเอียดมากมายถูกปรับให้มีความสปอร์ตมากขึ้น ทั้งการตกแต่งขอบคิ้วสีดำเงา ตัดขอบกับประกับแฮนด์สีโครเมียม มาพร้อมดั้งรถเคลือบคาร์บอนตัดขอบจมูกรถสีส้มฉูดฉาด สอดคล้องกับชุดแฟริ่งข้างของรุ่นสี Green Olive คันนี้ ที่มีเอมเบลมโลโก้ชื่อรุ่นแบบใหม่แปะไว้อยู่ด้วย

นอกจากนี้ยังมีการปรับรายละเอียดเล็กน้อยอื่นๆ ทั้งชุดไฟหน้า-ไฟเลี้ยวใหม่ ปรับโฉมให้ลงตัวสวยงามมากขึ้น, ชุดกระจกมองข้างที่เปลี่ยนลุคจากกระจกทรงกลมคลาสสิกเป็นกระจกเหลี่ยมทรงสปอร์ต, ล้อแม็กใหม่ ก้านเล็กลง, ครีบระบายอากาศสีดำดุด้านหน้า และเบาะนั่งตอนเดี่ยวหนานุ่ม เย็บตะเข็บด้ายสีส้มโคตรซิ่ง!

สมรรถนะท็อปฟอร์ม
ใครจะหาว่าเชียร์ก็เชิญ แต่เมื่อเจออะไรที่ประทับใจจริงๆก็ต้องขอแชร์ ต้องบอกตรงๆว่า GTS ยังเป็นรหัสเดียวของเวสป้าที่นั่งขับขี่เป็นเวลานานรู้สึกว่ามากที่สุด ไม่เมื่อย! ซึ่งมาจากหลายองค์ประกอบ ผ่านการออกแบบให้ตอบสนองกับการใช้งานจริงได้ดีที่สุด “จะอ่านเปรียบเทียบกันผ่านหน้ากระดาษไม่ได้” แต่อยากให้ลองเปิดใจเพราะสิ่งที่ผมจะเล่าต่อไปนี้คือความสุขที่ได้จากการขับขี่ Vespa GTS Super Sport 150 I-Get ABS จริงล้วนๆ..

เครื่องยนต์ “ไปได้ทุกที่” ขนาดความจุ 155.1 ซีซี. สูบเดี่ยว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีพละกำลังเหลือๆ ในการขับขี่ใช้งานภายในเมือง และยิ่งโดดเด่นขึ้นไปอีกเมื่อใช้งานในรูปแบบทัวร์ริ่งหรือขับขี่ท่องเที่ยว ความเร็วท็อปสปีดที่ 115 กม./ชม. แต่ขี่ยืนพื้นได้ดีที่ช่วง 100 กม./ชม. ซึ่งเป็นช่วงความเร็วที่ผมถือว่ากำลังขี่สนุก.. ไม่ช้า และไม่ยืนอยู่บนเส้นความตายมากเกินไป เพราะต้องไม่ลืมว่านี่คือรถ “สกู๊ตเตอร์” ล้อขอบ 12” นะครับ..

ช่วงล่างหนึบหนุบหนับ.. ผมชื่นชมอย่างสุดใจในจุดนี้ ..จากอัปเกรดระบบเบรก ABS หน้า-หลัง ไปถึง “การตอบสนองที่ดีที่สุด” ในรถประเภทโมเดิร์นคลาสสิกสกู๊ตเตอร์เท่าที่เคยได้สัมผัสมา การขับขี่ไปกระแทกหลุม ลูกระนาด หรือเจออุปสรรคในการขับขี่ใช้งานทั่วไปเรียกว่า “เยี่ยม”! ทุกแรงกระทำแทบจะไร้การกระแทกสะท้านตัวผู้ขับขี่ มาพร้อมความนุ่มกำลังดีที่ไม่ย้วย และเมื่อขับขี่ด้วยความเร็ว(ในระดับหนึ่ง)ก็ไม่ดีดผู้ขับขี่ออกจากโค้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในรถคลาสนี้เสียด้วยซ้ำ.. แม้มองที่สเปกแล้วจะใช้เพียงโช้คอัพหน้ากระเดื่องแขนเดี่ยว โช้คหลังสปริงคู่ (ปรับพรีโหลดได้ 4 ระดับ) เป็นอะไรที่อ่านผ่านๆจะรู้สึกธรรมดามากๆ..

มิติการควบคุม “นั่งสบาย” ด้วยความสูงเบาะที่ 800 มม. แต่ได้ช่วงเว้าเบาะนั่งมาให้สามารถยืนคร่อมจอดติดไฟแดงได้ง่ายๆ รวมถึงน้ำหนักสุทธิกว่า 150 กิโลกรัม กลับไม่เป็นอุปสรรคในการใช้งานจริง ด้วยการบาลานซ์น้ำหนักมาอยู่กลางๆ ขับขี่แล้ว “ไหลความเร็วได้ง่าย” รวมถึงการขับขี่ซอกแซกในช่องจราจรก็ไม่ต้องใช้แรงเยอะเลย เพียงหาตำแหน่งบาลานซ์รถจนคุ้นชินได้ก็ขับขี่ฝ่ารถติดของกรุงเทพฯแบบชิลล์ๆได้เลย ..

ที่สำคัญ ความหนืดของคอรถนั้นถูกเซ็ตอัพมารองรับการขับขี่ทางไกลได้ดีกว่าไลน์อัพอื่นๆ เพราะความหนืดที่มีมากขึ้นนี้ทำให้จัดการกับอาการหน้าส่ายได้อยู่มือ โดยเฉพาะกับการชู้ตความเร็วในช่วงมากกว่า 80 กม./ชม. ขึ้นไปนั่นเอง


นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่สำคัญอย่าง “ASR (Anti Slip Regulation)” ติดรถมาให้เป็นพื้นฐาน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้รถเวสป้า GTS คันนี้ ในห้วงเวลาที่ล้อหลังอาจจะมีอาการหมุนฟรีก็จะถูกตัดกำลังทันทีทำให้ล้อหลังยังรักษาการยึดเกาะเอาไว้ได้ ซึ่งผู้ขับขี่ที่ชอบเปิดคันเร่งแรงๆก็อาจจะเลือกกดปิดสวิตช์ออพชั่นนี้ไปได้ที่ประกับแฮนด์ด้านขวาอีกด้วย..



Vespa GTS Super Sport 150 I-Get ABS คันนี้ถือเป็นการกลับมาของตระกูล GTS จากเวสป้าที่มีออพชั่นหลายอย่างจัดเต็ม “เป็นพื้นฐานติดรถ” ทั้งระบบเบรก ABS หน้า-หลัง, กุญแจคีย์เลส, หน้าจอดิจิทัล, ระบบเชื่อมต่อ Vespa MIA และยังไม่รวมรุ่นย่อยในรหัส GTS อื่นๆที่จะมีการขยับออพชั่นยิ่งๆขึ้นไป แถมยังมีสมรรถนะที่ชวนให้เราอยากหยิบมันมาขับขี่ในทุกๆ วัน..

โดยรหัส Super Sport ที่เราขับขี่กันครั้งนี้มีราคาเริ่มต้นที่ 165,900 บาท กับโปรโมชั่น ฟรี Gift Voucher 3,000 บาท, Vespa Licensing และ Maintenance ฟรี 1 ปี ทันทีที่ออกรถด้วย!

