เรื่อง : แทน ธรรมชาติ / ภาพ : Mike MTx ,Aprilia Thailand

เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมให้สื่อมวลชนร่วมทดสอบ ณ สนาม Spirit Adventure Ground เขาใหญ่ไปเรียบร้อย สำหรับ Aprilia Tuareg 660 สายลุยตัวเก่งจาก Aprilia …งานนี้ “ แทน ธรรมชาติ” ตัวแทนจากนิตยสารโมโตครอส เข้าร่วมทดสอบเต็มรูปแบบ Off – Road ที่ผู้จัดวางสเตชั่นให้ได้ลองใช้งานหนักๆบนพื้นผิวเส้นทางหลากหลาย

…และนี่คือรีวิวการขับขี่ครั้งแรกกับมอเตอร์ไซค์คลาส 660 ที่จัดว่าครบเครื่องสุดๆรุ่นนี้
ภาพลักษณ์และมิติ
ดีไซน์การออกแบบตัวรถมาจาก Piaggio Advance Design Center โดยชื่อ Tuareg ได้รับแรงบันดาลใจจากชนเผ่าโบราณในชุดสีฟ้า เสรีชนผู้นิยามตนเองว่า “ผู้รักในอิสระ” ซึ่งอาศัยอยู่กลางทะเลทรายซาฮาราในแอฟริกาเหนือ …อย่างไรก็ตาม รูปทรง กราฟิกและโลโก้ ก็ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Aprilia Tuareg 600 Wind ในปี 1988 ด้วยเช่นกัน

“มิติ” ตัวรถเน้นความกระชับตามพิกัดมิดเดิลเวท ระยะฐานล้อยาว 1,500 มม. ระยะห่างจากพื้นถึงท้องเครื่อง 240 มม. ความสูงจากพื้นถึงเบาะ 860 มม. (ระบบช่วงล่างมีระยะยุบตัว 240 มม.ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง) ขนาดรถถือว่ากะทัดรัด มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ความสูงเบาะระดับนี้ จริงๆแล้วไม่สูงจนเกินไปสอบถามจากผู้ทดสอบที่มีความสูง 160-170 ซม. ไม่ใช่ปัญหาขับขี่ได้สบาย ปรับตัวนิดหน่อยก็พร้อมลุย โดยความสูงนี้ชดเชยกับน้ำหนักตัวรถที่ 204 กก. เมื่อเทียบตรงๆกับรุ่นอื่นๆ ก็กล่าวได้ว่า Tuareg 660 เป็นรถที่มีน้ำหนักเบาสุดในคลาส

ท่านั่ง : เบาะตอนเดียวนุ่ม นั่งไปแล้วช่วงล่างและตัวเบาะยุบตัวลงก็ช่วยให้ความสูงลดลงมาได้อีกนิดหน่อย เบาะตอนเดียวสามารถสไลด์ก้นปรับกับการขับขี่ได้ง่าย แฮนด์ทรงกว้างอยู่ในตำแหน่งที่พอดีไม่สูงเกินไป พักเท้าขนาดกว้างวางเท้าได้สบาย ถังน้ำมันเว้ารับต้นขาสามารถใช้เข่าหนีบติดกับตัวรถได้กระชับไม่เมื่อย

ท่ายืน : พักเท้าแบบ Off – Road วางเท้าได้เต็มไม่ลื่น ตำแหน่งตั้งแต่ข้อเท้าถึงต้นขาหนีบได้กระชับเพราะตัวรถมีความเพรียวบางจุดเว้าถังน้ำมันเว้ารับกับเข่าของผู้ขับขี่ได้ลงตัวช่วยให้การควบคุมทำได้อย่างมั่นใจในการพลิกเลี้ยว ตำแหน่งแฮนด์ที่กว้าง ไม่ต่ำเกินสามารถก้มตัวลงมาจับได้อย่างพอดี

ขุมพลัง 2 สูบเรียง
จากพื้นฐานขุมพลังเดียวกับพี่น้องร่วมค่ายอย่าง RS660 และ Tuono 660 บนแพลทฟอร์ม 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ 659 ซีซี. มีกำลังสูงสุด 80 แรงม้า ที่ 9,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 70 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบ/นาที โดยในสเปกของ Tuareg 660 มีการปรับแต่งรายละเอียดต่างจากเครื่องยนต์ที่ใช้ในโมเดล RS และ Tuono อยู่พอสมควร เช่น องศาแคมฯ และอัตราทดต่างๆ ทำให้ได้แรงบิดสูงสุดที่รอบเครื่องยนต์ต่ำกว่าตัว RS ถึง 2,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดที่สูงกว่าในรอบต่ำ ให้รอบต้นที่จัดจ้านกว่าเพื่อตอบสนองการขับขี่ในรูปแบบออฟโรดได้ดีนั่นเอง

อิเล็กทรอนิกส์เต็มคัน
Tuareg 660 เป็นหนึ่งในมอเตอร์ไซค์ชั้นเยี่ยมยุคใหม่ที่ครบเครื่องด้วยเทคโนโลยี อย่างแรกเลยคือ โหมดการขับขี่ 4 โหมด คือ URBAN ,EXPLORE ,OFF-ROAD ,INDIVIDUAL และที่น่าประทับใจอีกหนึ่งจุดคือ “คันเร่งไฟฟ้า” ซึ่งตอบสนองได้เหมาะสมกับโหมดการใช้งานนั้นๆ ได้อย่างสมูท นอกจากนั้นยังมี ระบบอิเล็กทรอนิกส์ APRC ย่อมาจาก “Aprilia Performance Ride Control” เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ปรับปรุงมาเพื่อโมเดลนี้โดยเฉพาะ

ประกอบด้วย ระบบ ATC : Aprilia Traction Control 4 ระดับ สามารถปิดได้ ระบบควบคุม AEB : Aprilia Engine Brake 3 ระดับ ระบบ ABS : Anti-Lock Braking System เปิด-ปิดได้เฉพาะล้อหน้า ระบบ AEM : Aprilia Engine Map 3 ระดับ และระบบ ACC : Aprilia Cruise Control สามารถล็อกความเร็วได้ที่เกียร์ 3 ถึง 6 เป็นต้นไป

โครงสร้างแกร่ง ช่วงล่าง-เบรกชั้นดี
ด้วยเมนเฟรมตัวถังแบบท่อเหล็กพร้อมซับเฟรม ให้ความแข็งแรงทนทานในการใช้งานในทางออฟโรด เครื่องยนต์ยึดติดกับโครงตัวถังถึง 6 จุด ( RS มี 3 จุด และ Tuono มี 2 จุด )โดยจุดยึดด้านหน้าทำจากอลูมิเนียมแบบใหม่ทำให้น้ำหนักเบา
ระบบกันสะเทือนจาก KYB ด้านหน้าเป็นโช้คหัวกลับขนาด 43 ม.ม. ระยะยุบ 240 มม. ด้านหลังจะเป็น MonoShock ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มและกระเดื่องซับแรง ระยะยุบ 106.5 มม.สามารถปรับแต่งได้เต็มระบบทั้งด้านหน้าและหลัง Compression, Rebound, Preload

สำหรับการทดสอบใช้งานหนักๆในทาง Off-Road ครั้งนี้ช่วงล่างที่ต้องเจอกับสภาพพื้นผิวที่มีความหลากหลาย ต้องยอมรับเลยว่าไม่สามารถหาข้อตำหนิสำหรับช่วงล่างชุดนี้ได้เลย ทั้งการซับแรงกระแทกหนักบนทางที่เป็นหินลอย หรือการเข้าโค้งสไลด์รถจนเกินตัวก็ยังสามารถดึงรถกลับมาได้อย่างง่ายดาย ด้วยช่วงล่างที่มีการยุบและคืนตัวที่ดีทำให้การควบรถทำได้ดีมากสอบผ่านครับระบบเบรก Brembo ด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 300 มม. ทำงานร่วมกับคาลิเปอร์เบรกแบบ Axle

4 ลูกสูบ ด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 260 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว เสริมระบบ ABS แบบ 2 แชนเนล จาก Continental เป็นระบบเบรกที่เชื่อถือได้อยู่แล้วเรื่องของประสิทธิภาพการใช้งาน ABS มีการตัดการทำงานที่ละเอียด มั่นใจเอาอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อควรระวังอาจจะต้องปรับตัวกับชุดเบรกหน้าเล็กน้อยในทาง Off-Road

ล้อหน้าซี่ลวดแบบจุ๊บเลสขนาด 90/90 – 21 นิ้วและล้อหลัง 150/70 -18 นิ้ว รัดด้วยยางแบบกึ่งลุย Pirelli Scorpion Rally STR ตามสไตล์ของตัวรถเน้นการใช้งานแบบลุยๆ ทั้งขนาดวงล้อและยางที่ให้พร้อมลุยหมดไม่สนทางใคร การยึดเกาะบนพื้นผิวโหดๆ ทางลูกรังมีหญ้า วิ่งในน้ำ โคลน หรือหินลอย ผ่านได้สบายๆ


ฟังก์ชันครบถ้วน
เรือนไมล์แบบ Full Digital TFT ขนาด 5 นิ้ว พร้อมเซ็นเซอร์ปรับความสว่างหน้าจอตามสภาพแสงแวดล้อมอัตโนมัติ บอกข้อมูลแบบครบครัน รวมไปถึงการเซ็ตติ้งต่างๆทำได้อย่างง่ายดาย ผ่านประกับทางด้านซ้ายมือ สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่เพื่อเปิดระบบนำทาง หรือดูข้อมูลของตัวรถได้ ผ่าน Aprilia MIA Connectivity System แต่ต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์เสริม PMP ก่อนถึงจะใช้ได้


ระบบไฟส่องสว่างรอบคันแบบ LED ชุดไฟหน้าออกแบบให้ดูแตกต่างเป็นเอกลักษณ์ไฟ DRL ของ Aprilia มาพร้อมกับชิลด์บังลมใสช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ทุกสภาพการใช้งาน

ถังเชื้อเพลิง 18 ลิตร Aprilia เคลมว่าสามารถวิ่งได้ถึง 450 กม. ด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงพิกัด 660 ทำให้อัตราสิ้นเปลืองไม่สูงมากนัก ดังนั้นถังไซซ์นี้ก็เพียงพอแล้วต่อการใช้งาน


สรุปความประทับใจสำหรับตัวผู้ทดสอบ
หลังจากขับขี่ในทุกๆรูปแบบการทดสอบครั้งนี้ ความประทับใจหลักๆต่อ Aprilia Tuareg 660 มี สามจุดหลักๆ ได้แก่
– จุดแรก เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดังใจ มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครันทำให้มั่นใจได้ในทุกสภาพการใช้งาน
– จุดที่สอง ระบบช่วงล่างที่เซ็ตติ้งไว้ใน Tuareg 660 ต้องยกให้เป็นช่วงล่างที่ผู้ทดสอบชื่นชอบสุดในช่วงเวลานี้ ถึงตัวแบรนด์ KYB อาจจะไม่ได้เป็นชื่อที่ผู้อ่านชื่นชอบเป็นอันดับต้นๆแต่ต้องบอกว่าสมรรถนะที่ได้นั้นเทียบกับแบรนด์ดังๆได้เลย
– จุดที่สาม Riding Position ท่าขี่-ท่านั่ง ที่ Aprilia ตั้งใจการออกแบบมาเน้นๆสำหรับผู้ขับขี่ในแนวออฟโรด สัมผัสทุกตำแหน่งตั้งแต่ฟุตเพจจนถึงแฮนด์เดิลบาร์ทำให้ควบคุมได้อย่างคล่องตัว …และที่เด่นสุดคือน้ำหนักตัวที่เบามาก ทำให้ Cover ไปถึงผู้ใช้งานร่างเล็กๆ สำหรับผมมองว่า Tuareg660 คันนี้ จะมือใหม่หรือมือโปร ก็สามารถขับขี่ได้อย่างสนุกในทุกเส้นทางแน่นอน

Aprilia Tuareg 660 วางจำหน่ายในประเทศไทย มีทั้งหมด 3 สี Martian Red, Acid Gold และ Indaco Tagelmust ด้วยราคาค่าตัวที่ 749,000 บาท
…ราคานี้ แลกกับสิ่งที่ได้นั้นคุ้มค่าแน่นอน ใครที่ชอบสนุกแบบผมในเส้นทางธรรมชาติไม่ควรพลาด !!!

