ทดสอบ-รีวิว Premium Scooter PIAGGIO Medley 150 ABS Special Edition

ผู้เขียน : รัสตาฟา
ภาพ : MTC Team6

ถ้าพูดถึง “พรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์” จากทางฝั่งยุโรป แบรนด์จากประเทศอิตาลีก็จัดว่าอยู่ใน “แถวหน้า” เสมอ และหนึ่งในแบรนด์เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงและยังคงยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งมาตลอดอย่าง PIAGGIO ก็มีจำหน่ายอยู่ในประเทศไทย ผ่าน “Motoplex Bangkok” ที่ดูแลโดย “เวสปิอาริโอ” และพวกเขาก็เพิ่งส่ง PIAGGIO Medley 150 ABS Special Edition มาให้เราสัมผัสสมรรถนะ ทั้งการใช้งาน “ในเมือง” และ การนำมันมา “ออกทริป” เดินทางระยะไกล…

บอกก่อนเลยว่านี่คือสกู๊ตเตอร์ในสไตล์ commuter urban ซึ่ง “ครบเครื่อง” ที่สุดรุ่นหนึ่ง มันเต็มไปด้วยฟังก์ชั่นดีๆมากมาย…ส่วนบทสรุปของการทดสอบจะเป็นอย่างไร ตามมาชมกันเลยครับ

150 ซีซี. เทคโนโลยี i-get และฟังก์ชั่นดีๆครบ!!
PIAGGIO Medley 150 ABS Special Edition มาพร้อมกับเครื่องยนต์เทคโนโลยี i-get ( Italian Green Experience Technology ) ที่ผ่านมาตรฐานค่าไอเสีย Euro4 ..ปริมาตรกระบอกสูบ 150 ซีซี. 4 จังหวะ สูบเดี่ยว ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด กำลังสูงสุดอยู่ที่ 15 แรงม้า ที่ 7,750 รอบ/นาที และมีแรงบิดสูงสุดที่ 14.4 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบ Automatic CVT

สัมผัสแรกที่ผมมีต่อ PIAGGIO Medley 150 ABS Special Edition พบว่า “แรงบิด” ในรอบต้นของเครื่องยนต์ทำได้ดีมาก มันให้แรงบิดที่ติดมือ ทำให้สามารถเร่งแซงได้อย่างง่ายดาย ส่วนความเร็วปลายก็ไม่แพ้กัน ออกไปขี่เดินทางท่องเที่ยว รถคันนี้ทำความเร็วยืนพื้นได้ที่ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง สบายๆ และสามารถทำ Top Speed ได้ถึง 115 กิโลเมตร/ชั่วโมง …จากการที่ผมพามันไป “เดินทาง” มาด้วยระยะทางรวมกว่า 300 กิโลเมตร บอกได้เลยว่าเครื่องยนต์บล็อคนี้ตอบโจทย์ได้ดีไม่แพ้รถ 150 ซีซี.รุ่นใดในท้องตลาดเมืองไทยเลยครับ

นอกจากนี้ยังมี “จุดน่าสนใจ” กับเทคโนโลยี Start & Stop system ซึ่งทำงานในขณะที่อุณหภูมิเครื่องร้อนถึงจุดที่ตั้งไว้ และจะหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ขณะรถจอดหยุดนิ่ง ส่งผลต่อการประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้นไปอีก (ฟังก์ชั่นนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่สกู๊ตเตอร์ยุคใหม่รุ่นท็อปๆติดตั้งกันมาเป็นสแตนดาร์ด) และใน PIAGGIO Medley 150 ABS Special Edition ก็ทำงานได้แม่นยำดีตามที่คาดหวังครับ

Riding Position สูง ยาว เข่า ดี
ด้วยขนาดความสูงจากเบาะถึงพื้นที่มีระยะ 799 มม. กับ น้ำหนักรถเพียง 132 กก. ทำให้รถเลี้ยวได้คล่อง คนขี่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าได้อย่างชัดเจน ด้วยการออกแบบมิตินี้ความสูงเบาะอาจจะเหมาะกับไซส์ยุโรปมากกว่า แต่สำหรับผมซึ่งมีความสูงเพียง 160 ซม. ซึ่งเป็นไซส์เอเชีย อาจรู้สึกว่า สูงไปบ้าง อย่างไรก็ตามเมื่อปรับตัวเข้ากับมันก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เพียงแค่ขยับ Body เล็กน้อยก็สามารถขับขี่ได้อย่างคล่องแคล่ว แถม Handling ก็ทำได้ดี ด้วยขนาดความกว้างของแฮนด์ที่พอเหมาะ บวกกับการดีไซน์ตัวรถที่โฉบเฉี่ยวไม่ใหญ่เทอะทะ และมีการออกแบบกระจกมองข้างที่เหมาะสม ทำให้การขับขี่ภายในเมืองขณะที่เราต้องซอกแซก การพลิกพลิ้วและมุด ทำได้คล่องแคล่ว ว่องไว หายห่วง !!

Good Suspension ช่วงล่าง เหมาะ!
ระบบช่วงล่างมาพร้อมกับโช้คหน้า Telescopic ที่มีระยะยุบตัว 88 มิลลิเมตร พร้อมโช้คหลังเป็นแบบคู่ สามารถปรับสปริง Preload ได้ถึง 5 ระดับ ถือว่าเป็นชุดช่วงล่างที่เหมาะสมกับรถในคลาสนี้ และทริปนี้ผมก็เอามาขับขี่โดยใช้ “ค่าเดิม” จากโรงงาน ช่วงล่างชุดนี้ตอบโจทย์ครับ ให้ความรู้สึกมั่นคงมากๆในการเข้าโค้ง หรือแม้กระทั่งในความเร็วสูง ส่วนช่วงที่ขับขี่ในเมือง ให้ความนุ่มนวลดีมาก เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ PIAGGIO Medley 150 ABS Special Edition ก็ว่าได้

เบรก ABS ตัดการทำงานได้อย่าง Smooth
อีกหนึ่ง “จุดเด่น” ของพรีเมียมสกู๊ตเตอร์สายพันธุ์อิตาเลียนคันนี้ คือมันมาพร้อมกับ Discs Brake จานเบรคหน้าขนาด 260 มม. และจานเบรคหลัง 240 มม. กับ “ไฮไลต์” ที่มีระบบ Dual Channel ABS ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ซึ่งรถสกู๊ตเตอร์ขนาด 150 ซีซี.สไตล์เดียวกันที่ขายในประเทศไทย ไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่มี ABS มาให้ ซึ่ง ABS 2 ชาแนลของ PIAGGIO Medley 150 ABS Special Edition ให้ระยะของการหยุดรถที่ค่อนข้างดี จังหวะการทำงานของ ABS ทำได้ Smooth ทีเดียว

ล้อหน้า 16 หลัง 14 แม็กซ์สวย
ขนาดล้อให้มาค่อนข้าง “เฉพาะตัว” ในแบบสกู๊ตเตอร์ยุโรป ล้อหน้าขอบ 16 นิ้ว และล้อหลังขอบ 14 นิ้ว มาพร้อมยาง Tubeless ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยางในขนาด 100/80 และ 110/80 ตามลำดับ ล้อกับยางเซ็ทนี้เสถียรดีครับ ไม่มีอาการส่าย มีช่วงที่ต้องวิ่งผ่านทางเปียกฝ่าสายฝน ก็ผ่านมาได้ไม่เกิดปัญหาอะไร ที่สำคัญผมว่าล้อแม็กซ์ออกแบบได้สวยงามมากๆ

ไฟหน้า หลอดไส้ สว่างชัด
Medley 150 ABS Special Edition มาพร้อมระบบไฟส่องสว่างแบบผสมผสาน นั่นคือโคมไฟหรี่เป็น LED และโคมไฟหลักใช้ “หลอดไส้” ทั้งหน้าและหลัง สามารถทำการเปิด-ปิดได้ที่ประกับแฮนด์ฝั่งขวามือ เนื่องจากช่วงท้ายของการทดสอบ ผมมีโอกาสใช้งานช่วงกลางคืน พบว่าไฟชุดนี้มีระยะการส่องสว่างของไฟที่กว้างและไกลพอสมควร

เรือนไมล์แบบผสมผสาน
การอ่านค่าต่างๆบนเรือนไมล์ถือเป็นอีก 1 สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน เจ้ารถคันนี้ทำได้ดีไม่แพ้ใคร ด้วยระบบเรือนไมล์แบบผสมผสานระหว่าง Digital กับ Analog ที่แสดงค่าต่างๆได้อย่างครบครัน เรือนไมล์เป็นระบบ Analog แสดงค่าความเร็วสูงสุดทั้งแบบ kph หรือ กิโลเมตร/ชั่วโมง และยังบอกเป็น mph หรือ ไมล์/ชั่วโมงอีกด้วย และมีเกจ์วัดน้ำมันที่ฝั่งซ้าย ส่วนฝั่งขวาเป็นการบอกอุณหภูมิของเครื่องยนต์ และแสดงสัญญานไฟต่างๆอย่างครบถ้วน ถัดมาที่ส่วนของ Digital บอก เวลา, ระยะทางรวม, โวลท์แบตเตอรี่, อุณหภูมิภายนอก ,จับ Trip ได้ถึง 2 Trip ซึ่งทั้งหมดสามารถควบคุมได้ง่ายดายผ่านปุ่ม Mode ทางฝั่งขวาของประกับแฮนด์ แถมมีไฟ LED ส่องสว่างอย่างสวยงาม

ถังน้ำมัน 7 ลิตร
PIAGGIO ออกแบบให้ฝาถังน้ำมันอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของคนขี่ ทำให้การเติมน้ำมันสะดวกสบาย จากถังน้ำมันขนาด 7 ลิตร ถือเป็นการออกแบบที่ใส่ใจกับรถในไซส์ 150 ซีซี. ทั้งนี้ผมได้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 40 กิโลเมตร/ลิตร ประหยัดน้ำมันได้ดีเกินคาด

มีช่อง USB กับ UBOX ไซส์เบิ้ม และการสั่งงานฟังก์ชั่นด้วยไฟฟ้า
จุดที่ถือว่าเป็น Highlights สำคัญของ PIAGGIO Medley 150 ABS Special Edition อีกมาก เริ่มที่การเปิดเบาะด้วย “ระบบไฟฟ้า” สามารถควบคุมได้จากปุ่มกดทางด้านซ้ายของปะกับ ทำให้สะดวกสบายมากๆ แถม U-Box ก็มีขนาดที่ใหญ่ ถึง 32 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ถึง สองใบ!!
ต่อมาเป็น Port USB ซึ่งถือว่ามีประโยชน์มาก มีช่องใส่โทรศัพท์ตรงช่องเล็กๆทางคอนโซลฝั่งซ้าย เปิดได้ด้วยการบิดกุญแจไปคลิกที่ 2 แล้วกดลง ก็มองเห็นช่อง Port USB ได้เลย …ขณะเดียวกัน “มือจับหลัง” ที่ให้มา ผมว่าไม่จำเป็นต้องแต่งเพิ่ม เมื่อต้องการใส่กล่องสัมภาระ เพียงดึงพลาสติกออกจากจับหลัง ก็ติดตั้งกล่องได้อย่างง่ายดาย

127,900 บาท เมดอิน อิตาลี!!
จากงานออกแบบสีสันและดีไซน์ที่ดูดีมากๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือ “งานประกอบ” PIAGGIO ทำรถรุ่นนี้ออกมาด้วยความปราณีต การเข้างานชิ้นส่วนต่างๆ ถือว่า เนี้ยบ!! แถมวัสดุที่ใช้แข็งแรงทนทาน
ค่าตัว PIAGGIO Medley 150 ABS Special Edition อยู่ที่ 127,900 บาท กับสีพิเศษให้เลือก 2 สี คือ สีเทาด้าน (Matt Cometa Grey) และ สีดำด้าน (Matt Vulcano Black)
ด้วยราคานี้ เมื่อเทียบกับออพชั่นที่ครบครันและสมรรถนะที่เราทดสอบการขี่ทั้ง 2 รูปแบบ มันสามารถตอบโจทย์ได้หมด…คุ้มไม่คุ้ม…อยู่ที่การตัดสินใจของคุณ บอกได้แค่ว่า …ในกลุ่มสกู๊ตเตอร์ 150 ซีซี. คันนี้ “ครบ” ที่สุดแล้วครับ
ขอบคุณ : Motoplex Bangkok