รีวิวไกล ไปให้สุดรอบเครื่อง.. “ENEOS MOTO Syn 4T” ..ชาวบิ๊กไบค์ถูกใจสิ่งนี้!

ถ้าอ่านตามคู่มือที่แถมมากับรถล่ะก็ 10W-40 คือรหัสน้ำมันเครื่องที่มักจะถูกแนะนำเอาไว้เป็น “พื้นฐาน” ที่ครอบคุลมการใช้งานทั่วๆไปในเมือง ..แล้วมันตอบโจทย์การใช้งานของคุณหรือเปล่าล่ะ? สำหรับเพื่อนๆชาวบิ๊กไบค์ เราจะ “รู้กันดี” ถึงไออุ่นรักจากเครื่องยนต์ ที่มักจะมาหาเราอย่างสม่ำเสมอเมื่อจอดรถติดหรือขับขี่ในรอบสูงแล้วถูกสัมผัสอย่างแถวเบาบริเวณข้อเท้า (ข้อต่อระหว่างกางเกงและรองเท้านั่นเอง).. ทำให้แม้ไม่ต้องใช้ความรู้ใดๆมาก เราก็พอจะทราบดีว่าอุณหภูมิของเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่กว่า 400 ซีซี. มีความร้อนสูงกว่ารถเล็กพอสมควรเลย

หรือใครเคยมีอาการ “คันเร่งตื้อ” เมื่อเครื่องยนต์เริ่มทะยานเข้าสู่รอบสูงๆกันหรือไม่? การตบเท้าเข้าเกียร์ที่ “แข็ง” กว่าตอนเดินรอบต่ำอย่างสังเกตได้..ทั้งหมดทั้งมวลมาจากการทำงานของน้ำมันเครื่องนี่แหละครับ(?)


และเนื่องจากผมมีโอกาสได้ลองน้ำมันเครื่องสูตรใหม่จาก “Eneos”.. ชื่อคุ้นล่ะสิ! ผู้สนับสนุนน้ำมันเครื่องให้ทีมแข่ง MotoGP “Monster Energy Yamaha” ของ The Doctor #46 Valentino Rossi นั่นแหละ ซึ่งสืบทอดและตกตะกอน DNA จากการพัฒนาน้ำมันเครื่องเหล่านั้นสู่ “MOTO Syn 4T” ในรหัส “10W-50” ที่ต้องบอกว่าคนใช้ 10W-40 มาก่อนอย่างผมต้องผงะเลย.. ลองไปอ่านกันดูครับ^^

“10W-50”
SAE 10W-50 JASO MA2… สารพัดรหัสหน้ากล่อง จนมือใหม่หลายท่านอาจจะงงว่า “นี่ฉันกำลังอ่านภาษามนุษย์อยู่ใช่หรือไม่?” ..ดังนั้นเราจะมาปูพื้นฐานของรหัสเหล่านี้กันจางๆก่อน จะได้อ่านรีวิวนี้แบบเต็มอรรถรสนะครับ

เริ่มที่ “SAE” ย่อมาจาก Society of Automotive Engineers หรือสมาคมวิศวกรยานยนต์ เป็นชื่อบอกค่ามาตรฐานว่ากำหนดมาจากองค์กรนี้นะจ๊ะ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เข้าใจและใช้กันทั่วโลก

ตามด้วย “10W” โดยตัวเลข 10 ด้านหน้านั้น จะบอกถึงค่าความหนืดในขณะที่เครื่องยนต์เย็นโดยที่น้ำมันจะยังไม่เป็นไข (ที่เห็นบ่อยๆคือ 0, 5, 10, 15, 20) ซึ่งสำหรับ 10W นั้นจะคงความหนืดไว้ได้อย่างดีเยี่ยมถึงอุณหภูมิ -20 องศาเลย(ด้วยบ้านเราก็คงไม่ต้องพูดถึงหรอกครับ) และ W นั่นก็คือการย่อมาจากคำว่า Winter หรือช่วงอุณหภมิที่หนาวเย็นนั่นเอง

และเลข 50 ด้านหลังที่ตามมาจากตัวอักษร W นั้นก็คือ ค่าความหนืดที่อุณหภูมิเครื่องยนต์ 100 องศานั่นเอง.. เอ้า! แล้วแบบนี้เจ้า 10W-50 มันก็หนืดกว่า 10W-40 ล่ะสิ มันควรจะหล่อลื่นไม่ใช่หรอ? ใช่ครับ.. สำหรับเครื่องยนต์เล็กๆหรือรถที่ใช้รอบเครื่องยนต์ไม่สูงมากนั้น การใส่เจ้า 10W-50 ดูจะตึงมือไปหน่อย นอกจากจะหนืดเกินไปจนทำให้เสียแรงม้า เสียน้ำมันโดยสิ้นเปลืองแล้วยังเร่งเวลาให้เราเสียเครื่องยนต์ไปไวกว่าเดิมอีก

ส่วนเจ้า “JASO MA2” ก็คือตัวย่อ องค์กรมาตรฐานยานยนต์ญี่ปุ่น Japanese Automobile Standards Organization ที่ได้กำหนดค่าแรงเสียดทานของน้ำมันเครื่องตัวนี้เอาไว้ในเกรดปานกลางที่มีค่าแรงเสียดทานสูง ส่วนเกรดอื่นๆที่เราพอจะเห็นกันไล่ตามระดับสูงไปต่ำก็มี JASO MA / JASO MA1 / JASO MA2 และ JASO MB ซึ่งให้ค่าความเสียดทานที่ต่างกันไป


และรถเครื่องแรงๆ รอบจัดๆอย่างรถบิ๊กไบค์ทั่วไปแล้ว มักมีอุณหภูมิสะสมที่สูง การใช้น้ำมันเครื่องความหนืดน้อยไปนั้นอาจจะทำให้การหล่อลื่นในช่วงรอบสูง ที่ต้องใช้ค่าความหนืดอย่างพอดีตัวในการหล่อลื่นเครื่องยนต์ ไปจนถึงระบบเกียร์ ซึ่งเป็นรอบกำลังขี่สนุกนั้นเกิดอาการ “ตื้อ” เร่งไม่ขึ้นซะอย่างนั้น!

เปลี่ยนปั๊บ! รับคุณภาพ..
มิได้เป็นการประชดใดๆ แต่เป็นการบอกจากใจจริงของผู้เขียนที่เคยคิดว่า “แค่เติมแบบพื้นฐานก็พอ จะไปต่างอะไรกันมากมายนัก” แต่เมื่อสถานการณ์บีบบังคับให้เราได้ลองเจ้า “ENEOS MOTO Syn 4T รหัส 10W-50” แล้วสตาร์ทเครื่องหวดออกจากศูนย์บริการ.. ผมก็ต้องแปลกใจ

“ความอคติ” ของผมเป็นอันต้องมลายหายไป หลังจากการสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้สักพัก(2-3 นาที) พอให้เครื่องได้เข้าสู่อุณหภูมิที่เหมาะสม และน้ำมันเครื่องได้ไหลเวียนอยู่ในเครื่องยนต์อย่างเต็มระบบ..

“แกร๊ก!”

เสียงตบเกียร์ 1 ดังลั่นของ Yamaha XSR900 (ลูกรักของผม) เน็กเก็ตเฮอริเทจจากยามาฮ่า ขุมพลัง 3 สูบเรียง CP3 การันตีความแรงจากโมเดลเน็กเก็ตขายดี MT-09 ..ใครที่เคยสำผัสก็คงรู้ดีถึงความ “ดีด” ในเครื่องยนต์ชุดนี้ ..ปิด Traction Control เปิดคันเร่ง ทะยานสู่ “จันทบุรี” ซะเลย ไหนๆก็ไหนๆ ทดสอบกันให้รู้ซึ้งกับระยะทางไป-กลับ(และเที่ยว) กว่า 700 กิโลเมตร!


เริ่มเดินทางได้ไม่นานก็พบเจอกับความ “เปลี่ยนไป” ของใจเธอ.. เอ๊ย! ของ “จังหวะเครื่องยนต์” จากก่อนหน้าที่คิดมาตลอดว่าคงเป็นเพราะระบบไอเสีย ที่จะต้องตัดกำลังในบางรอบเครื่องเพื่อรักษามาตรฐานไว้ แต่เพียงแค่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องให้เหมาะสม กับรู้สึกได้ถึงแรงม้าที่เพิ่มขึ้น การเร่งรอบกลาง-สูงทำได้ลื่นไหลมากขึ้น การบิดเปิดคันเร่งจึงทำได้อย่างสนุกสนานและต่อเนื่องอย่างมากโข.. สิ่งเหล่านี้เห็นผลชัดเจนที่สุดตอนไหน? ในจังหวะที่เราต้องการความต่อเนื่องของการส่งกำลัง เช่นการเข้าโค้งต่อโค้ง การที่เปิดคันเร่งแล้วรู้ว่ามีแรงมาเสริมให้รถวิ่งไปในไลน์ที่เราต้องการนั้นดีขึ้นมาอย่างรู้สึกได้


นอกจากนี้ “ความนุ่มนวล” ในการเปลี่ยนเกียร์ก็ถูกยกระดับขึ้นมาอีกขึ้น ..เมื่อเครื่องร้อนได้ที่จากการเดินทางไกลครั้งนี้ ทำให้รู้ได้ทันทีว่าระบบเกียร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากปกติที่มักจะมีอาการสับเกียร์วืดบ้าง เหตุจากการกำ-ปล่อยคลัทช์ไม่สุด ..แต่เมื่อได้รับน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมก็ทำให้เฟืองเกียร์จับกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปด้วย.. ซึ่งเสียง “แกร๊ก” จากการเข้าเกียร์ครั้งแรกตอนสตาร์ทเครื่องก็เบาลงไป จุดนี้ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยล่ะครับว่าการหล่อลื่นภายในระบบเกียร์นั้นดีขึ้นจริงๆ..

700 กิโลเมตรสุดชิลล์
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเดินทางไกลๆนั้น “ล้า” หนักมาก ดังนั้นปัญหาเล็กๆที่บางครั้งเรามองข้ามอย่างเรื่องความต่อเนื่องของการส่งกำลัง อุณหภมิเครื่องยนต์ การหล่อลื่นของเหลวต่างๆ อาจจะส่งผลให้โต ทั้งต่อร่างกายและรถที่คุณรักได้เลยทีเดียว


อย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่าเจ้า “MOTO Syn 4T” กระปุกนี้ ได้ทำให้การส่งกำลังเครื่องยนต์โดยรวมของ XSR900 คันนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไรในช่วงทางโค้งสั้นๆ เช่นเดียวกันกับการเดินทางยาว ผ่านจังหวัด กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง สู่ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จังหวัดจันทบุรี ด้วยย่านความเร็ว “สบายๆ” ระหว่าง 120 – 140 กม./ชม. (ซึ่งผมเชื่อว่าสายออกทริปก็วิ่งกันชิลด์ๆประมาณนี้) รอบเครื่องยนต์ของ 3 สูบ 847 ซีซี. คันนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 5,000 รอบ.. การเติมคันเร่งในจังหวะคึกคะนองก็เป็นไปได้ดังที่คิด หากตัดปัญหาที่เกิดจากอุปกรณ์อื่นๆเมื่อถึงช่วงความเร็วที่ต่างกันไป นี่คือน้ำมันเครื่องที่ผมคิดว่าตอบโจทย์ต่อรถจักรยานยนต์ “บิ๊กไบค์” ได้อย่างน่าพอใจทีเดียวครับ


เมื่อได้เพลิดเพลินกับเครื่องยนต์และการส่งกำลังที่นุ่มลื่น ทำให้การขับขี่ถนนเลียบทะเลที่สวยที่สุดแห่งภาคตะวันออกอย่าง “ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต” เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เตรียมช่วงล่าง ยาง น้ำมันให้พร้อมสรรพแล้วเริ่มออกผจญภัยไปในทุกเส้นทางที่เราอยากไปได้เลย..

บอกก่อนนะครับว่านี่เป็นเพียงการเล่าสู่กันฟังตามประสาคนใช้งานรถด้วยกันให้ได้ทราบ ส่วนใครอยากลองหรือพิสูจน์ว่าสิ่งที่ผมกล่าวไปนั้นเป็นความจริงหรือไม่อย่างไร อยากจะลองสัมผัสกับน้ำมันเครื่องเกรดระดับโลก “ENEOS” ก็ลองติดตามข่าวสารหรือสอบถามข้อมูลกันได้ที่ www.facebook.com/eneosthailand หรือ www.eneosthailand.com ได้เลย
และสำหรับน้ำมันเครื่องสังเคราะห์(Fully Synthetic) “ENEOS MOTO Syn 4T 10W-50” รุ่นใหม่ล่าสุดกระป๋องนี้ สนนราคาอยู่ที่กระป๋องละ 400 บาท เท่านั้นเองจ้า!

..

เรื่อง: GUN1000R
ภาพ: ภิญโญ จันทร์เพ็ชร

[envira-gallery id=”6481″]