ชอบไหม!? สรุป 6 ประเด็น เปิดตัว DAYTONA 660 จาก Triumph

มาซะที!! 3 สูบเรียงสปอร์ตฟูลแฟริ่งจาก Triumph ที่ซุ่มดีไซน์มาเพื่อเติมเต็มไลน์อัพเครื่องยนต์คลาส 660 ซึ่งในที่สุดก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมเตรียมวางขายทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วย
มีอะไรน่าสนใจในสปอร์ตสามสูบเรียงคันนี้บ้าง?? สรุป 6 ประเด็นมาให้เข้าใจง่ายๆตามนี้!

1.ตอกย้ำโฉมแบบ DAYTONA
เห็นแวบแรก ก็สัมผัสได้ถึง DNA จากต้นฉบับ Daytona สปอร์ตของไทรอัมพ์ที่คุ้นตา โดยตัว 660 คันนี้ ออกแบบตัวถังใหม่ให้ดู “คอมแพ็ค” กระชับ แทบจะไม่เหมือนรถสปอร์ตขนาด 660 ซีซี. บอดี้พาร์ทถูกปรับโฉมด้วยมุมมองใหม่ให้มีเส้นสายเฉียบคมและดูคลีนมากขึ้น มีกราฟิก ‘660’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง ชุดไฟหน้าใช้หลอด LED คู่ แยกซ้ายขวา ตรงกลางคือช่องแรมแอร์ ขณะที่ไฟท้าย LED ทรงเดียวกับไทรเดนท์ ส่วนเบาะนั่งมีเบาะคนซ้อน แต่หากใครเน้นรูปลักษณ์สปอร์ตเต็มๆฟีลก็มีของแต่งที่เสริมให้เล่น

2.มิติดี เน้นขี่ง่าย
ด้วยแชสซีส์รถของตระกูล 660 ที่ให้ความสำคัญเรื่องบาลานซ์ ทำให้มิติของ Daytona 660 ตอบสนองการควบคุมแบบสปอร์ตยุคใหม่ที่ “ขี่ง่าย” และคล่องตัวสูง ระยะฐานล้อสั้นเพียง 1425.6 มม. ความสูงของเบาะนั่ง 810 มม.(มีอุปกรณ์เสริม Low Seat ให้เลือกใช้ โดยจะลดความสูงของเบาะนั่งลงได้ 25 มม. เหลือเพียง 785 มม. เท่านั้น) แฮนด์แบบคลิปออนพร้อมช่วงกลางรถที่เพรียวบาง ตำแหน่งคร่อมรถช่วยให้ทรงตัวได้ง่าย ระยะแฮนด์และพักเท้าได้รับการเซ็ทมารับกับท่านั่งเน้นขี่ใช้งานได้ทุกวันแบบสบายๆ โดยน้ำหนักรถอยู่ที่ 201 กก.

3.ขุมพลังอัพเกรด ตามสไตล์สปอร์ต
จุดสำคัญของเครื่องยนต์สามสูบ 660cc ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ อัพกำลังสูงสุดไว้ที่ 95 แรงม้า ที่ 11,250 รอบต่อนาที (Redlineทะลุไปถึง 12,650 รอบต่อนาที) ส่วนแรงบิดสูงสุด ขยับไปที่ 69 นิวตันเมตร ที่ 3,125 รอบต่อนาที(เทียบกันแล้วพละกำลังมากกว่า Trident 660 ถึง 17% และให้แรงบิดมากกว่า Trident 660 ถึง 9%) นอกจากนี้ Daytona 660 ยังมีการส่งย่านกำลังได้อย่างสมูททั้งรอบต่ำ-กลาง-สูงผ่านเกียร์ 6 สปีด(มีควิกชิพเตอร์เป็นอุปกรณ์เสริม) พร้อมออกแบบท่อไอเสียใหม่ ให้เสียงเร้าใจสไตล์สปอร์ตมากกว่าตัวไทรเดนท์

4.โหมดขับขี่ 3 แบบ
คุณสมบัติทางอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มจากคันเร่งไฟฟ้า Ride By Wire ที่ให้การตอบสนองของคันเร่งแม่นยำฉับไว ที่สำคัญคือมีไรดิ้งโหมดให้เลือก 3 ระดับ ได้แก่ Rain ,Road ,Sport ซึ่งแต่ละโหมดมีการตอบสนองคันเร่งและระดับการแทรกแซงระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (TC)ที่แตกต่างกัน โดยที่ Traction Control สามารถเปิด-ปิดได้โดยใช้เมนูหน้าจอ TFT นั่นเอง

5. ความปลอดภัย
ระบบช่วงล่าง “สมตัว” ด้วยโช้คหน้าคู่หัวกลับของ Showa (SFF-BP) ขนาดแกน 41 มม. ระยะยุบ 110 มม. ,ระบบกันสะเทือนหลังโช้ค RSU เดี่ยว Showa ปรับพรีโหลดได้ ช่วงยุบ 130 มม. ขณะที่ระบบเบรก ใช้ดิสค์หน้าคู่ จานดิสค์แบบลอยตัว เส้นผ่านศูนย์กลาง 310 มม. คาลิเปอร์หน้าเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ส่วนเบรกหลังดิสค์เดี่ยว เส้นผ่านศูนย์กลาง 220 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว พร้อม ABS แบบ 2 Channel สุดท้ายคือการเลือกใช้ยางสเปคสูงอย่าง Michelin Power 6 ครอบคลุมการใช้งานสไตล์สปอร์ตออนโรดของ Daytona 660 ได้พอเหมาะ

6. สามสี พร้อมออพชั่นเสริมครบๆ
DAYTONA 660 มีให้เลือกสามสี ได้แก่ Carnival Red ,Snowdonia White , และ Satin Granite พร้อมอุปกรณ์เสริมของแท้จากไทรอัมพ์มากกว่า 30 รายการ ทั้งของแต่งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย สไตล์ และการใช้งานจริง เช่น ระบบการเชื่อมต่อ My Triumph พร้อมระบบนำทาง Turn-by-turn หรือจะเป็นระบบ Triumph Shift Assist ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เร็วขึ้น และสามารถลดเกียร์ลงด้วยระบบ Auto-blip

อุปกรณ์เพิ่มเติมอื่น ๆ ได้แก่ ฮีทกริ๊ป ช่องเสียบ USB ใต้เบาะนั่ง ,ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS) นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าติดถังน้ำมันและชุดท้ายรถซึ่งเพิ่มความจุในการบรรทุกสัมภาระ ส่วนอุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัยอย่างระบบสัญญาณเตือนภัย Triumph Protect+ และเครื่องติดตาม Triumph Track+ พร้อมการตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน รวมถึงระบบล็อคที่ครอบคลุม ก็ต้องดูอีกที่ว่าโมเดลที่จำหน่ายไทยมีด้วยมั้ย

สำหรับเรื่องเซอร์วิสของไทรอัมพ์จะมีจุดเด่นที่คือรอบการเข้าบำรุงรักษาที่ค่อนข้างยาว 16,000 กิโลเมตร (พร้อมการรับประกัน 2 ปี ไม่จำกัดระยะทาง)
สุดท้ายคือราคาจำหน่ายที่คงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจาก Triump Thailand อีกที…แต่เดาตรงนี้ว่าคงเกิน Trident 660 ไปสักเล็กน้อยละมั้ง!!