800MT-X 2025

800MT-X 2025 แอดเวนเจอร์ไซส์กลางจาก CFMoto

800MT-X 2025 แอดเวนเจอร์ไซส์กลางจาก CFMoto

800MT-X 2025

ค่ายมังกรฟ้าเปิดตัว CFMoto 800MT-X 2025 แอดเวนเจอร์ไบค์ไซส์กลาง แต่ในตอนนี้ถือเป็นพิกัดใหญ่ที่สุดของทางค่าย เนื่องจากยังไม่มีพิกัดตัวพัน มีเพียง 800MT ที่เป็นทัวริ่งแอดเวนเจอร์ แต่คันนี้มีรหัส X ต่อท้ายสื่อถึงความสามารถในการบุกตะลุยสมกับเป็นสายลุยหรือแอดเวนเจอร์ไบค์แบบเต็มตัวนั่นเอง

สำหรับการออกแบบโมเดลนี้ไม่ใช่แค่จับทัวริ่งแอดเวนเจอร์ไบค์ที่เป็นเหมือนแฝดคนละฝามาแปลงเอาแบบง่าย ๆ แต่เป็นการออกแบบขึ้นมาใหม่เพื่อให้มันพร้อมลุยจริง ๆ แม้ว่าตัวยังมีกลิ่นอายของ MT พิกัด 800 ที่เป็นทัวริ่งอยู่ก็จริง แต่หลาย ๆ ส่วนมีการออกแบบใหม่

800MT-X 2025

เส้นสายตัวรถให้ความรู้สึกปราดเปรียวแม้ว่าจริง ๆ แล้วรถก็ไม่ใช่คันเล็ก ๆ ซึ่งโมเดลนี้จะมีจุดเด่นเลยคือถังน้ำมันแบบห้อยต่ำขนาดใหญ่ถึง 22.5 ลิตร เพื่อให้ศูนย์ถ่วงของรถอยู่ต่ำมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้รถนั้นมีความนิ่งเสถียรกว่าถังน้ำมันด้านบน ด้านหน้ามีบังโคลนหน้ายกสูงเพื่อรองรับการลุยป้องกันการสะสมของดินโคลน

เบาะนั่งดีไซน์แบบราบตามสไตล์ของรถแอดเวนเจอร์ที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถยืนเพื่อถ่ายเทน้ำหนัก บาลานซ์และควบคุมรถเวลาที่จะต้องยืนขับขี่ผ่านอุปสรรคต่าง ๆ

ขุมพลังเครื่องยนต์ 2 สูบเรียงระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 799 ซีซี แม้จะเป็นเครื่องตัวเดียวกับตัวทัวริ่งแอดเวนเจอร์ ทว่ามีการปรับจูนใหม่ให้มีแรงบิดที่เพิ่มมากขึ้น ให้ใช้ไว้บุกตะลุยอุปสรรคหรือเส้นทางออฟโร้ดนั่นเอง โดยเคลมกำลังแรงม้าสูงสุดที่ 93.87 แรงม้าที่ 8,500 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดสูงสุดมากถึง 87 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบต่อนาที มากกว่าอีกโมเดลถึง 10 นิวตันเมตรเลยทีเดียว ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีด ถ่ายลงล้อหลังด้วยระบบโซ่ พร้อมระบบสลิปเปอร์คลัตช์

ช่วงล่างเองก็ให้มาแน่น ๆ พร้อมลุยทุกเส้นทาง เฟรมใช้วัสดุแบบเหล็กโครโมลีน้ำหนักเบา มีระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบหัวกลับขนาด 48 มม. ปรับแต่งได้ทั้งพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ ด้านหลังเป็นโช้คเดี่ยวปรับแต่งได้ทั้งพรีโหลด คอมเพรสชันและรีบาวด์ร่วมกับสวิงอาร์ม

ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 320 มม.กับคาลิเปอร์เบรก J.Juan เรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ ด้านหลังดิสก์เบรกเดี่ยว 260 มม. กับคาลิเปอร์เบรก J.Juan  แบบ 2 ลูกสูบ ล้อซี่ลวดแบบไม่ใช้ยางในรัดด้วยยางพร้อมลุยขนด

800MT-X 2025

สำหรับเทคโนโลยีคันนี้ตัวรถใช้ระบบคันเร่งไฟฟ้าเพื่อสั่งงานความแรง พร้อมโหมดการขับขี่ 3  โหมด Standard, Rain และ Off-Road มีระบบแทรคชันคอนโทรล ระบบเบรก Cornering ABS ควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ครูซคอนโทรล หน้าจอสีแนวตั้ง 7 นิ้วปรับองศาได้ 4 ระดับเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง และช่องจ่ายไฟแบบ USB-A และ USB-C

800MT-X 2025

เรื่องของการจำหน่ายตัวรถจะมีสองเฉดสีให้เลือก เปิดราคาที่ 53,680 หยวนหรือราว ๆ 250,500 บาท เข้าไทยก็น่าจะเพิ่มจากนี้อีกไม่มากนัก แต่ตัวแทนไทยเนี่ยสิเมื่อไหร่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมขายสักที

อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่

ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่