Suzuki DR-Z4S 2025 ดูอัลสปอร์ตสุดทันสมัยจากค่ายคนระห่ำ
Suzuki DR-Z4S คือการวิวัฒนาการของ DR-Z400S ดูอัลสปอร์ตไบค์จากทางค่ายคนระห่ำ มันคือโมเดลใหม่ล่าสุดที่จะกำหนดคำนิยามของความคล่องตัวและสมรรถนะของรถซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งบนทางดำและทางฝุ่น ตัวรถโดดเด่นด้วยสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร พร้อมเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาใหม่ วางลงบนเฟรมที่สร้างขึ้นมาใหม่ และเสริมเขี้ยวเล็บให้น่าใช้งานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยในแบบที่ใครเห็นก็ต้องอยากได้
สไตล์และดีไซน์
โมเดลนี้จะมีการดีไซน์คล้ายคลึงกับรถในตระกูล RM-Z แต่ได้ออกแบบให้มีชิ้นส่วนด้านข้างเชื่อมต่อจากด้านหน้าไปยังด้านท้ายเพื่อให้รู้สึกว่ารถดูปราดเปรียว สังเกตได้จากบังโคลนหน้าไปยังแฟริ่งด้านข้างจรดไปจนถึงท้ายรถ
ไม่เพียงแต่เรื่องของเส้นสาย ทางค่ายยังได้ใส่ใจเรื่องของการยศาสตร์เป็นสำคัญอีกเรื่อง โดยออกแบบมาให้ผู้ขับขี่สามารถขยับตัวเพื่อถ่ายเทน้ำหนัก บาลานซ์ตัวรถได้ง่ายไร้การสะดุด
นอกจากนี้ตัวรถยังโดดเด่นด้วยไฟหน้า LED แบบดวงเดียว ประหนึ่งไซคล็อป ดูแปลกตาดีสำหรับรถสไตล์นี้ ส่วนระบบไฟส่องสว่างอื่น ๆ รอบคันเป็น LED เต็มระบบแล้วครับ ส่วนหน้าจอแสดงผลจะเป็น LCD ดิจิทัลธรรมดา แต่แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน
ขุมพลัง
สำหรับเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องบล็อกใหม่ที่ออกแบบให้ผ่านมาตรฐาน Euro5+ เป็นเครื่องสูบเดียว 398 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ แบบ DOHC 4 วาล์ว ซึ่งทางค่ายเคลมมาว่าจะยังคงทนทานไว้ใจได้ไม่ต่างอะไรกับ DR-Z400 ให้กำลังที่เนียน แต่ดุดันด้วยทอร์คที่มากกว่าในรอบที่ต่ำกว่า รวมไปถึงแรงม้าที่มากกว่า โดยที่ยังประหยัดน้ำมัน ทำให้ถังน้ำมันขนาด 8.7 ลิตรพาคุณไปได้ไกลกว่าที่คิดเลยแหละ
โดยเคลมแรงม้ามามากถึง 38 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 37 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ
ซึ่งทำได้ด้วยการใช้วาล์วไอดีไทเทเนียมน้ำหนักเบา วาล์วไอเสียแบบกลวงที่ภายในบรรจุโซเดียมไว้ช่วยป้องกันการโอเวอร์ฮีท ไปจนถึงการใช้ลูกเบี้ยวทรงใหม่และลูกสูบใหม่ ยังมีการใช้ฝาสูบใหม่ รอบรับระบบหัวเทียนคู่ เสื้อสูบใหม่ ระบบแอสซิสต์และสลิปเปอร์คลัตช์ชุดใหม่อีกด้วย
ช่วงล่าง
โมเดลนี้ได้เฟรมทวินสปาร์เหล็กกล้าที่พัฒนาขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ มีซับเฟรมและสวิงอาร์มเป็นอลูมิเนียมช่วยในเรื่องของน้ำหนัก ออกแบบโดยโฟกัสไปที่ความแม่นยำและความคล่องตัว โดยที่เฟรมนั้นมีความแข็งแรงแต่ก็ยืดหยุ่นได้มากพอที่จะช่วยซับแรงกระแทกเวลาขับขี่ในเส้นทางออฟโร้ดได้ ซึ่งจะช่วยลดการเมื่อยล้าได้ดี
ระบบกันสะเทือนของรถนั้นมาจากทาง KYB จูนมาเป็นพิเศษให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่ พร้อมระยะยุบที่เพียงพอกับการขับขี่แบบสมบุกสมบัน ด้านหน้าจะเป็นโช้คหัวกลับ ด้านหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวพร้อมกระเดื่อง โดยสามารถปรับคอมเพรสชั่นและรีบาวด์ได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แต่ด้านหลังจะสามารถปรับพรีโหลดเพิ่มเติมได้อีกด้วย ระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ส่วนล้อจะเป็นล้อซี่ลวดแบบต้องใช้ยางใน ด้านหน้ามีขนาด 21 นิ้ว หลัง 18 นิ้ว รัดด้วยยาง IRC GP-410 ที่เป็นยางแบบสองประสงค์ใช้งานได้ทั้งทางดำและทางฝุ่นตามสไตล์
เทคโนโลยี
ถือเป็นไฮไลท์เลยสำหรับโมเดลนี้ โดยทางซูซูกิจัดแพ็คเทคโนโลยีมาช่วยผู้ขับขี่ไว้ได้แบบครบครันจนน่าทึ่งเลยทีเดียว กับชุดระบบ Suzuki Intelligent Ride System ซึ่งก็ประกอบไปด้วยระบบต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโหมดพาวเวอร์โหมด 3 ระดับ ที่จะเรียกกำลังได้แตกต่างกันเพื่อให้ตอบสนองกับสถานการณ์การใช้งานแบบต่าง ๆ ได้สะดวก แทรคชันคอนโทรล 2 โหมด ให้เลือกใช้งาน พร้อมโหมด G สำหรับขับขี่บนทางออฟโร้ด ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายมากขึ้น ยังมีระบบเบรก ABS ที่สามารถปิดเปิดได้ เพื่อให้ตอบสนองกับการขับขี่บนทางออฟโร้ดมากที่สุด
นอกจากเรื่องขับขี่แล้วยังมีระบบช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นยังระบบอีซี่สตาร์ท แค่ปลายนิ้วกดก็สตาร์ทติดได้ทันที ไม่ต้องกำคลัตช์
สุดท้ายมีจำหน่ายด้วยกัน 2 เฉดสี คือ สีเหลือง Champion Yellow และสีเทา Solid Iron Grey แต่จะจำหน่ายในไทยมั้ย เมื่อไหร่ และเท่าไหร่นั้นคงต้องรอติดตามกันต่อล่ะครับ
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่














