2025 Low Rider ST อัปเกรดใหม่ แรงพร้อมหล่อยิ่งขึ้น
เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วยการใช้แนวคิดจิตวิญญาณแบบสปอร์ตทัวริ่งของทาง Harley-Davidson ใส่ลงไปด้วย กลายเป็น 2025 Low Rider ST ที่เหมาะกับการซิ่งเที่ยวในวันหยุดพร้อมสมรรถนะที่ดีขึ้น และสไตล์ที่หล่อลงตัวยิ่งกว่าที่ผ่านมา
ในเรื่องของดีไซน์นั้นมีการปรับใหม่ให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับกล่องข้างตัวรถที่ออกแบบใหม่แบบสมมาตรกันซ้ายขวา ดูไม่ขัดตาเหมือนโมเดลก่อนแล้ว โดยตัวกล่องล็อคได้ รวมถึงสามารถถอดและใส่ได้ง่ายกว่าเดิม และปรับจุดติดตั้งใหม่ให้สูงขึ้น ดูเข้ากับรถมากยิ่งขึ้น โดยมีความจุรวมกัน 56.6 ลิตร
ยังมีการปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้ดูสปอร์ตมากขึ้น ได้แก่ บริเวณครอบกรองอากาศ ครอบเครื่อง ครอบคลัตช์ ครอบเดอร์บี้ บาร์ติดกล่องข้างและแบดจ์ รวมไปถึงะเปลี่ยนล้อเป็นล้ออลูมิเนียมสีดำแทนที่สีบรอนซ์ และสุดท้ายมีการปรับแต่งไฟท้ายใหม่ให้ดูทันสมัยมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีตัวเลือก Chrome Trim ที่จะเพิ่มชิ้นส่วนโครเมียมในตัวรถให้โดดเด่นแสบตายิ่งขึ้นในหลากหลายพาร์ท อาทิ ล้ออลูมิเนียม ท่อไอเสีย กรองอากาศ ครอบก้านกระทุ้ง ครอบเครื่อง ครอบเดอร์บี้ บาร์ติดกล่องข้างและแบดจ์ แฮนด์บาร์และตัวยกแฮนด์ คอนโซล และสุดท้ายคือกระจกมองข้าง อีกทั้งกราฟิกรูปปีกที่ถังน้ำมันที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Tour Glide จากปี 1981
ทีนี้มาถึงเรื่องสำคัญอย่างขุมพลังกันบ้าง โมเดลนี้จะใช้เครื่องยนต์ใหม่เป็นเครื่อง Milwaukee-Eight 117 H.O. ที่ย่อมาจาก High Output ซึ่งจะเป็นเครื่องวีทวินขนาด 1,923 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศและออยคูลเลอร์ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด จูนมาใหม่ให้เหมาะสำหรับนักบิดที่ต้องการความเร็วในรอบสูง ๆ และอยากได้เสียงที่ดุดัน โดยเคลมมาว่าจะให้แรงม้ามากถึง 114 แรงม้าที่ 5,000 รอบต่อนาที และแรงบิดที่ 174 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที โดยมีแรงม้ามากขึ้นถึง 11% เลยทีเดียวเมื่อเทียบกับโมเดลปี 2024
โดยมีการใช้แคมชาฟต์สมรรถนะสูงมาใช้ในโมเดลนี้เพื่อให้มีความแรงในรอบกลางและปลายมากขึ้น รวมถึงมีเรดไลน์ให้ลากรอบมากขึ้นอีกจากเดิม 5,600 รอบเป็น 5,900 รอบ มีไอดี Heavy Breather ที่เป็นกรองอากาศแบบยื่นไปด้านหน้าเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของอากาศให้มากที่สุดและเพิ่มความยาวของท่อไอดีช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพและกำลังแรงบิดของเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังช่วยให้มีสุ้มเสียงดุดันอีกด้วย ยังมีเรื่องของท่อไอเสียแบบ 2 ออก 1 ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะของเครื่งยนต์พร้อมเสียงคำรามที่โดนใจอีกด้วย
ส่วนเรื่องของช่วงล่างนั้นตัวรถใช้เฟรมแบบท่อเหล็กกล้า มีระบบกันสะเทือนหน้าเป็นโช้คหัวกลับขนาด 43 มม. โช้คหลังจะเป็นโช้คเดี่ยวปรับพรีโหลดได้ ที่ยกความสูงให้มากขึ้น ทำให้สามารถแบนรถเข้าโค้งได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ขี่เข้าโค้งได้ดุดันมากกว่าที่ผ่านมา
ระบบเบรกด้านหน้าจะเป็นดิสก์เบรกคู่ขนาด 300 มม.ที่ให้พลังเบรกที่ทรงพลังเอาอยู่ ด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยว ส่วนล้อก็จะเป็นล้ออลูมิเนียมรัดด้วยยาง Michelin Scorcher 31 ขนาด 110/90 – B19 และ 180/70 – B16 หน้าหลังตามลำดับ
ส่วนเรื่องของเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็จะมีโหมดการขับขี่ที่หลากหลายและครูซคอนโทรลเลือกใช้งานผ่านสวิตช์ที่แฮนด์ด้านซ้ายได้สะดวก หน้าจออนาล็อกผสมดิจิทัลขนาด 4 นิ้วที่แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ รวมไปถึงระบบตรวจวัดลมยาง ยังมีระบบเบรก Cornering ABS แทรคชันคอนโทรล ระบบ DSCS หรือระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก ช่องจ่ายไฟแบบ USB-C ที่ด้านข้างซ้ายใกล้กับถังน้ำมัน
งานนี้ใครเป็นสาวกฮาร์ลีย์ที่ชื่นชอบการเดินทางแบบซิ่ง ๆ ในแบบคลับสไตล์ โมเดลนี้น่าจะเป็นคำตอบของคุณ ส่วนค่าตัวก็น่าจะราว ๆ 1.3 ล้านบาท เก็บเงินรอซื้อกันได้เลย บ้านเรามีขายแน่นอนครับ
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่











