CFMOTO 650MT เชียงใหม่-อ่างขาง บทพิสูจน์เต็มสมรรถนะ บนเส้นทางทัวร์ริ่ง

เรื่อง : แทน ทาสแมว
CFMOTO ประเทศไทย เพิ่งจัดทริปพิเศษ ชวนสื่อมวลชนร่วมขับขี่ CFMOTO ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ 650MT, 650NK และ 400NK เพื่อทดสอบสมรรถนะของรถบนเส้นทางที่สวยงามและท้าทาย “เชียงใหม่-ดอยอ่างขาง” ระยะทางรวมกว่า 375 กิโลเมตร ที่ครบครันด้วยสภาพเส้นทางออนโรดตะลุยดอยสูง และการทดสอบในครั้งนี้ทำให้ผมได้บทสรุปของรถทั้งสามรุ่นมาฝากเพื่อนกัน แต่ในบทความชิ้นนี้ ผมจะเริ่มด้วยการรีวิว CFMOTO 650MT เป็นลำดับแรก

มารู้จัก CFMOTO
CFMOTO คือแบรนด์รถจักรยานยนต์พรีเมี่ยมจากประเทศจีน เริ่มก่อตั้งบริษัทเมื่อปี ค.ศ. 1989 โดยเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย รถมอเตอร์ไซค์ ,รถเอทีวี ,รถอเนกประสงค์ ,เรือ รวมถึงเครื่องยนต์ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ด้วยวิศวกรมืออาชีพกว่า 1,500 คน ได้พัฒนาโมเดลยานพาหนะกว่า 98 รุ่น มีโมเดลเครื่องยนต์มากกว่า 50 เครื่อง โดยในขณะนี้รถจักรยานยนต์ CFMOTO มีจำหน่ายกว่า 80 ประเทศทั่วโลก และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในทวีปยุโรป และ CFMOTO กำลังก้าวเข้าสู่เวทีระดับโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีเป้าหมายที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ชั้นนำให้แก่ตัวแทนจำหน่ายและผู้ใช้งานทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

Designing Desire การออกแบบที่ล้ำสมัย
จุดแข็งของแบรนด์ CFMOTO อยู่ที่ดีไซน์โดดเด่นและล้ำสมัย ซึ่งเป็นการจับมือกับ KISKA(ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ดีไซน์ของแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย อาทิ Adidas, Audi, Atomic, HILTI, Opel, Zeiss, KTM รวมถึง CFMOTO ) เช่นเดียวกันในการออกแบบผลิตภัณฑ์รุ่นต่างๆของ CFMOTO ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรถ ATV และ รถมอเตอร์ไซค์ ล้วนมีแนวคิดในการออกแบบมาจากคำว่า “Designing Desire” นำเสนอผลงานที่ความแตกต่าง และมีเอกลักษณ์ มุ่งเป้าในการเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับสากล สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ CFMOTO ที่มีความโดดเด่น

EP1 : CFMOTO 650MT เอนกประสงค์สไตล์ Adventure Touring
การเดินทางในครั้งนี้ ผมวางแผนเริ่มด้วย CFMOTO 650MT เป็นอันดับแรก เนื่องจากเส้นทางที่วางไว้นั้นเหมาะมากที่จะใช้ทดสอบในรูปแบบ “ทัวร์ริ่ง” เต็มระบบกับรถคันนี้ จุดสตาร์ทจาก “แสงชัยธุรกิจยานยนต์” ดีลเลอร์ CFMOTO จังหวัดเชียงใหม่ แล้วมุ่งหน้าไปจุดหมายที่ “ดอยอ่างขาง” ซึ่งเป็นเส้นทางที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วสำหรับเหล่าไบเกอร์ เนื่องจากต้องใช้สกิลการขับขี่พอสมควร มีทั้งทางโค้ง ทางชัน และอุปสรรคสำคัญคือหลุมบ่อต่างๆที่เป็นด่านทดสอบให้กับตัวรถ CFMOTO 650MT ได้ครบทุกโจทย์

Dimensions & Weight มิติและน้ำหนัก
ขอเริ่มกันที่ “มิติ” ของตัวรถก่อนเลย ดูจากสายตามีความอวบพอสมควร ตัวรถดูใหญ่ แน่น กว้าง x ยาว x สูง : 2,150 x 835 x 1,332 มม. พอได้ลองคร่อมแล้วก็ไม่มีปัญหาสำหรับตัวผมสูง 180 ซม. ความสูงจากเบาะถึงพื้นอยู่ที่ 820 มม. เมื่อขึ้นชื่อว่า adventure touring สิ่งที่ตามมามักจะเป็นความสูงเบาะกับน้ำหนักรถ แต่ผมถือว่าจุดนี้ CFMOTO650MT ทำได้ดีเลย ความสูงเบาะนั้นผ่าน ส่วนน้ำหนักอยู่ที่ 213 กก. กำลังดีไม่เป็นภาระต่อผู้ขับขี่


Riding position ท่านั่งแสนสบาย
CFMOTO 650MT ให้ท่านั่งในการขับขี่แบบ “หลังตรง” สไตล์รถทัวร์ริ่ง ด้วย “ช่วงรถ” ที่ถูกออกแบบให้เข้ากับสรีระของคนเอเชีย ทำให้ระยะจากตำแหน่งที่นั่งยกแขนไปจับแฮนด์บาร์ทรงสูงรับ “พอดี” ควบคุมได้อย่างคล่องตัว ถังน้ำมันขนาดใหญ่สามารถหนีบเข่าเข้ากับถังได้พอเหมาะเวลาเข้าโค้ง แถมให้อีกนิดทดลองยืนขับขี่เผื่อเพื่อนๆสนใจจะเอาไปลุย ผมถือว่ามิติในส่วนนี้ทำได้ดีตำแหน่งของหัวเข่าอยู่ในจุดที่หนีบกับตัวรถสามารถขยับตัวขึ้นหน้าถังเพื่อเลี้ยวรถได้ง่าย ในทริปนี้เราไม่ได้นำไปทดสอบในทางฝุ่น
…น่าเสียดายหากมีโอกาสได้เอาไปลุยจะเก็บมาเล่าให้ฟังกันอีกที แต่สำหรับผมถือว่า CFMOTO 650MT ทำให้ผมประทับใจมากในเรื่องของการควบคุม ว่ากันง่ายๆคือ มันเป็นมิตรต่อผู้ขับขี่

Engine ความสุขุมของเครื่องยนต์
CFMOTO 650MT มาพร้อมเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง 4 จังหวะ DOHC 8 วาล์ว ปริมาตร 649.3 ซีซี ระบบจ่ายน้ำมันแบบ EFI ระบายความร้อนด้วยน้ำ กำลังเครื่องยนต์สูงสุดอยู่ที่ 45kW (67แรงม้า) ที่ 8,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 56 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบต่อนาที มาพร้อม Riding Mode คือ Touring และ Sport ซึ่งตลอดทริปนี้ผมพบว่ามันเป็นเครื่องยนต์ 650 ซีซี. ที่ให้คาแรคเตอร์ย่านกำลังสุขุมนุ่มนวล แรงทอร์คอยู่ในระดับที่กำลังพอตึงมือ ใช้เร่งแซงได้ทันท่วงที …ช่วงการเดินทางรอบนอกเชียงใหม่ ผมสามารถทำความเร็วได้อยู่ที่ 160 กม./ชม. เป็นความเร็วที่ใช้วิ่งตามขบวนให้ทัน ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้วต่อการใช้ในการเดินทางไกล (เจ้าหน้าที่ CFMOTO เคลมมาว่ารถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 180กม./ชม.) สำหรับเกียร์ 6 สปีดชุดนี้ ช่วงเกียร์ 1-3 ค่อนข้างชิดและจะยาวขึ้นในช่วงเกียร์ 4-6 ความเร็วที่เหมาะสมสำหรับใช้ในการเดินทางผมแนะนำที่ 140-150 กม./ชม. จะไม่มีอาการสะท้านมากนัก ขี่กำลังสบายควบคุมได้พอดีมือ


suspension system ระบบช่วงล่างเป็นไง?
ระบบกันสะเทือนของ CFMOTO 650MT เป็นอีก “จุดเด่น” ด้วยคู่โช้คหน้าแบบหัวกลับ Up Side Down มีน้ำหนักเบา สามารถปรับระดับตั้งค่า Spring Preload และ Rebound ได้ ส่วนระบบกันสะเทือนหลังแบบ cantilever ติดตั้งโช้ควางเอียงไว้ 45 องศา สวยงามและสามารถปรับระดับได้เช่นกัน ในช่วงของเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางขึ้นดอยอ่างขาง สองข้างทางที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม แอบซ่อนความโหดร้ายของเส้นทางไว้อยู่พอสมควร โค้งค่อนข้างเยอะทั้งทางโค้งขึ้นเขาและโค้งลงเขาสลับกัน รวมถึงหลุมลูกรังที่มีให้ทดสอบช่วงล่างชุดนี้แบบไม่ขาดสาย ผมน้ำหนัก 75 กก. ใช้ค่าการเซ็ทติ้งระบบช่วงล่างเดิมจากโรงงานเข้าโค้งลึกๆเบรคหนักๆอาการของช่วงล่างทั้งด้านหน้าและด้านหลังชุดนี้ทำได้ดีเลยทีเดียว ไม่มีอาการโยนในโค้งแต่อย่างใด เจอหลุมก็ไม่มีปัญหา ผ่านได้สบายๆ ในส่วนนี้เป็นจุดที่ผมประทับใจกับช่วงล่างชุดนี้ของ CFMOTO 650MT

Brake system ระบบเบรคคือทีเด็ด
อีกหนึ่งจุดที่ต้องบอกว่าโดดเด่น เมื่อผมได้ทดลองใช้งานเบรคของ CFMOTO 650MT ระะบบเบรคหน้าให้มาเต็มๆด้วย “ดิสก์เบรคคู่” พร้อมคาลิเปอร์สองลูกสูบที่มีประสิทธิภาพสูง ด้านหลังเป็นดิสก์เบรคเดี่ยวทำงานคู่กับคาลิเปอร์หนึ่งลูกสูบ มาพร้อมกับระบบ ABS ทั้งหน้าและหลัง เบรคชุดนี้มีการไล่น้ำหนักเบรคที่ดี สามารถหยุดรถได้ตามที่ใจต้องการ และสิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากคือระบบ ABS ที่มีการตัดการทำงานในสถานการณ์ที่ต้องใช้เบรคหนักๆได้ค่อนข้างสมูทไม่ว่าจะทางโค้งทางลงเขาหรือเบรคบนทางลูกรังก็เอาอยู่ครับ


Special Features ออพชั่นครบเครื่อง
ด้วยความเป็นรถ Adv Touring ทำให้ CFMOTO 650MT ถูกเติมออพชั่นมาครบเครื่อง ระบบไฟเป็น Full LED รอบคัน ไฟหน้าแบบ Projector LED มีไฟ Daytime Running Lights ที่สวยงาม ส่วนป้องกันเครื่องยนต์มีแครชบาร์ขนาดใหญ่ถูกติดตั้งมาจากโรงงาน ให้การปกป้องอย่างครอบคุมและอยู่ในตำแหน่งที่จัดวางไว้อย่างสวยงามทางด้านหน้าของตัวรถ ขณะเดียวกันมีชิลด์หน้าสามชิ้นทรงสูง ที่ผมพบว่าตัดลมได้เป็นอย่างดีสามารถปรับได้ถึงสองระดับง่ายๆเพียงแค่หมุนปลดล็อคทางด้านข้าง ส่วนเรือนไมล์แบบ Full LCD แสดงผลตัวเลขบอกความเร็ว รอบเครื่องยนต์ เกียร์ เวลา กำลังไฟ และจับทริปได้อีกด้วย การแสดงผลเด่นชัดมองเห็นง่ายใช้งานได้ดี ที่ขาดไม่ได้คือช่องชาร์จ USB สะดวกสบายเอาใจนักเดินทางที่ต้องใช้งาน GPS จากโทรศัพท์สามารถชาร์จแบตไปด้วยเดินทางไปด้วยได้ อยู่ในตำแหน่งด้านล่างของเรือนไมล์

บทสรุป
CFMOTO650MT เป็นรถสำหรับ “นักเดินทาง” ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ กำลังเครื่องยนต์ค่อนข้างสมูทไม่กระโชกโฮกฮากจนเกินไป ระบบช่วงล่างที่ปรับระดับได้เข้ามาช่วยเหลือผู้ขับขี่ขับขี่ให้มั่นใจมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงความอัจฉริยะของระบบ ABS ที่มาช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยกว่า จัดว่าเป็นรถคลาส 650 ซีซี. ที่มิติดี ควบคุมได้ง่าย น้ำหนักตัวรถกำลังดี แถมออพชั่นอำนวยความสะดวกในการเดินทางครบครัน
***ราคาค่าตัว***
CFMOTO 650MT (ไม่มีกล่องข้าง) อยู่ที่188,000 บาท
CFMOTO 650MT Touring (มีกล่องข้างติดรถ) อยู่ที่ 204,000 บาท





ยังไม่จบแค่นี้ เพราะ EP ต่อไป ผมจะมารีวิว CFMOTO 650NK และ 400NK ให้อ่านกันแบบละเอียด ครบทุกแง่มุม…เจอกันเร็วๆนี้ครับ!!












