รีวิว SUZUKI DR-Z4S คุ้มไหมกับราคา 359,000 บาท
ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีตั้งแต่การเปิดตัวแล้วสำหรับ Suzuki DR-Z4S ที่เปิดตัวให้ยลโฉมในต่างประเทศและมาเปิดตัวในงาน Motor Expo 2025 หลังจากเราได้ทำการทดสอบ รีวิว Suzuki DR-Z4S ก็พบว่าการกลับมาครั้งนี้ถือว่าเป็นการยกระดับครั้งสำคัญของทางซูซูกิ ทั้งการออกแบบดีไซน์และการพัฒนาโมเดลให้มีสมรรถนะที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างครอบคลุม พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเพื่อก้าวสู่ทางเลือกของผู้ขับขี่ทั่วโลก
ก่อนการทดสอบก็มักจะได้ยินคนพูดถึงเรื่องราคาค่าตัวว่าแรง ซึ่งแน่นอนว่ารถในสไตล์เอ็นดูโร่มีลักษณะของความเรียบง่าย อาจจะรู้สึกไม่คุ้มค่า…แต่ไม่ใช่สำหรับคันนี้แน่นอน!
ทดสอบแรกของปี SUZUKI DR-Z4S
จากพื้นฐานตัวรถ แน่นอนว่ารูปทรงมาในแนวสายลุย แต่ก็มีหลายจุดที่น่าสนใจสำหรับการทดสอบเดินทางบนทางดำ เพื่อค้นหาขีดจำกัดและคลายทุกข้อสงสัยให้ได้มากที่สุด ถึงเวลาจะมีไม่มาก แต่ก็ถือว่าได้ข้อมูลกลับมาฝากพอสมควร ไปลุยกันเถอะ!
ดีไซน์
![]() |
![]() |
![]() |
ตัวรถมีลักษณะที่เพรียวบางขึ้นจากโมเดลในตระกูล DR-Z รุ่นก่อนปี 2023 เน้นให้มีความโฉบเฉี่ยว ใช้วัสดุพลาสติกชนิดพิเศษ แข็งแรง ยืดหยุ่นไม่แตกหักง่าย โดดเด่นด้วยชุดหน้ากากไฟหน้าที่ออกแบบมาได้ลงตัว ให้อารมณ์ความเป็นรถสูตร มาพร้อมไฟหน้า LED Projector แบบลูกแก้ว รวมไปถึงไฟท้ายและไฟเลี้ยวก็เป็นแบบ Full LED ขนาดเล็ก ทำให้ตัวรถดูทันสมัยมากขึ้น เบาะตอนเดียวทรงตรง ให้ความรู้สึกเป็นรถสูตรยิ่งขึ้น ในเรื่องของดีไซน์ถือว่าเป็นการพัฒนาที่เห็นได้ชัดมากสำหรับ DR-Z4S คันนี้
สมรรถนะ
![]() |
![]() |
เรื่องของสมรรถนะซูซูกิเลือกใช้เครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่เป็นเครื่องสูบเดียว 398 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ 4 วาล์ว (วาล์วไทเทเนียม + โซเดียม ช่วยลดอุณหภูมิ) ให้พละกำลังสูงสุด 38 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที แรงบิด 37 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที
หลังจากได้ลองขับขี่ถือว่าดุดันไม่เกรงใจใคร จัดเป็นรถในคลาส 400 ในสไตล์เอ็นดูโร่ ที่ปล่อยให้ม้าพยศได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญคือแรงบิดมาไว ตอบสนองได้ดี แต่ควบคุมง่ายอย่างเหลือเชื่อด้วยเทคโนโลยีที่อัดมาให้แบบไม่กั๊ก
เทคโนโลยี Suzuki Intelligent Ride System (S.I.R.S.)
ระบบความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ประมวลผลร่วมกับกล่อง ECM ทำให้ตัวรถมีฟังก์ชันในการใช้งานที่หลากหลาย ควบคุมง่าย และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
- Ride-by-Wire Electronic Throttle System: ระบบคันเร่งไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการควบคุม ทำงานร่วมกับกล่อง ECM เพื่อคุมปีกผีเสื้อให้สัมพันธ์กับกำลังเครื่องยนต์
- Suzuki Drive Mode Selector (SDMS): โหมดการขับขี่ 3 โหมด (A, B, C) ช่วยให้การตอบสนองของคันเร่งเหมาะกับการขับขี่ใช้งานในแต่ละสถานการณ์
- Mode A: ตอบสนองคันเร่งฉับไวที่สุด ให้กำลังเครื่องยนต์เต็มที่
- Mode B: ตอบสนองนุ่มนวลขึ้น ควบคุมง่ายขึ้น
- Mode C: เหมาะสำหรับการขับขี่บนพื้นผิวที่ลื่น
- Suzuki Traction Control System (STCS): ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจยิ่งขึ้น มีให้เลือก 3 โหมด (1, 2 และ G)
- โหมด G (Gravel): ออกแบบมาเพื่อ Off-Road โดยเฉพาะ ระบบจะยอมให้ล้อหลังสไลด์ได้อิสระในระดับที่พอดี เพื่อความสนุกในทางฝุ่น
- Suzuki Anti-lock Brake System (ABS): สามารถเลือกเปิด-ปิดการทำงานได้ทั้งล้อหน้าและหลัง หรือเลือกปิดเฉพาะ ABS ล้อหลัง เพื่อการเบรกที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในทาง Off-Road

เครื่องยนต์ตัวนี้ตอบสนองการขับขี่ได้ดีเยี่ยม เมื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีที่ให้มา ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย ตอบสนองผู้ขับขี่ได้หลากหลายระดับ หากปิดระบบทุกอย่าง พละกำลังที่มีให้สำหรับ “มือโปร” ก็ถือว่าขี่สนุกมาก ไม่พยศจนเกินรับมือ เรียกว่ามีคาแรคเตอร์ที่ขี่สนุกได้ทุกเส้นทาง
ช่วงล่าง
![]() |
![]() |
- ด้านหน้า: โช้คหัวกลับ KYB ปรับรีบาวด์และคอมเพรสชันได้ ระยะยุบ 280 มม.
- ด้านหลัง: โช้คเดี่ยว KYB ทำงานร่วมกับกระเดื่องและสวิงอาร์ม ปรับรีบาวด์และคอมเพรสชันได้ ระยะยุบ 296 มม.
จากการทดสอบด้วยการตั้งค่าเดิม ๆ จากโรงงาน มีความกระชับ แน่นหนึบ บนทางดำ เข้าโค้งไม่โยนไม่ย้วย ความเร็วสูงไม่มีอาการส่าย มีความสปอร์ตมากพอสมควร ส่วนทางลุย (Off-Road) การซับแรงกระแทกจากบั๊มพ์หรือเนินทำได้เนียน ขี่สนุกมาก ด้วยความกระชับของโช้คชุดนี้ ลองเอาไปกระโดดเนินเบา ๆ จังหวะยุบและคืนตัวทำได้นุ่มนวล เป็นช่วงล่างที่จบได้ในตัวเดียว
ระบบเบรกและล้อ
![]() |
![]() |
- เบรกหน้า: ดิสก์เดี่ยวขนาด 270 มม. คาลิเปอร์ Nissin 2 ลูกสูบ
- เบรกหลัง: ดิสก์เดี่ยวขนาด 240 มม. คาลิเปอร์ Nissin 1 ลูกสูบ
ให้จานเบรกมาขนาดใหญ่พอสมควร ปั๊มเบรกที่ให้มาไล่น้ำหนักได้ยอดเยี่ยม ทำงานร่วมกับ ABS ที่เปิด-ปิดแยกหน้าหลังได้ ยิ่งเพิ่มความมั่นใจในการควบคุม
- ล้อและยาง: ล้อซี่ลวดอลูมิเนียมอัลลอย (ใช้ยางใน) หน้า 21 นิ้ว / หลัง 18 นิ้ว
- ยาง: IRC Trail Winner GP-410 (หน้า 80/100-21, หลัง 120/80-18)
ยางแบบออลเทอเรนทางดำขี่สนุก ทางดินสาดโค้งได้อย่างมั่นใจ แต่ถ้าต้องเอาไปลุยหนัก ๆ หรือเข้าป่าแนะนำให้เปลี่ยนเป็นยางหนามหรือยางวิบากจะรีดสมรรถนะได้เต็มที่กว่า
ฟีเจอร์เพิ่มเติม SUZUKI DR-Z4S
![]() |
![]() |
- หน้าจอ: LCD บอกข้อมูลครบครัน แสดงสถานะโหมดขับขี่และแทร็คชันคอนโทรลสามารถเปิด-ปิด ABS ได้จากปุ่มที่ประกับซ้ายมือ หน้าจอเน้นขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา แต่อ่านง่ายชัดเจน
- พักเท้าคนซ้อน: มีมาให้จากโรงงาน ตำแหน่งดี พับเก็บได้ (ถูกใจสายซ้อนแน่นอน)
มิติตัวรถ
![]() |
![]() |
![]() |
- กว้าง x ยาว x สูง: 885 x 2,270 x 1,230 มม.
- ระยะห่างจากพื้น: 300 มม. | ความสูงเบาะ: 890 มม.
- น้ำหนัก: 151 กก. (รวมของเหลว)
ท่านั่ง
ความสูงเบาะถือว่าค่อนข้างสูง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของรถสไตล์นี้ ดังนั้นใครที่สูงน้อยกว่า 170 ซม. อาจต้องปรับตัวนิดหน่อย แต่ด้วยระยะยุบของโช้คและน้ำหนักที่เบา ทำให้ยังควบคุมได้มั่นใจ
- ท่านั่ง: นั่งหลังตรง ตัวรถเพรียวบาง ตำแหน่งพักเท้า ต้นขา และหัวเข่า หนีบรถได้กระชับ แฮนด์อ้วนทรงพอดี ไม่ต้องก้มเยอะ นั่งขี่ยาวๆ ไม่เมื่อย เบาะนุ่มขยับตัวง่าย
- ท่ายืน: พักเท้าและถังน้ำมันออกแบบมาให้ยืนขี่ได้กระชับ ผมส่วนสูง 180 ซม. ยืนขี่ได้สบาย ไม่ต้องก้มตัวเยอะจนเกินไป
สรุปไฮไลท์สำคัญของ DR-Z4S
- ปริมาตรกระบอกสูบ: 398 ซีซี สูบเดี่ยว 4 วาล์ว (วาล์วไทเทเนียม + โซเดียม ช่วยลดอุณหภูมิ)
- ระบบจ่ายน้ำมัน: หัวฉีดใหม่ (เพิ่มหัวฉีดเป็น 10 รู) ระบายความร้อนด้วยน้ำ
- ระบบคลัตช์: คลัตช์เปียกแบบหลายแผ่นซ้อนกัน พร้อมระบบแอสซิสต์คลัตช์ที่ช่วยให้การตัดต่อกำลังทำได้ดียิ่งขึ้น
- เกียร์: 5 สปีด
- ระบบจุดระเบิด: หัวเทียน 2 ตัว เพื่อความเสถียรในการจุดระเบิด
- ไฮไลท์: ระบบสตาร์ทไฟฟ้า (สตาร์ทมือมาแล้ว!) พร้อมระบบ Suzuki Easy Start กดทีเดียวติด
- ระบบ Low RPM Assist: ช่วยเลี้ยงรอบเครื่องยนต์ ป้องกันรถดับที่รอบต่ำ
- อัตราทดสเตอร์: หน้า 15 ฟัน / หลัง 43 ฟัน
- ความจุถังน้ำมัน: 8.7 ลิตร
สรุป รีวิว SUZUKI DR-Z4S
คุ้มค่าไหมกับราคา 359,000 บาท? จากการทดสอบ SUZUKI DR-Z4S ถือเป็นเอ็นดูโร่ที่ปัจจุบันให้สมรรถนะ เทคโนโลยี และออปชันการใช้งานที่ครบเครื่อง ตอบสนองได้ตั้งแต่การใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน เดินทางท่องเที่ยว ไปจนถึงเป็นรถฝึกซ้อมหรือแข่งขัน
เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่สายชิลล์ที่ชื่นชอบสไตล์นี้ และมือตึงที่อยากขยับซีซีมาใช้รถที่ดูแลไม่ยุ่งยาก แน่นอนว่าตามสไตล์ Suzuki คือ “อึด ถึก ทน” คันเดียวจบ คบยาว ๆ ต้องคันนี้เลย!
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่





























