ดราม่า 3 สารอันตราย! “4 อุปกรณ์กันสารเคมี และวิธีรับมือ”

ดราม่า 3 สารอันตราย! “4 อุปกรณ์กันสารเคมี และวิธีรับมือ”
หากใครได้ติดตามข่าวช่วงนี้ล่ะก็ คงได้ยินเรื่องราวดราม่าของวงการเกษตรกรรมเกี่ยวกับการยกเลิก 3 สารเคมีอันตรายที่ใช้ในการเกษตรอยู่ไม่มากก็น้อย.. ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของความปลอดภัย หรือผลประโยชน์ทับซ้อนก็ตาม.. แต่สำหรับในคอลัมน์ Well Equipped ของนิตยสารโมโตครอสก็ขออนุญาตไม่ลงลึกในเรื่องราวดราม่าก็แล้วกันนะครับ
แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว สิ่งหนึ่งที่ถูกยกระดับทำให้คนหันมาสนใจกันมากขึ้นก็คือ เรื่องของความร้ายแรงของสารพิษเหล่านั้น..​ ทำไมต้องยกเลิกล่ะ? เพราะความรุนแรงของสารเหล่านั้นส่งผลกระทบต่อมนุษย์อย่างร้ายกาจ ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสโดยตรงหรือค่อยๆเก็บสะสมในร่างกายก็ตาม ซึ่งมีชื่อว่าพาราควอต, ไกลโฟเซต, และและคลอร์ไพรีฟอส โดยเฉพาะเจ้า “พาราควอต” ที่ดูจะรุนแรงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอาการระคายเคืองเนื้อเยื่อที่สัมผัส การสะสมที่ทำให้เกิดโรคพาร์กินสัน อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อระบบสมอง หรือเพียงการรับสารเข้าไปในร่างกายแค่ 1-2 ช้อนชา ก็บอกลาครอบครัวกันได้เลย..​
ผมเชื่อนะครับว่ามีไบเกอร์และคนใกล้ตัวจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่จะต้องสัมผัสกับสารพิษเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.. ดังนั้นในขณะที่กำลังรอผลลัพธ์สุดท้าย ว่าจะต้องยกเลิกอย่างเด็ดขาดเมื่อไหร่..​ ทางนิตยสารโมโตครอสก็นำวิธีรับมือง่ายๆ กับสารพิษเหล่านั้นมาให้เพื่อนๆได้เตรียมตัวกัน เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “การรักษาชีวิตไว้เพื่ออยู่ดูแลคนที่เรารักและห่วงใย” เพราะอย่างไรเราก็คงต้องปะทะกับมันในซักวันหนึ่งอยู่ดี…

“แว่นตา” ป้องกันดวงตาและหน้า
ช่องทางแรกที่สารเคมีสามารถเข้าสู่ร่างกายเราได้ง่ายที่สุด และเป็นส่วนที่บอบบางที่สุด ถูกรวบรวมไว้ที่ใบหน้าของเรา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเศษละออง ไอระเหยก็ตาม เราไม่มีทางมองเห็นได้เลยว่ามันจะปลิวมาเข้าตาเราเมื่อไร..
“แว่นตาป้องกัน” ซึ่งทำจากวัสดุประเภทแก้วหรือพลาสติกที่หนาอย่างน้อย 3 มม. จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งยวด และไม่ใช่ว่าใส่แว่นสายตาหนาๆก็เพียงพอนะครับ แต่จะต้องเป็นแว่นที่มีลักษณะสำหรับการป้องกันฝุ่นละอองโดยเฉพาะ..​ ซึ่งในตลาดก็มีหลายยี่ห้อหลายราคาให้ได้เลือกใช้กัน.. ผมก็ขอให้เลือกลงทุนกับอุปกรณ์ที่คิดว่าจะป้องกันดวงตาและใบหน้าของเราให้ดีที่สุดก็แล้วกันนะครับ เพราะการเสียเงินลงทุนกับอุปกรณ์เหล่านี้นั้นคุ้มค่ากว่าการเสียดวงตาไปแน่นอนครับ..

“หน้ากาก” ป้องกันระบบหายใจ
“ละอองที่จะปลิวเข้าหน้าเข้าตาได้ง่ายฉันท์ใด ก็มีสิทธิ์เข้าสู่ระบบหายใจได้ง่ายฉันท์นั้น”.. ตามที่ได้กล่าวไปต้องแต่ย่อหน้าเกริ่นนำ ว่าเจ้าสารเคมีพวกนี้หากมีการสะสมในร่างกายแล้วจะส่งผลอันตรายอย่างมากมายทีเดียว แถมยัง “ส่งต่อจากแม่สู่ลูกได้ง่ายยิ่งกว่าต่ออินเตอร์เน็ตไวไฟ”
หน้ากากกันไอระเหยจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับงานนี้ ซึ่งก็มีอีกหลายประเภท หลายขนาด หลายราคา ตามแต่การใช้งาน..​ ตั้งแต่กันฝุ่นละอองขนาดเล็กจนถึงชนิดที่มีตัวกรองกันสารเคมีได้สบายๆ..

“ถุงมือ” ป้องกันมือ
ยิ่งทำงานใกล้ชิดกับสารมากเท่าไรยิ่งต้องใส่ใจจริงๆ ไม่ใช่เพียงการสวมไม่ให้ระคายมือระหว่างทำงานเท่านั้น เพราะเมื่อเสร็จงานแล้วก็ยังเป็นการป้องกันสารพิษเข้าสู่ร่างกายได้อีกด้วย จากการที่มนุษย์มักมีพฤติกรรม ล้วงแคะแกะเกา ส่วนต่างๆของร่างกายที่รู้สึกระคายเคืองอยู่แล้ว ซึ่งถุงมือที่ใช้ป้องกันและหาใช้งานได้ง่ายก็คือ ถุงมือยางทำมาจากธรรมชาติ (natural rubber) นีโอพรีน (neoprene) หรือโพลิไวนิลคลอไรด์ (polyvinyl chloride) ก็สามารถป้องกันเพื่อนๆจากการสัมผัสสารพิษได้ครอบคลุมแล้วล่ะครับ

“ชุด” ป้องกันตัว
เพื่อการป้องกันและความคล่องตัวที่สุด เสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นไม่ควรรุ่มร่าม วัสดุก็ควรถอดซักทำความสะอาดง่ายสักหน่อย ยิ่งหากได้ชุดป้องกันแบบเป็นลักษณะการสวมเข้าไปทั้งตัวก็จะยิ่งปลอดภัยเข้าไปใหญ่เลยล่ะครับ

อย่างที่บอกกล่าวกันไปว่าสารพิษทั้ง 3 นั้น ส่งผลรุนแรงต่อมนุษย์ แม้การสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็ตาม.. เป็นห่วงก็แต่เพื่อนๆที่จะต้องสัมผัสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นในการทำงานหรือความบังเอิญ …การใส่ใจในเรื่องของความปลอดภัยและมาตรฐานอุปกรณ์นั้นควรเป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ เชื่อว่าความประมาทเพียงไม่กี่วินาทีก็เปลี่ยนชีวิตในวันข้างหน้าได้อย่างมากโข.. ซึ่งตัวอย่างของความประมาทเพียงเล็กน้อยนั้น เราก็สามารถพบเห็นได้อย่างไม่ยากเลยล่ะครับ
นอกจากนี้เจ้าสารพิษทั้ง 3 ตัวยังสะสมลงดิน ลงน้ำ ระบบนิเวศน์ และยังมีโอกาสปนเปื้อนอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่เราบริโภคกันทุกวันด้วย.. ไม่รู้ว่าสรุปสุดท้ายแล้ว “ทางผู้ใหญ่” จะตัดสินใจอย่างไรในการเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะเจ้าสารพิษเหล่านี้ก็อยู่คู่กับประเทศไทยมานานนับครึ่งศตวรรษเข้าไปแล้ว ..แต่ส่วนตัวผู้เขียนก็อยากให้ “ท่านเหล่านั้น” พิจารณากันที่ผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัวก็แล้วกันครับ ^^