2026 Ducati Formula 73 คาเฟ่เรซเซอร์ตัวเต็ด 873 คันเท่านั้น
เปิดตัว 2026 Ducati Formular 73 สวยงามตามท้องเรื่องอีกแล้วกับโมเดลใหม่จากค่ายแดงดูคาติกับโมเดลพิเศษเฉลิมฉลองโมเดลในตำนานอย่าง 750 Super Sport Desmo โดยนำเฉดสีโมเดลในตำนานมาใช้ในโมเดลใหม่นี้ ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จนออกมาเป็นโมเดลใหม่ที่สวยงามไร้ซึ่งกาลเวลาและขับขี่ได้ดีตามยุคสมัย
ไฮไลท์ 2026 Ducati Formula 73
- ทรงแบบคาเฟ่เรซเซอร์
- ผลิตขึ้นจำนวนจำกัด 873 คัน
- โดดเด่นด้วยชุดสีพิเศษจาก 750 Imola Desmo
- เครื่องยนต์ 2 สูบแบบแอลทวิน 803 ซีซี
- เคลมแรงม้าสูงสุด 73 แรงม้า ที่ 8,250 รอบต่อนาที
- เคลมแรงบิดสูงสุด 65.2 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบต่อนาที
- ระบบกันสะเทือนจาก KYB
- คาลิเปอร์เบรกเบรก Brembo
- ยาง Pirelli Diablo Rosso IV
- ระบบ Cornering ABS
- แทรคชันคอนโทรล
- พาวเวอร์โหมด
- โหมดการขับขี่ หรือไรดิ้งโหมด
- ระบบควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง
- หน้าจอสี TFT 3 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้
- รองรับการนำทางแบบเทิร์นบายเทิร์น
🏍️ 2026 Ducati Formula 73 ดีไซน์เป็นอย่างไร
ดีไซน์ของ Formula 73 คันนี้มีดีไซน์แบบคาเฟ่เรซเซอร์ มีโม่งและแฮนด์แบบจับโช้คแต่ยกสูง มีกระจกปลายแฮนด์ ครอบเบาะท้าย มาในเฉดสีเงินและสีเขียว ปิดท้ายด้วยล้อแบบซี่ลวด ให้อารมณ์แบบสปอร์ตย้อนยุคในแบบที่นักบิดรุ่นเก๋าหลาย ๆ คนน่าจะชอบใจ
ตัวรถเต็มไปด้วยพาร์ทอลูมิเนียม CNC ไม่ว่าจะเป็นก้านเบรก ก้านคลัตช์ ฝากระปุกน้ำมัน พักเท้า และยังมีฝาถังจาก Rizoma ช่วยเพิ่มสเน่ห์และความหรูหราให้กับตัวรถได้เป็นอย่างดี และที่ขาดไม่ได้เลยคือเพลตบนแผงคอที่รันตัวเลขของรถแต่ละคันว่าไม่ซ้ำกัน พร้อมกับใบเซอร์ฯ รับรองว่าคันนี้ของแท้ รวมไปถึงคอลเล็กชันภาพต่างของตัวรถ ภาพสเก็ตช์จากทาง Ducati Style Centre ที่จะมาพร้อมกล่องพิเศษอีกด้วย
⚙️แล้ว Formula 73 ใช้เครื่องยนต์อะไร แรงม้า แรงบิดเท่าไหร่?
ในเรื่องของขุมพลังจะเป็นเครื่องยนต์ Desmodue L-Twin หรือ 2 สูบวี 90 องศา แบบ 2 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีด สั่งงานด้วยระบบคันเร่งไฟฟ้า รอบรับ Euro5+ ระบบเกียร์ 6 สปีดพร้อมควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง ส่งกำลังสู่ล้อหลังด้วยโซ่
- เครื่องยนต์ 2 สูบแบบแอลทวิน 803 ซีซี
- เคลมแรงม้าสูงสุด 73 แรงม้า ที่ 8,250 รอบต่อนาที
- เคลมแรงบิดสูงสุด 65.2 นิวตันเมตร ที่ 7,000 รอบต่อนาที
- เคลมอัตราการสิ้นเปลืองมาที่ 23 กม./ลิตร
🛠️ช่วงล่าง เป็นอย่างไรบ้าง?
ช่วงล่างโมเดลนี้อาจจะไม่ได้จัดเต็มมากเหมือนโมเดลลิมิเต็ดอิดิชันคันอื่น ๆ แต่ก็ไม่ได้แย่ ถือว่าอยู่ในระดับดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นระบบกันสะเทือนจาก KYB คาลิเปอร์เบรก Brembo และยาง Pirelli
- เฟรมถักจากเหล็กกล้า
- ถังน้ำมันขนาด 14.5 ลิตร
- โช้คหน้าหัวกลับ KYB 41 มม.
- โช้คหลังเดี่ยว KYB ปรับพรีโหลดได้
- เบรกหน้า ดิสก์เบรกหน้าคู่ 330 มม. กับคาลิเปอร์เบรก Brembo เรเดียลเมาท์
- เบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว 245 มม. กับคาลิเปอร์เบรก Brembo สูกสูบเดี่ยว
- ล้อซี่ลวดอลูมิเนียม
- รัดด้วยยาง Pirelli Diablo Rosso IV ขนาด 120/70 – R17” และ 180/55 – R17”
🛡️เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่น
- ระบบ Cornering ABS
- แทรคชันคอนโทรล
- ระบบคันเร่งไฟฟ้า
- พาวเวอร์โหมด
- โหมดการขับขี่ หรือไรดิ้งโหมด
- ระบบควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง
- หน้าจอสี TFT 3 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้
- รองรับการนำทางแบบเทิร์นบายเทิร์น
- ช่องจ่ายไฟแบบ USB
- ไฟเลี้ยวยกเลิกเองอัตโนมัติ
⛰️ คันนี้เหมาะกับใคร
มาถึงคำถามคันนี้เหมาะกับใคร หลัก ๆ นอกจากสายสะสมแล้ว คนที่ต้องการรถใช้ขี่หล่อ ๆ ในชีวิตประจำวันก็สามารถเป็นเจ้าของได้ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องเงิน ตัวรถออกแบบมาให้ขับขี่บนถนนได้สบาย ๆ จะเดินทางไกลก็พอไหว ไม่ได้ก้มมากเหมือนสปอร์ตไบค์จ๋า ๆ แต่แอดมินว่าอยากขี่รถไปขี่คันอื่นเถอะ คันนี้ไว้จอดหล่อ ๆ ดีกว่า
💰 ราคาเท่าไหร่ ขายเมื่อไหร่
เรื่องของการจำหน่ายนั้นที่อิตาลีเริ่มต้นที่ 16,000 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 600,000 บาท โดยจะเริ่มส่งมอบได้ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 นี้ ส่วนประเทศไทยก็อาจจะมีนำเข้ามาขาย จำนวนไม่มากอย่างแน่นอน และสนนราคาก็น่าจะเขยิบขึ้นสูงไปอีกพอสมควร
คู่แข่งที่ใกล้เคียง Formula 73
สำหรับคู่แข่งที่ใกล้เคียงกับคาเฟ่เรซเซอร์คันนี้ก็น่าจะเป็น
- BMW R 12 S
- Kawasaki Z900RS Café
- Triumph Thruxton RS
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่











