Leoncino Bobber 400 ครูเซอร์มาดเท่จากค่ายสิงโต Benelli
เปิดตัวให้เห็นครั้งแรกตั้งแต่ช่วงงาน Eicma เมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ก็เพิ่งจะมีโอกาสเขียนข่าวถึงโมเดลนี้ ก็อย่าเพิ่งว่าอะไรตัวผมคนเขียนเลยนะครับ พอดีข้อมูลและภาพชัด ๆ เพิ่งจะได้มาและว่างจากแบรนด์กระแสหลัก ก็มาเขียนแบรนด์กระแสรอง ๆ แต่หน้าตาสวยไม่เป็นสองรองใครกันสำหรับเจ้า Leoncino Bobber 400 ครูเซอร์มาดเท่จากค่าย Benelli ค่ายรถสัญชาติอิตาลี ที่ตอนนี้ตัวแทนบ้านเราแผ่วไปมาก แต่ก็ขอนำเสนอสักหน่อยล่ะกัน เผื่อจะปลุกกระแสขึ้นมาได้บ้าง
สำหรับสไตล์คันนี้ทางค่ายก็ตั้งใจให้มีสไตล์แบบพาวเวอร์ครูเซอร์ ดูดุดันและดูลงตัวในแบบอิตาเลียนสไตล์ ตัวรถโดดเด่นด้วยองค์ประกอบที่มีดูเรียบง่าย แต่มีดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ ซ่อนอยู่ เริ่มต้นจากกระจกปลายแฮนด์บาร์ ถังน้ำมันขนาด 15 ลิตรที่ช่วยให้ลดดูต่ำและดุดัน บวกกับที่นั่งตอนเดียวและท้ายสั้นอลูมิเนียมที่มาพร้อมไฟท้ายที่บิลต์อินไฟเลี้ยวไปในตัว ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ลงตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้สามารถใส่เบาะคนซ้อนเพิ่มได้โดยที่ไม่ต้องมีซับเฟรมมารองรับน้ำหนักตรงนี้
นอกจากนี้ยังมีกิมมิคสุดเท่ตามแบบครูเซอร์คือเจ้ากรองอากาศที่จัดวางไว้ด้านข้างตัวเครื่องยนต์ เสริมความดุดันและโดดเด่นได้ดีเยี่ยม รวมไปถึงพักเท้าที่ค่อนไปทางด้านหน้าที่ช่วยให้มีท่านั่งที่สบายมากยิ่งขึ้น
ขุมพลังของเจ้าโมเดลนี้จะเป็นเครื่องวีทวินซึ่งนับเป็นครั้งแรกของทางค่ายเลย โดยจะเป็นเครื่องยนต์แบบ 2 สูบวีทำมุม 60 องศา พร้อมเสื้อสูบแบบมีครีบระบายความร้อน แต่จริง ๆ แล้วใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งนับเป็นการออกแบบเพื่อเพิ่มองค์ประกอบความคลาสสิก โดยเครื่องยนต์จะมีขนาด 384.5 ซีซี ที่ผ่านมาตรฐาน Euro5+ แล้ว โดยเคลมกำลังแรงม้ามากถึง 35.4 แรงม้าที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 36 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ 6 สปีดและถ่ายสู่ล้อหลังด้วยระบบสายพาน
มาต่อกันที่ส่วนของแชสซีกันบ้าง ตัวรถเลือกใช้เฟรมแบบดับเบิ้ลเครเดิ้ลพร้อมท่อและเพลตเหล็ก ด้านหน้าจะมีระบบกันสะเทือนเป็นโช้คหน้าหัวกลับ ขนาด 35 มม. และด้านหลังจะเป็นโช้คคู่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์ม ส่วนระบบเบรกจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 300 มม. กับคาลิเปอร์เบรก 4 ลูกสูบ ส่วนด้านหลังจะเป็นดิสก์เบรกเดี่ยวขนาด 240 มม. กับคาลิเปอร์เบรกแบบลูกสูบเดียวเช่นกัน และมีระบบเบรก ABS แบบ 2 ชาแนล ปิดท้ายด้วยล้ออลูมิเนียมรัดด้วยยางขอบสูงขนาด 130/90 – 16” และ 150/80 – 16” หน้าหลังตามลำดับ
เรื่องของเทคโนโลยีก็ให้มานิดหน่อย โดยในด้านของความปลอดภัยนอกเหนือไปจากระบบเบรก ABS ก็จะเป็นระบบแทรคชันคอนโทรล ลูกเล่นก็จะมีอยู่ที่ด้านหน้าซึ่งจะมีหน้าจอสีทรงกลมแสดงผลข้อมูลได้ครบถ้วน ซึ่งก็ดูจะเพียงพอกับครูเซอร์ในระดับเริ่มต้นแบบนี้แล้ว
ส่วนเรื่องการจำหน่ายจะมีด้วยกัน 3 เฉดสี คือ สีน้ำตาล Deserst Tan สีดำ Midnight Black และสีเทา Onix Grey ส่วนราคายังไม่เปิดเผย โดยคาดว่าจะจำหน่ายในยุโรปภายในกลางปีนี้ แต่สำหรับบ้านเรานั้นคงต้องลุ้นหนักหน่อย เพราะตัวแทนบ้านเราก็ไม่ค่อยได้นำโมเดลใหม่ ๆ มาจำหน่ายเพิ่มเติมสักเท่าไหร่ แถมเศรษฐกิจแบบนี้ด้วย น่าจะยิ่งลุ้นได้ยากครับ
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่









