Super Duke RR Track อสูรร้ายสายสนามโดยเฉพาะ
เปิดตัวลิมิเต็ดตัวแรงไปได้ไม่กี่วัน รอบนี้ค่ายส้มส่ง KTM 1390 Super Duke RR Track ตัวซิ่งสำหรับขี่สนามโดยเฉพาะมาอีก กลายเป็นรถจากตระกูลดุ๊กคันแรกเลยที่ออกแบบมาสำหรับใช้ลงแทร็กโดยเฉพาะ
ไฮไลท์ Super Duke RR Track
- เบากว่าตัว RR 9 ที่ว่าเบาแล้ว ไปอีก 9 กก.
- ถ้าเทียบกับตัวธรรมดาเบากว่า 20 กก.
- แฟริ่งคาร์บอนไฟเบอร์
- ล้อแม็กนีเซียมฟอร์จ
- ท่อฟูลไทเทเนียมจาก Akrapovic
- สกรูไทเทเนียม
- ตัดระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่จำเป็นต่อการขี่สนามออก
- ช่วงล่างระดับท็อปพร้อมขี่สนาม
โมเดลใหม่นี้มีดีไซน์อย่างไร
เรื่องของดีไซน์ก็ไม่ได้หนีไปจากปกติมากนัก เพียงแต่ว่าเป็นการลดทอนเอาส่วนที่ไม่จำเป็นสำหรับการขี่สนามออกไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟเลี้ยว กระจกมองหลัง และที่แขวนป้ายทะเบียน (ไฟท้ายมีติดตั้งระบบไฟ Racing Rain Light มีติดตั้งไว้รองรับรายการแข่งบางรายการ) ไปจนถึงสวิตช์ควบคุมต่าง ๆ ก็ปรับมาใช้เป็นแบบปุ่มกดปรับเปลี่ยนโหมดต่าง ๆ แบบเดียวกับรถแข่ง MotoGP แถมตัวรถเองก็ไม่ได้มีกราฟิกอะไรมากนัก แต่ทว่ากลับกลายเป็นว่าการโชว์ลายคาร์บอนดิบ ๆ ดุ ๆ ก็สมกับภาพลักษณ์อสูรร้ายสายสนามคันนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังน่าจะสะดวกกับการไปตกแต่งลวดลายกราฟิกเองอีกด้วย
ตัวสนามคันนี้ใช้เครื่องยนต์อะไร แรงม้า แรงบิดเท่าไหร่?
เครื่องยนต์จะเป็นเครื่อง LC8 วีทวิน ระบายความร้อนด้วยน้ำและน้ำมัน ขนาด 1,350 ซีซี พร้อมระบบ Camshift ที่ช่วยให้สามารถสั่งการทำงานวาล์วแบบแปรผันได้ ทั้งยังมีระบบแรมแอร์และแอร์บ็อกซ์ใหม่ช่วยป้อนอากาศเข้าระบบได้เร็วยิ่งขึ้นเหมือนตัว RR แต่จะมาพร้อมท่อจาก Akrapovic แบบฟูลซิสเต็มไทเทเนียม ซึ่งก็จะแรงขึ้นไปอีกระดับ
- เคลมแรงม้าสูงสุด 202 แรงม้า (ปกติ 196 แรงม้าที่ 10,000 รอบ แต่ได้เพิ่มเมื่อขับขี่ที่ 250 กม./ชม. แล้วรับอากาศเข้าแรมแอร์จะได้เป็น 202 ตัว)
- เคลมแรงบิดสูงสุด 151 นิวตันเมตร
ช่วงล่าง เป็นอย่างไรบ้าง?
มาถึงเรื่องของช่วงล่างคันนี้ให้มาแบบจัดหนักจัดเต็มกว่าตัวลิมิเต็ดขี่ถนน ทั้งระบบกันสะเทือน WP ระดับท็อปพร้อมสีใหม่ และระบบเบรกจาก Brembo ที่ท็อปยิ่งขึ้นไปอีกระดับ
- เฟรมถักโครโมลีกับซับเฟรมอลูมิเนียมผสมคาร์บอน
- ถังน้ำมัน 17.5 ลิตร
- น้ำหนัก 189 กก. ไม่รวมน้ำมัน
- โช้คหน้าหัวกลับ WP APEX PRO 8548 ปรับแต่งได้ทั้งพรีโหลด รีบาวด์และคอมเพรสชัน
- โช้คหลังเดี่ยว WP APEX PRO 8750 ปรับแต่งได้ทั้งพรีโหลด บาวด์และคอมเพรสชัน
- ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกคู่ Brembo T-Drive 320 มม. คาลิเปอร์เบรก Brembo GP4 MS โมโนบล็อก เรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบ และปั๊มบนเรเดียล Brembo Corsa Corta
- ระบบเบรกหลัง ดิสก์เบรกเดี่ยว 240 มม. คาลิเปอร์เบรก Brembo P.234 2 ลูกสูบ
- ล้อแม็กนีเซียมฟอร์จ
- ยาง Michelin Power Performance Slick ขนาด 120/70 – ZR17” และ 200/55 – ZR17” หน้าหลังตามลำดับ
เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่น
- คันเร่งไฟฟ้า
- โหมดการขับขี่ 3 โหมด ซึ่งสามารถปรับแต่งเองได้ทั้งหมด
- ระบบควบคุมการลอยตัวของล้อ 6 ระดับ
- ระบบควบคุมเอ็นจิ้นเบรก 5 ระดับ
- ระบบป้องกันล้อหลังล็อกหรือสลิปเมื่อเชนจ์เกียร์ลงอย่างรวดเร็ว MSR
- ระบบควบคุมการตอบสนองของคันเร่ง
- ควิกชิฟเตอร์แบบ 2 ทาง
- หน้าจอสี2 นิ้วแสดงผลข้อมูลที่จำเป็นเวลาขี่สนามเท่านั้น
คันนี้เหมาะกับใคร
คิดว่าท่าน ๆ น่าจะรู้ตั้งแต่แค่อ่านรุ่นแล้วว่ารุ่นนี้คันนี้สำหรับคนบ้าขี่สนามเท่านั้น และต้องบ้ามาก ๆ ด้วย เพราะคันนี้เป็นเน็กเก็ดสายสนาม ไม่ใช่สปอร์ตหรือซูเปอร์ไบค์ เพราะฉะนั้นคนขี่จะรับลมแบบเน้น ๆ อยู่มาก ต้องเป็นคนบ้าจริง ๆ ถึงจะทำกันแบบนี้นะเออ
ราคาเท่าไหร่ ขายเมื่อไหร่
เรื่องของการจำหน่ายนั้น ทั่วโลกจะมีจำหน่ายเพียงแค่ 100 คันเท่านั้น ค่าตัวที่บ้านเกิดเริ่มต้นราคาที่ 44,999 ยูโร แพงกว่าตัว RR อยู่ถึง 11,000 ยูโร พอคิดเป็นเงินไทยคร่าว ๆ ก็จะมีค่าตัวเดือด ๆ อยู่ที่ หรือราว ๆ 1.7 ล้านบาท เรื่องมาไทยคงยากมาก นอกจากจะมีใครไปติดตัวแทนแล้วสั่งมาตรง ๆ น่ะนะ โดยราคาก็น่าจะโดดไปอีกพอสมควร แต่อาจจะไม่มากเพราะรถจดทะเบียนไม่ได้
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่











