รีวิว VESPA GTS SUPER 300 NOTTE EDITION

3 ประเด็น “ต้องรู้” กับสกู๊ตเตอร์ที่จัดว่าเล็กสุดในคลาส 300

รีวิว VESPA GTS SUPER 300 NOTTE EDITION

เรื่อง :Hey Joe

ภาพ : GUN1000R

 

จะว่าเป็นความฝันที่จับต้องได้สำหรับสายเวสป้าก็อาจไม่ใช่ซะทีเดียว แต่ VESPA GTS SUPER 300 NOTTE EDITION คือหนึ่งในเวสป้ายุคปัจจุบันที่คุณสามารถเรียกร้อง “สมรรถนะ” จากมันได้อย่างเต็มปากเต็มคำ และอีกอย่างที่ทำให้เราตัดสินใจเอามันมาลอง เพราะมันคือสกู๊ตเตอร์คลาส300 ซีซี.ที่ได้ชื่อว่า “กะทัดรัดสุด” ในท้องตลาดขณะนี้ด้วยล่ะ

นี่คือ 3 ประเด็นหลักๆที่ต้องรู้!! เกี่ยวกับ VESPA GTS SUPER 300 NOTTE EDITION รถลิมิเต็ดในมาดดำดุที่ตลาดเมืองไทยตอบรับดีมากๆ

1. เครื่องแรงไม่ใช่เล่น-มีแทรคชั่นคอนโทรลด้วย!!

จากวินาทีแรกที่ “ล้อหมุน”ออกจาก โมโตเพล็กซ์บางกอก ผมก็รู้เลยว่าเจ้ารถที่เน้นความเป็นลิมิเต็ด ด้วยสีสันของบอดี้โทน “ดำด้าน” คันนี้มันแรงติดมือดีจัง แรงบิดมันส่งรถพรวดได้มันส์กว่ารถตัว 155 ซีซี.ของผมอย่างเห็นชัด เหตุผลข้อนี้มาจากการที่ตระกูล GTS SUPER 300 ใช้เครื่องยนต์ SOHC 4 วาล์ว ปริมาตร 278 ซีซี. (หม้อน้ำระบายความร้อน) ซึ่งในช่วงที่ออกมาวิ่งทดสอบสมรรถนะ ผมลองเปิดคันเร่งจาก 0 -100 กม. ได้เวลามาราวๆ 15 วินาที และต่อเนื่องด้วยการเค้น “ท็อปสปีด” เท่าที่สภาพแวดล้อมการขับขี่จะอำนวย ผมทำความเร็วของ VESPA GTS SUPER 300 NOTTE EDITION อ่านจากเรือนไมล์แบบเข็มขี้หน้าปัดได้สูงสุด 135 กม./ชม. (ความเร็วนี้ลองเอาคลิปมาจับด้วย GPS ของ Gopro 7 ก็ได้อยู่ที่ 125 กม./ชม. ซึ่งถือว่าเร็วทีเดียวสำหรับรถล้อ 12 นิ้ว) ทั้งนี้เครื่องยนต์รุ่นนี้ยังมีระบบ ASR (Anti Slip Regulation) เข้ามาช่วยคอนโทรลอาการล้อหลังหมุนไม่สัมพันธ์กับล้อหน้าในหลักการเดียวกับ แทรคชั่นคอนโทรล และสามารถเปิดปิดได้ด้วยสวิทช์ที่แฮนด์ด้านขวา ที่อยากบอกคือ ด้วยแรงบิดที่รถให้มาล้นๆแบบนี้ การมี ASR คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด!

2.มิติกลมกล่อม ช่วงล่างกระด้าง แต่ปรับได้

ตลอดเวลาที่ผมใช้งาน VESPA GTS SUPER 300 NOTTE EDITION บอกเลยว่าประทับใจ “ช่วง”ของรถรุ่นนี้ครับ ความสูงเบาะระดับ 800 มม. ที่สูงในแบบโอลด์สคูลสกู๊ตเตอร์ กับความสูงรวมๆที่ให้ฟีลลิ่ง “นั่งสูง” ใช้งานในเมืองได้คล่องและเป็นมิติที่สามารถคอนโทรลรถได้ง่าย(สำหรับนักขี่ที่มีประสบการณ์)ช่วงล่างของรุ่นนี้โช้คหน้าแบบเดี่ยวซิงเกิลไซด์ แต่โช้คหลังเป็นโช้คคู่ มีฟังก์ชั่นให้ปรับสปริงพรีโหลดได้ 4 ระดับ เอาไว้ในกรณีบรรทุกหรือมีคนซ้อน เพราะเดิมจากโรงงานปรับมาอ่อนสุด ชุดนี้ทำงานร่วมกับล้อแม็กขอบ 12 นิ้ว ยางแมกซ์ซิส หน้า 120/70-12 ยางหลัง 130/70-12 ซึ่งในตอนแรกใช้ค่าลมยางตามสเปค แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยลมให้หย่อนลงนิด เพราะช่วงล่างของ VESPA GTS SUPER 300 NOTTE EDITION ค่อนข้างกระด้างนั่นเอง

3.ฟังก์ชั่นครบ อเนกประสงค์พอตัว

ประเด็นที่สามอยู่ที่ฟังก์ชั่นรอบๆตัวของรถรุ่นนี้ ไฟหน้ายังเป็นหลอดไส้ให้สีแบบดั้งเดิม ไฟหรี่มาแบบ LED ตรงคอนโซลด้านหน้าคนขี่ มีพอร์ท USB ให้มาพร้อม ไม่ต้องแปลงหัว ผมใช้เสียบชาร์จโทรศัพท์และล็อคไว้ในนั้นได้สะดวก ในคอนโซลนี้ยังมีชุดถุงเครื่องมือเล็กๆแถมมาให้ ขณะที่กล่องใต้เบาะมีความจุพอสมควรสำหรับใส่สัมภาระ อีกทั้งสามารถยกกล่องออกเพื่อเซอร์วิสหรือช่วยระบายความร้อนให้เครื่องยนต์ตอนจอดรถได้ ขณะเดียวกันก็มีตะแกรงท้ายสำหรับมัดสัมภาระของสายเดินทาง และออกแบบฟังก์ชั่นบนหน้าปัดไว้อย่างพอเหมาะ เรือนไมล์แบบใช้เข็มบอกความเร็วผสมกับดิจิตอล สามารถปรับทริปได้ 2 ทริป พร้อมกับให้ค่าเลขระยะทางสะสมเป็นแบบดิจิตอล

VESPA GTS SUPER 300 NOTTE EDITION ผลิตเพียง 200 คัน (และในไทยขายหมดไปแล้ว) ค่าตัวมันอยู่ที่ 209,900 บาท ส่วนใครที่ชอบความแรงของ “ตัวท็อป” แบบนี้ก็สามารถไปเล่น VESPA GTS SUPER 300 เวอร์ชั่นที่ยังมีจำหน่าย (ราคาเบากว่าเล็กน้อยที่ 198,900 บาท) ทั้งนี้ผมมีข้อสังเกตอยู่เล็กน้อยสำหรับรถรุ่นนี้ เช่น การเลือกใช้แบ็คไลท์สีแดงบนหน้าปัดส่วนดิจิตอล ก็สวยดี แต่ใช้งานกลางคืนแสงสีแดงแยงตาทำให้อ่านยากอยู่เล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีเสียงพัดลมหม้อน้ำที่ค่อนข้างดัง กระจกมองข้างเวลาปรับค่อนข้างหนืดมากไปบ้าง ซึ่งทั้งหมดนั้น อาจจะเป็นสเน่ห์เฉพาะตัวของ VESPA ที่พวกเขาบอกเสมอว่า Not For Everyone!!!

[envira-gallery id=”691″]