…นี่คือครั้งแรกในเมืองไทยกับ “รถสปอร์ตเรพลิก้า” คลาส 250 ซีซี. ที่ “พร้อม” ให้คุณควบลงสนามด้วยโฉมดุดัน ขนาดกระทัดรัดพอดีมือ กับสมรรถนะในแบบสปอร์ตสายพันธฺุ์รถแข่ง ภายใต้รหัส Honda CBR250RR ที่ เอ.พี. ฮอนด้านำมาเปิดตัวในประเทศไทย พร้อมเปิดโอกาสให้เรา(สื่อมวลชน) ได้ทดสอบอย่างเต็มที่ ณ สนามมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์” เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา …..นี่คือ “คำตอบ” ท่ามกลางเสียงแตกฮือของสาวก กับราคาเปิดตัวถึง 249,000 บาท …แน่ล่ะอาจจะมีเสียง “ไปเอารถที่ ซีซี. เยอะกว่านี้เถอะ”..แต่หลังจากเทสท์กันแล้ว เราก็พบอะไรเจ๋งๆบนตัว CBR250RR มากมาย…มีอะไรบ้าง?…ตามมาเลย..!!

2 สูบสุดโหด เรดไลน์ 14,000??
ใช่ครับเรดไลน์ของเจ้า CBR250RR นั้นอยู่ที่ 14,000 รอบเลย ทีเดียว หากเทียบกับรถทรงสปอร์ตในคลาสเดียวกันจากเพื่อนต่างค่าย เราพบว่ามีเรดไลน์อยู่ราวๆ 11,000 รอบเท่านั้น.. เริ่มได้กลิ่นความมันแล้ว ใช่มั้ยครับ?
รหัส RR ที่ได้มานั้นไม่ได้มีไว้โชว์สวยเล่นๆแน่นอน.. หากมองเจาะเข้าไปภายในก็จะเจอกับ เสื้อสูบอลูมิเนียมน้ำหนักเบา ปั๊มน้ำต่อตรงกับ Camshaft ดีไซน์เดียวกับรถแข่ง RC213V และครีบระบายความร้อนด้านล่างเครื่องยนต์อีก เมื่อผนวกกำลังทั้ง 3 แล้ว เราจะได้สุดยอดระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์เทพๆมา 1 ตัว ..นั่นทำให้การเร่งเครื่องยนต์หนักๆเป็นไปอย่างลื่นไหลเต็มกำลัง “Sport Replica”


จากนั้นมองย้อนกลับขึ้นมาอีกนิด ใต้บริเวณไฟหน้า LED จะพบกับช่อง Ram-Air คู่ ซ้าย-ขวา (.ใช่ครับ รถ 250 ซีซี.!) พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Down Draft ช่วยในการอัดอากาศจุดระเบิดอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มกำลังในการจุดระเบิดแต่ละครั้ง ซึ่งหากหมอบทำ ความเร็วอยู่ล่ะก็ได้ยินเสียงอัดอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ ชัดเจน เร้าใจ!!

หากถามเรื่องการขับขี่บนสนามช้าง ท่ามกลางการบิด “หมดปลอก” ทุกทางตรง ทำให้เห็นประสิทธิภาพของเจ้า CBR250RR แบบเต็มๆ.. ต้องขออนุญาตบอกกล่าวในการขับขี่โหมด Sport+ นะครับ เนื่องจากเป็นโหมดที่ให้ผู้ขับขี่ได้เปิดคันเร่ง และสัมผัสกับคาแร็คเตอร์ของรถได้อย่างแท้จริง..
วามสนุกของรถคันนี้มาถึงเมื่อผมเริ่มทะยานสู่ช่วงรอบเครื่องกลางและสูง เป็นย่านที่การตอบสนองของคันเร่งและเครื่องยนต์แสดงสมรรถนะประทับใจผมมากทีเดียว การผ่อนหรือเติมคันเร่งสามารถทำได้ดังใจ สัมผัสได้ถึงพละกำลังที่รอเติมอยู่ได้อย่างชัดเจน ความเร็วสูงสุด ที่ผมทำได้ในสนามคือ 181 กม./ชม. ก่อนจะหมดทางตรงก่อน แล้วถ้าไหลต่ออาจจะถึง 185 กม./ชม. ได้ครับ
ช่วงรอบเครื่องต่ำล่ะ?… ส่วนตัวผมแรงบิดในช่วงรอบต่ำนั้น ไม่หวือหวามาก เราอยู่ในช่วงรอบต่ำได้ไม่นานหรอกครับ เนื่องจากเครื่องยนต์จะทะยานเข้าสู่รอบกลางอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้ผมบิด CBR250RR สนุกจนไม่อยากปล่อยคันเร่งก็ว่าได้
ช่วงล่าง “หนึบหนับ” กระชับโค้ง
โช้คอัพหน้า Showa หัวกลับ (Up Side Down) ขนาด 37 มม. แม้จะปรับระดับไม่ได้แต่ด้วยคุณสมบัติพื้นฐานและการตั้งค่าจากโรงงานนั้นกลับตอบสนองต่อการขับขี่ในสนามช้างได้อย่างน่าประหลาดใจ การเบรคจากช่วงความเร็วทะลุ 170+ กม./ชม. จนเหลือ 60 กม./ชม. เพื่อเข้าโค้งยากๆ ทำให้เห็นได้ถึงความ “นุ่มหนึบ” ของกันสะเทือนชุดนี้ได้เป็นอย่างดี แถมไม่มีการเด้งสู้มือยามเดินคันเร่งในโค้งอีกด้วย
ส่วนโช้คอัพหลัง Pro-Link ปรับระดับได้ 5 ระดับนั้นก็ได้เปรียบรถในคลาสเดียวกันอยู่ไม่น้อย นอกจากจะรองรับแรงกระทำในแนวดิ่งได้แล้วยังตอบรับองศาการเหวี่ยงของสวิงอาร์มได้ดี ทำให้เราสามารถพบเห็นระบบ Pro-Link ได้ในรถสปอร์ตรุ่นใหญ่มากกว่าใครเพื่อนครับ


ซึ่งการซับแรงบิดกระแทกคันเร่งแต่ละครั้ง และการเดินโค้งก็ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ อาการ “โหย่ง” มีให้สัมผัสได้น้อยสุดๆ แถมเพื่อนๆสามารถปรับขึ้นหรือลงได้อีกตามสะดวกเลยล่ะ!

เมื่อนำระบบกันสะเทือนข้างต้นมาทำงานร่วมกับระบบเบรคจาก Nissin ก็ดูกลมกล่อมในสมรรถนะซะหมด เบรคหน้า-หลัง ABS Hydrolic มีการตั้งระยะไล่น้ำหนักเบรคที่ดี การใช้เบรคเพื่อควบคุมความเร็วของผม ในสนามครั้งนี้จึงเป็นไปอย่างมั่นใจ สามารถทำความเร็วได้ดีขึ้นกว่าที่เคยครับ

เทคโนโลยีสูตร “พร้อมแข่ง”
เครื่องยนต์โหด ช่วงล่างเยี่ยม มิติการดีไซน์ให้การควบคุมเรียกได้ว่า “สปอร์ตเต็มตัว” เหลี่ยมสันต่างๆของเจ้า CBR250RR ถูกวางมาให้ลงล็อคกับสรีระคนเอเชียอย่างเรา ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งการวางขา รอยเว้าตรงถังน้ำมันให้พื้นที่ของการ “เก็บศอก หนีบถัง” ลงล็อค พร้อมร่องด้านหน้าในตำแหน่งการวางคางเพื่อหมอบทำความเร็วอีกด้วย
ความสูงของเบาะเพียง 790 มม. ชายไทยหรือสาวๆที่อยากลองเป็นเจ้าของจึงสามารถนั่งคร่อมรถได้เต็มเท้าแบบสบายๆ ตัวผม (173 ซม.) ยังเหลือที่พอให้งอเข่าได้เลยล่ะครับ ที่สำคัญคือเหลี่ยมสันสรีระเหล่านั้นคอยสนับสนุนการควบคุมในสถานการณ์ต่างๆ ทำให้เรามีแรงเหลือไว้เล่นสนุกกับเจ้า Sport Replica 250 ซีซี. คันนี้ได้ยาวๆ..

ระบบ “Throttle by Wire” หรือ “คันเร่งไฟฟ้า” พร้อมฟีเจอร์ “จับเวลาต่อรอบ” ได้ง่ายๆที่แฮนเดิลบาร์ ซึ่งเป็นออพชั่นที่มักพบในรถสปอร์ต 650 ซีซี. ขึ้นไปเท่านั้น… โหมดการขับขี่ 3 โหมด แตกต่างกันตามลักษณะความแรงที่ต้องการ
โหมด Sport+ : ตอบสนองฉับไว แรงบิดพุ่งปรี๊ดเพียงสัมผัสเบาๆ เหมาะสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ตหรือในสนามแข่ง ให้เราได้อรรถรสความแรงสูงสุดตั้งแต่เริ่มเปิดคันเร่ง
โหมด Sport : ให้การตอบสนองคันเร่งแบบคงที่ ไม่หวือหวา ควบคุมง่าย สำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไป หรือขี่ในเมือง
โหมด Comfort : เปลี่ยนรถสปอร์ตแสนดุดันเป็นรถจ่ายตลาด กินลมชมวิวได้ง่ายๆในโหมดนี้ สำหรับการขับขี่ที่ไม่ต้องการความเร็ว หรือคนที่กำลังฝึกหัดขับขี่ก็เหมาะกับโหมดนี้เช่นเดียวกัน

โดยรวมแล้วเจ้า CBR250RR จึงเป็นรถที่เหมาะอย่างยิ่งกับ ผู้ที่มีสายเลือดความแรงแฝงอยู่ภายใน พละกำลังที่พอเหมาะต่อการขี่ในเมืองก็ได้ ขี่ในสนามแข่งก็ดี โหมดการขับขี่ตอบสนองการใช้งานหลากหลาย ช่วงล่างหนึบกำลังดี ที่สำคัญ “หล่อทะลุเพดาน”
สนนราคาอยู่ที่ 249,000 บาท ใน 2 สี Grand Prix Red และ Mat Sensei Black Metallic ได้รถสมรรถนะเยี่ยมๆไปครอง ใครสนใจลองติดต่อ Honda Big Wing ใกล้บ้าน ลองสัมผัสดูสักครั้งแล้วจะรู้ว่าผมไม่ได้โม้! และสุดท้าย.. “Made in Japan” ทั้งลำนะจ๊ะ!



