รีวิว Deco Lanzo อีวีดีไซน์สวย มอเตอร์แรง แบตใหญ่ ใส่เพิ่มได้
เดโก้ เจ้าใหญ่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ยังคงเดินหน้าบุกตลาดบ้านเราไม่ยั้ง ล่าสุดเปิดตัว LANZO รุ่นใหม่ในดีไซน์สไตล์โมเดิร์น-คลาสสิก แต่ซ่อนสมรรถนะดี ๆ รองรับการใช้งานได้ตรงใจยูซเซอร์สาย EV ไว้ครบถ้วน หลังจากได้รับรถมาทำการทดสอบลองขี่ในทุกมิติ รวมทั้งออกทริปจนได้คำตอบที่น่าพอใจแล้ว ก็ได้บทสรุป รีวิว Deco Lanzo 2026 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่จัดว่า ไม่ธรรมดา มาฝาก แบบอ่านแล้วเข้าใจง่าย ๆ 5 ข้อ ดังนี้!!
1.ดีไซน์โมเดิร์นคลาสสิก
จากหน้าตาภาพรวมในดีไซน์สไตล์ “คลาสสิกสกู๊ตเตอร์” มีรายละเอียดเสริมความเป็น “โมเดิร์น” ที่จัดวางมาได้กลมกล่อมทุกจุด ชุดโคมไฟหน้าทรงเหลี่ยมจัดเต็มให้ทั้งสวยและสว่างดี มีลูกเล่นกรอบไฟ DRL พร้อมไฟลูกแก้ว LED โปรเจคเตอร์ทั้งสูง-ต่ำ ส่วนไฟเลี้ยวหน้าบิลต์อินอยู่มุมล่างซ้าย-ขวาของกระจังหน้า ส่วนตรง “ดั้ง” ก็ใส่โลโก้ DECO ไว้ได้สวยพอดี
![]() |
![]() |
แฮนด์ซ้าย-ขวาทรงโมเดิร์นและปลอกแฮนด์ใหญ่กำถนัดมือมาก ใกล้แฮนด์มีชิ้นงานลายคาร์บอนตัดความเข้มเล็กน้อย ส่วนกระจกมองข้าง ดูแล้วเท่ดีเพราะใช้กระจกกรอบสี่เหลี่ยมพร้อมก้านดำและกรอบดำ
เบาะนั่งให้ทรงคลาสสิก แบนและกว้างพอสมควร ด้านท้ายมีบาร์จับทรงแปลกตา แต่ก็ดูแมตช์กับตัวรถ
งานออกแบบอีกจุดที่ดูสวยคือ ข้างรถทั้งสองฝั่งมีชิ้นงานครอบทรงหยดน้ำประกบสวย ๆ แต่ทำส่วนกลางยุบลงไปพร้อมกับกรีดให้มีครีบแอโรฟิน ติดโลโก้รุ่นเอาไว้ให้เห็นชัด ๆ ถัดไปเป็นไฟเลี้ยวท้ายบิลด์อิน รับกับทรงไฟท้าย LED และมีชุดทับทิมมาให้ครบเซ็ท
2.การขับเคลื่อน
เปิดระบบเริ่มต้นขี่ DECO LANZO บอกเลยว่าง่ายดายไม่ซับซ้อนครับ เริ่มด้วยเสียบกุญแจ-บิดเปิดระบบขึ้นมา (หรือใช้การ์ด NFC แตะตรงสัญลักษณ์ NFC ที่หลังคอรถก็ได้เหมือนกัน) ออนระบบทุกครั้งรถจะอยู่ในโหมด P (ปาร์คกิ้ง) ดังนั้นต้องกดปุ่ม SPEED ที่แฮนด์ฝั่งขวา เพื่อเลือกกำลังขับก่อน (มี 3 ระดับ คือ 1, 2 และ 3 เรียงตามความแรง) เมื่อเลือกแล้วก็จะสามารถบิดคันเร่งรถออกได้เลย
สำหรับหัวใจของการขับเคลื่อน คือมอเตอร์กำลังขับขนาด 3,500W ที่สามารถปั่นไปจุด Peak 5,500W ได้ โดยเป็นระบบฮับมอเตอร์ที่ดุมล้อหลัง “จากที่ลองทดสอบคันเร่ง พบว่าสมูทดีครับฟีลลิ่งคล้ายรถน้ำมัน ไม่มีความหน่วง ส่วนความเร็วปลาย ทำได้ใน SPEED 3 ได้ถึง 92 ก.ม./ช.ม.ถือว่าไม่ธรรมดาและเอามาใช้งานจริงจังได้แน่นอน”
3.ขุมพลัง
ในการรีวิวครั้งนี้เราใช้ตัว STD ตัวรถมีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาด 72.6 โวลต์ 30Ah จำนวน 1 ลูก หากชาร์จเต็ม 100% สามารถใช้ได้ระยะทาง 50-70 กิโลเมตร ที่น่าสนใจคือมีช่องใต้เบาะที่สามารถแอดแบตเตอรี่เพิ่มได้อีก 1 ลูก (ส่วนรุ่น PLUS จะได้แบตเตอรี่ 2 ลูก พร้อมสายต่อ 2 เส้นมาจากโรงงานเลย)
ตัวแบตเตอรี่มีฟังก์ชั่นให้ด้วย คือมีปุ่มกดเพื่อเช็ค % กำลังไฟได้ อันนี้ก็สะดวกดีไม่ต้องเสียเวลาไปออนระบบรถ
ส่วนข้อมูลสำคัญเรื่องการอัตราสิ้นเปลืองพลังงาน แน่นอนว่าสัมพันธ์ตรง ๆ กับคันเร่งและ MODE ที่เลือกครับ หากใช้ MODE ที่แรงสุดระดับ 3 แล้วขี่เร็ว ๆ ตลอด แบตฯ 1ก้อน ก็ได้ระยะทางจริงไม่เกิน 45 ก.ม.ราว ๆ นั้นเลย
ส่วนการชาร์จแบต เป็นระบบที่สะดวกเช่นกัน เพราะสามารถใช้ไฟบ้านเสียบชาร์จผ่านอแดปเตอร์ขนาด 10A โดยมีระยะเวลาในการชาร์จจาก 0-100% ประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้น
4.องค์ประกอบและฟังก์ชั่น
![]() |
![]() |
ในด้านองค์ประกอบของตัวรถถือว่าน่าสนใจหลายจุด เริ่มจากระบบกันสะเทือนที่ไม่ธรรมดาเลย โช้คหน้าคู่แบบเทเลสโคปิก โช้คหลังก็ให้มาเป็นคู่ ฟีลลิ่งการซับแรงสะเทือนจากการทดสอบในเส้นทางครั้งนี้ บอกเลยว่าดีกว่ารถน้ำมันแบบโช้คหลังเดี่ยวยูนิตสวิงบางคันด้วยซ้ำ
![]() |
![]() |
ระบบหยุดความเร็ว ใช้ดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมการกระจายแรงเบรก CBS คอมบายเบรกซิสเต็ม ทดสอบแล้วเบรกได้หนึบและนิ่มนวลสมตัว
ยางหน้าหลัง เป็น IRC NR77 แบบจุ๊บเลส ไซส์เท่ากันคือ 120/70-12 ยางรุ่นนี้ค่อนข้างกลม เลี้ยวไว การเกาะถนนในทางแห้งปกติก็ทำได้ดีตามมาตรฐาน
ฟังก์ชั่นสำคัญอย่างหนึ่งที่มีมาให้ด้วยคือ “ระบบถอยหลัง” ที่ใช้การกดปุ่ม P ค้างแล้วเปิดคันเร่ง ตัวนี้มีประโยชน์ในการถอยจอดรถได้โดยถนอมมอเตอร์ได้ด้วย เพราะฮับมอเตอร์แบบนี้ ถ้าหากไปเข็นฝืนย้อนกลับบ่อย ๆ ก็อาจจะส่งผลให้มอเตอร์พังไวนั่นเอง
หน้าจอดิจิทัล LCD บอกค่าสำคัญ ๆ ที่ใช้บ่อยครบ เช่น ระดับพลังงานแบตเตอรี่ เลข MODE มาตรวัดความเร็ว ระยะทางสะสม สัญลักษณ์แจ้งเตือนให้ชาร์จไฟ
กุญแจมีทั้งดอกกุญแจ รีโมท และการ์ด NFC ช่องชาร์จไฟ มี 2 ตัวเลือกคือ USB-A และ USB-C มีฮุคแขวนของให้มาอำนวยความสะดวกในการพกพาสัมภาระได้อีกทางหนึ่ง
5.บทสรุป รีวิว DECO LANZO 2026
หลังจากการทดสอบครั้งนี้เราได้บทสรุปว่านี่คือ EV Bike รุ่นใหม่ที่ได้ทั้งความสวยงาม และรองรับสายใช้งาน City Use ตรง ๆ ตัว เพราะตัวรถมีความคล่องตัว ท่านั่งขับขี่ง่ายมีความสบาย ตำแหน่งวางเท้ามีสเปซวางสัมภาระได้ การทรงตัวและสมรรถนะด้านขุมพลังก็ใช้งานจริงจังได้ อีกทั้งแบตเตอรี่มีขนาดใหญ่พร้อมระบบชาร์จก็ยังมอบความอิสระให้กับยูซเซอร์ จัดเป็น EV Bike ที่น่าใช้มาก ๆ รุ่นหนึ่ง
Standard
ราคาเปิดตัว 59,200
จากราคาปกติ 77,200
Plus
ราคาเปิดตัว 78,200
จากราคาปกติ 96,200
อ่านทดสอบรีวิวรุ่นอื่น ๆ คลิกที่นี่
ติดตามข่าวสารทางแฟนเพจได้ที่นี่

























